เพลงรัก ประจำถิ่น และตำนาน เรื่องเล่าขาน  
 ผู้เขียน: สาระแน  
ใครมีเพลงรักประจกถิ่นเพราะๆ หรือ มีตำนานประจำสถานที่ ท้องที่ ช่วยเอามาเล่าสู่กันฟังด้วยจ้า...

เพลง "คอยรักที่เกาะลอย"
ฉัตรชัย - สุนารี

(ช) มองขอบฟ้า... กอดน้ำยามเย็น
ลมล้อเล่นทะเลระยับตา
ทุกปีของวันที่..เมษา
เรานัดกันต้องมาเกาะลอย
 
(ญ) คลื่นคะนอง... เห็นฟองสะอาดตา
คนที่คอยไม่มาเลยพาละห้อย
เธอรู้ไหมวันนี้ฉันมานั่งคอย
จนตะวันค่อยๆ จมน้ำ

(ช) มาเกาะลอย... คอยรักเดียวดาย
เธอย้ำคำจำได้ตั้งหลายคำ
 
(ญ) สัญญา นกรักฟ้า
ปลายังรักน้ำ แล้วจะไม่ลืมคำเอ่ยมา

(ช) อยากจะเอา แผลใจที่บอบช้ำ
ลอยฝากลำตังเกที่มาเทียบท่า
 
(ญ) หากวันไหน
ออกทะเลร่อนเร่จับปลา ช่วยพาแผลใจไปทิ้ง ทะเล...

(ช) มาเกาะลอย...คอยรักเดียวดาย
เธอย้ำคำจำได้ตั้งหลายคำ

(ญ) สัญญา นกรักฟ้า ปลายังรักน้ำ
แล้วจะไม่ลืมคำเอ่ยมา...
 
(ช) อยากจะเอาแผลใจที่บอบช้ำ
ลอยฝากลำตังเกที่มาเทียบท่า

(ญ) หากวันไหน ออกทะเลร่อนเร่จับปลา
ช่วยพาแผลใจไปทิ้ง ทะเล...
วันที่ : 6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 9:20:23 AM

จำนวนคนอ่าน 885 คน
จากจำนวนคนโหวต 0 คน แต้มเฉลี่ย 0.00


อร
ความคิดเห็นที่ 42
มีแต่เพลงประจำของคนมีอิทธิพลประท้องถิ่นได้ไหมคะ

คนชล น่าจะรู้ดีว่าเพลงนี้ เพลงประจำตัวของใคร

"ปากแดง แก้มแดงเหมือนแตงสุพรรณ
ลูกสาวใครนั่นตาหวานไม่เบา
สิ่งแอบแฝงไม่รู้แดงรึปล่าว
ไม่กล้าเดา กลัวสาวเจ้าจะอาย"

คุณสาระแนและท่านอื่น พอจะรู้ไหมคะว่าเพลงนี้
เป็นเพลงประจำตัวของใคร  (ไม่รู้ใครแต่งให้แกร้อง)

รบกวนไปตามทู้ผีกลับมาด้วยนะคะ
ยังไม่ได้อ่านต่อเลย จะลบทำไมเนี่ย
6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 10:44:19 AM


ป. ปลาตาเดียว
ความคิดเห็นที่ 41
สาวสวนแตงแห่งเมืองสุพรรณ
พี่คิดถึงเจ้าทุกวัน แจ่มจันทร์แม่แตงร่มใบ


แต่ชอบเพลงนี้มากกว่า

พี่อยู่ไกลถึงท่าฉลอม
แต่พี่ไม่ตรอมเพราะรักพยอมยามยาก
ออกทะเลจะหาปลามาฝาก
แม่คุณขวัญใจคนยากรับของฝากจากพี่ได้ไหม
โปรดเมตตารักพี่สักนิด
พี่มอบชีวิตอุทิศให้สาวมหาชัย
หอบความรักข้ามทะเลมาให้
ฝ่าลมและคลื่นกว้างใหญ่รักจึงได้ว่ายน้ำข้ามมา
ท่าฉลอมกับมหาชัย จะคิดทำไมว่าไกล
เชื่อมความรักไว้ดีกว่า
บอกพี่สักคำว่าไม่รักจะหักใจลา
ล่องเรือตามประสา จะหนีซ่อนหน้าห่างไกล
เรื่องทะเลนั้นพี่พอรู้
แต่เรื่องเจ้าชู้ไม่รู้จะทำฉันท์ใด
หยั่งทะเลพอคะเนดูได้
แต่ความรักเกินครวญใคร่
ลึกเท่าไหร่ไม่รู้หยั่งถึง
6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 1:07:35 PM


ฮิฮิฮิ
ความคิดเห็นที่ 40
เล่าเรื่องผีได้ไหมคะ
หรือว่าเกรงจะถูกลบตามที่บอกไว้ฮิฮิ
6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 1:17:58 PM


แป๊ะ
ความคิดเห็นที่ 39
เอาผีตูคืนมา
                             
6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 1:19:18 PM


แคน บางสน
ความคิดเห็นที่ 38
ตำนานรัก เขาสามมุก บางแสน เนื้อเรื่อง : ทั้งสองจะครองรักกันชั่วนิรันดร หากใครผิดคำสาบานนี้จะกระโดดหน้าผาแห่งนี้ตายตามกัน
“เขาสามมุก” เป็นเนินเขาเตี้ยๆ อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านอ่างศิลาและหาดบางแสน ขับรถไปตามถนนเลียบริมหาดจากอ่างศิลาเป็นทางลาดขึ้นไปนั่นก็คือบริเวณที่เรียกกันว่าเขาสามมุก และเขาสามมุกเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงลิงจำนวนมาก ส่วนศาลเจ้าแม่สามมุกตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา และ ที่มุมหนึ่งของศาลฯ มีผู้เขียนถึงตำนานความรักของท่านไว้ดังนี้ ‘เมื่อปลายรัชสมัยกรุงศรีอยุธยาบริเวณบางแสนและเขาสามมุข ยังไม่มีบ้านเรือนและผู้คนหนาแน่นเหมือนปัจจุบันนี้ ชื่อบางแสนและเขาสามมุขก็ยังไม่ปรากฏ จะมีก็แต่ตำบลอ่างหิน ในปัจจุบันก็คือตำบลอ่างศิลาอันเป็นชุมชนของชาวประมงริมทะเล’ ‘ณ ตำบลอ่างหินนี่เอง (อ่างศิลา) มีเจ้าของชื่อโป๊ะ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนามว่า “กำนันบ่าย” มีลูกชายชื่อว่า “แสน” ห่างจากตำบลอ่างหินออกไปพอประมาณมียายหลานอาศัยกันอยู่คู่หนึ่ง ยายมีชื่อเสียงเรียงนามใดไม่ได้ปรากฏไว้ ส่วนหลานสาวนั้นมีชื่อว่า “สามมุข” อาศัยอยู่ในเมืองปลาสร้อย (จังหวัดชลบุรีในปัจจุบัน) เมื่อบิดามารดาเสียชีวิตลง ก็ได้มาอาศัยอยู่กับยายจนกระทั่งโต “สามมุข” มักจะชอบมานั่งเล่นดูหนุ่มสาวรวมทั้งเด็กที่มาเล่นว่าวในหน้าลมว่าวอยู่ริมเชิงเขาเป็นประจำ และมีเพื่อนที่คอยหยอกล้อเล่นเป็นประจำก็คือลิงป่าที่ลงมาจากเขา’ ‘อยู่มาวันหนึ่งขณะที่ “สามมุข” กำลังนั่งเล่นอยู่ ก็ได้มีว่าวตัวหนึ่งขาดลอยลงมาตกอยู่ที่หน้าของสามมุข เธอจึงเก็บว่าวตัวนั้นไว้และมีเด็กหนุ่มชื่อแสนวิ่งตามว่าวที่ขาดลอยมาจึงได้พบกับสามมุข เขาทั้งสองได้รู้จักกันและแสนก็ได้มอบว่าวตัวนั้นไว้เป็นที่ระลึก หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้พบปะกันเรื่อยมาจนเกิดเป็นความรัก และได้สาบานต่อหน้าขุนเขาแห่งนี้ว่า’ “ทั้งสองจะครองรักกันชั่วนิรันดร หากใครผิดคำสาบานนี้จะกระโดดหน้าผาแห่งนี้ตายตามกัน” และแสนได้มอบแหวนวงหนึ่งให้แก่สามมุขไว้เพื่อเป็นพยาน’ น้ำสังข์ลดลงมาพร้อมกับแหวนวงหนึ่งตกลงมาด้วย
‘เมื่อกำนันบ่ายซึ่งเป็นพ่อของแสนได้ทราบเรื่องเข้าก็เกิดความไม่พอใจ แสนได้พยายามขอร้องผู้เป็นพ่อให้ไปสู่ขอสามมุข แต่กำนันบ่ายก็กีดกันและกักบริเวณแสนไว้ จึงทำให้ทั้งสองไม่ได้พบหน้ากัน หลังจากนั้นกำนันบ่ายก็ได้ไปสู่ขอลูกสาวคนทำโป๊ะให้กับแสนและกำหนดพิธีการแต่งงานขึ้น ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วอ่างหิน (อ่างศิลา) จนสามมุขเองก็ได้รับรู้ถึงข่าวนี้ด้วย ในวันแต่งงานของแสนได้มีการจัดงานกันอย่างใหญ่โตสมเกียรติกับที่เป็นงานของกำนันบ่าย’ ‘ตลอดระยะเวลาที่แขกได้ทยอยเข้ามารดน้ำสังข์อวยพรให้คู่บ่าวสาวทั้งสอง แสนได้แต่ก้มหน้านิ่งเสียใจอยู่กับตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้ จนกระทั่งแสนรู้สึกว่ามีน้ำสังข์ลดลงมาพร้อมกับแหวนวงหนึ่งตกลงมาด้วย แสนจำได้ดีว่าแหวนวงนี้เขาเป็นคนมอบให้สามมุขแต่พอเงยหน้าขึ้นสามมุขก็ได้วิ่งออกจากงานไปแล้ว แสนได้หวนคิดถึงคำสาบานที่ได้ให้กับสามมุขไว้ จึงรีบวิ่งไปที่เชิงเขาแต่ก็สายไปเสียแล้ว สามมุขได้ขึ้นไปที่หน้าผานั้นแล้วทิ้งร่างที่ไร้หัวใจลงดิ่งสู่ก้นผาสิ้นชีพอยู่ริมทะเล แสนผู้ที่ให้คำสาบานไว้กับสามมุขเขาจึงกระโดดลงหน้าผาตามสามมุขหญิงสาวสุดที่รักไป’
  www.shockfmclub.com
6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 1:22:37 PM


ชุมพร
ความคิดเห็นที่ 37
อ้ายเตย์  คือ  ภาพเขียนสีพระพุทธไสยาสน์  ในถ้ำอ้ายเตย์  ที่แหล่งโบราณคดีถ้ำรับร่อ  ตำบลท่าข้าม อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร  ภาพเขียนสีนี้อยู่เหนือพื้นถ้ำประมาณ  40  เซนติเมตร  องค์พระยาว  4.80  เมตร  กว้าง  2  เมตร  การเขียนภาพพระพุทธรูปอยู่ในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ - ตะวันออกเฉียงเหนือ  เขียนโดยใช้วิธีการตัดเส้นสีแดง ดำ  เป็นโครงร่าง รอบองค์พระลงสีเป็นส่วนๆ พระเศียรและพระเกศาลงสีดำ พระพักตร์และพระกรลงสีขาว พระวรกายครองผ้ากาสาวพัสตร์สีเหลืองส้ม พระพักตร์ค่อนข้างเหลี่ยม  พระอุษณีษะนูนสูงต่อด้วยเปลวรัศมีลงสีขาวตัดด้วยเส้นสีดำ  ไม่แสดงรายละเอียดพระเนตร  พระนาสิก  และพระโอษฐ์  ส่วนปลายพระบาทไม่ชัดเจน
          จากลักษณะที่กล่าวมาข้างต้น  อาจกล่าวได้ว่าภาพเขียนนี้น่าจะเป็นภาพที่ยังเขียนไม่เสร็จ  และจากเค้าโครงของภาพอาจสันนิษฐานได้ว่าน่าจะเป็นภาพที่เขียนขึ้นในสมัยอยุธยา  โดยอาจสืบทอดคติการสร้างภาพพระพุทธไสยาสน์ในถ้ำตามแบบวัฒนธรรมทวารวดี เช่น ถ้ำฝาโถ ถ้ำจาม  จังหวัดราชบุรี  แต่เปลี่ยนวิธีการจากการสลักภาพลงบนหินแล้วลงสีหรือประดับด้วยปูนปั้น เป็นการลงสีบนภาพอย่างเดียว นิทานเกี่ยวกับภาพเขียนสีอ้ายเตย์
          มีนิทานพื้นบ้านเชื่อกันว่า  รอบๆ บริเวณเขารับร่อเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณชื่อ  เมืองอุทุมพร  ซึ่งร่วมสมัยกับเมืองนครศรีธรรมราช ที่สร้างโดยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช  เมื่องอุทุมพรได้รับพุทธศาสนาจากเมืองนครศรีธรรมราช โดยมีการสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่เรียกว่า  พระหลักเมือง  หรือ พระปู่หลักเมือง  ประดิษฐานเป็นพระประธานอยู่กลางถ้ำพระบนเขารับร่อ  และมีเรื่องเล่ากันว่า  เมื่อเสร็จจากการสร้างพระพุทธรูปหลักเมืองแล้ว  มีทรัพย์สินเงินทองที่ประชาชนนำมาร่วมกันสร้างเหลืออีกมากจึงนำมาฝังไว้ในถ้ำอีกถ้ำหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงกัน (ถ้ำอ้ายเตย์ในปัจจุบัน) จากนั้นเขียนภาพพระพุทธรูปไสยาสน์ลงสีไว้ที่ผนังถ้ำ  ชาวบ้านเล่าต่อกันมาว่า  ภาพเขียนสีบนผนังถ้ำนี้สร้างไว้เพื่อเฝ้าสมบัติเรียกว่า  อ้ายเตย์  (แปลว่าพี่คนที่สาม) นอกจากนั้นยังมีนิทานชาวบ้านเป็นปริศนาลายแทงว่า อ้ายเตย์ๆ เอาลูกใส่เปล เอาตีนคาใน น้ำมันสองขวด ค่อยนวดค่อยไป  ผู้ใดคิดได้  อยู่ใต้อ้ายเตย์  และเคยมีผู้ที่เชื่อตามลายแทงมาขุดหาสมบัติภายในถ้ำ  แต่ถูกงูใหญ่ไล่กัดหรือได้ยินเสียงที่ไม่ทราบที่มาไล่ออกไปจากถ้ำ
6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 1:24:17 PM


พ่อลูกสอง
ความคิดเห็นที่ 36
สวัสดีครับ  จขกทสรน
 
เพลงล่องแม่ปิง  จรัล  มโนเพชร

ดอกบัวตองนั้นบานอยู่บนยอดดอย
ดอกเอื้องสามปอย บ่เกยเบ่งบานบนลานพื้นดิน
ไม้ใหญ่ไพรสูง นกยูงมาอยู่กิน
เสียงซึงสะล้อ..จ๊อยซอเสียงพิณ
คู่กับแดนดินของเวียงเจียงใหม่
สาวเจ้าควรภูมิใจ บ่ลืมว่าเฮาลูกแม่ระมิงค์

คนงามงามต้องงามคู่ความเด่นดี
ต้องฮักศักดิ์ศรีของกุลสตรีแม่ญ่าแม่ญิง
เยือกเย็นสดใส..เหมือนน้ำแม่ปิง
มั่นคงจริงใจ ฮักใครฮักจริง

สาวเอยสาวเวียงพิงค์ สาวเครือฟ้าเคยซมซาน
อีกแม่สาวบัวบาน นั่นคือนิทานสอนใจ

คงไม่ต้องบอกนะครับว่าฟังแล้วคิดถึงอะไรบ้าง......แถม

สาวเกาะอกน่ารักจริงๆ (ซ้ำ)
รับรองไม่ทิ้ง รักสาวเกาะอก ฮ่า...นิสัยดั้งเดิมออกอีกแล้ว 

(ใครลบ คห.ผมขอให้เป็นหมัน)
6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 1:28:46 PM


ป. ปลาตาเดียว
ความคิดเห็นที่ 35
เจื้อยแจ้วแว่วเสียงสำเนียงขับร้อง ดังเพลงมนต์รักแม่กลอง ล่องลอยพริ้วหวานซ่านมา กล่อม สาวงามบ้านอัมพวา มนต์รักแม่กลองแว่วมา เหมือนสายธาราแม่กลองรำพัน .....พี่ต้องจากลาขวัญตานิ่มน้อง ไม่ลืมลาสาวแม่กลอง ต้องครวญหวนมาสักวัน กลิ่น เนื้อนางไม่จางสัมพันธ์ เราสองล่องเรือร่วมกัน.. ร้องเพลงชมจันทร์ลุ่มน้ำแม่กลอง ....ไม่ลืม น้ำใจไมตรี สาวงามบ้านบางคณฑี เอื้ออารีเรียกร้อง ให้ดื่มน้ำตาลพร้อมกับยิ้มหวาน ของนวลละออง ก่อนลาจากสาวแม่กลอง เรา ร่วมปิดทองงานวัดบ้านแหลม ....เจื้อยแจ้วแว่วเสียงสำเนียงขับร้อง คร่ำครวญลาสาวแม่กลอง ล่องลอยเมื่อคืนข้างแรม กรุ่น หอมไอทะเลเคล้าแซม มนต์รักแม่กลองแทรกแซม คิดถึงพวงแก้มนวลสาวแม่กลอง

ปล. พ่อเราคนแม่กลอง แต่แม่เรา สาวมหาชัยอ่ะ
6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 1:34:23 PM


ป. ปลาตาเดียว
ความคิดเห็นที่ 34
เพลงล่องแม่ปิง ของคุณพ่อลูกสอง นี่เพราะมากเลยค่ะ ยิ่งมีฟ้อนเหนือ ประกอบด้วยนะคะ ยิ่งงามขนาดเจ้า เป็นเพลงที่เราชอบร้อง แล้วก็ชอบฟังด้วยแหละ ส่วนตัวชอบทำนองเพลง ของคุณจรัล เพราะฟังแล้วมันสบาย และรู้สึกผ่อนคลายดี
6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 1:36:44 PM


ป. ปลาตาเดียว
ความคิดเห็นที่ 33
รถเมล์ รับจ้างประจำทาง สายเพชรบุรี
ผ่านองค์ ปฐมเจดีย์ สีทอง มองสูงตระหง่าน
เมื่อเดือน สิบสอง ทุกปีต้องมีงาน ออกร้าน
กราบพระร่วมอธิษฐาน
ให้พบนงคราญรักร่วมใจ
ขอลาร้อยชั่ง กลับเขาวังเมืองเพชรบุรี
อย่าลืมพี่นะคนดี
สิ้นปีจะย้อนมาใหม่
ได้กินข้าวหลาม
ของคนงาม ช่างหวานติดใจ
กลับถึงบ้าน จึงลืมไม่ไหว
คิดถึงขวัญใจ นครปฐม
ฝากอนงค์ไว้กับองค์ ปฐมเจดีย์
ขอให้ช่วย คุ้มน้องของพี่
อย่าให้มี ใครลอบมาชม
ย้อนมาคราวหน้า
จะมา หอมแก้มเอวกลม
จะยื่น ข้าวเกรียบที่เขา นิยม
มาฝากคนสวย พร้อมด้วยน้ำตา
รถเมล์ รับจ้าง
ประจำทาง สายเพชรบุรี
จากองค์ ปฐม เจดีย์
ลับตา พาเสียวใจซ่าน
ผ่านราชบุรี เห็นมีงาน ส้มโอออกร้าน
เหลือบเห็นจ้าว ข้าวหลามตาหวาน
คิดถึง นงคราญนครปฐม
6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 1:42:12 PM


ป. ปลาตาเดียว
ความคิดเห็นที่ 32
เพลงนี้น่าจะเหมาะกับคนอยู่ชลบุรีนะ

ไอ้หนุ่มตังเกร่อนเร่หาปลา
ล่องลอยนาวา เห็นน้ำกับฟ้าเป็นเพื่อน
...ลากอวนจับปลา กลางทะเล
นอนบนตังเก แรมเดือน
ผิวคล้ำดำเปื้อน คาว ปลา
...หุ่น ก็ไม่งามลุ่มล่ามเหลือเกิน
สาวแลก็เมิน เคอะเขิน ไม่หันมองหน้า
...จับปลาหาง่าย เต็มลำ
จีบแม่คนงาม หวานตา
ผมจนปัญญา สิ้น ดี
มี แฟน กับเขา หนึ่งคน
หน้า มล เรียนราม คำแหงปีสี่
...คนลูกน้ำเค็ม เหมือนกัน
เคยมีสัมพันธ์ หลายปี
ป่านนี้เขาลืม เราแล้วก็ไม่รู้
...เหม่อมองทะเลยิ่งเศร้ารัญจวน
เห็นนกนางนวล โผผินบินหวนคอยคู่
...สั่งลมทะเล บอกคนงาม
จบจากเรียนราม โฉมตรู
กลับมาเป็นครูสอนเด็กบ้านเรา
6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 1:46:10 PM


จิ้น
ความคิดเห็นที่ 31
คุณ พ่อ ลูกสอง  เพลงนี้ เป็นเพลงประจำจังหวัดเชียงใหม่เลย นะเนี่ย ผมล่ะชอบมากๆ

คุณ สรน ผมก็มีเพลงประจำ จังหวัด เหมือนกัน แต่ ลางเลือนมาก

เมืองราชบุรี สวยงาม      สายน้ำวับวามยามอาทิตย์ฉายส่อง
ดังสายโลหิตแม่กลอง     น่าเที่ยวชวนมองเชิญมาลองเที่ยวชม
เขาวังสวยงามตั้งเด่น      แก่นจันทร์เป็นเหมือน ดั่งพี่น้อง
....... ใครจำได้ช่วย ต่อที นะครับ

เพลง ราชบุรี ของวง ดิอินโนเซนต์ 
6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 1:48:27 PM


ป. ปลาตาเดียว
ความคิดเห็นที่ 30
อันนี้ ขอมอบให้คุณ คนอิสานค่ะ เอาแค่ภาคเดียวกันก็พอเนอะ

มาขอนแก่น แว่นแคว้น แดนอิสาน
มีตำนาน มาราธอน ตอนหน้าหนาว
ฝรั่งแขก แปลกหน้า ท้าไทยลาว
เด็กหนุ่มสาว เฒ่าแก่ แห่เต็มเมือง เจอน้องนุช สุดสง่า ก็มาด้วย
เป็นคนสวย ผิวยองใย ใส่เสื้อเหลือง
เธอส่งยิ้ม พริ้มพราย ชายชำเลือง
หัวใจเขื่อง เรื่องรัก ทักทำนาย ตื่นไปดู มาราธอน ตอนตีสี่
ฮาล์ฟก็มี ตีห้าครึ่ง ทึ่งเหลือหลาย
มินิฯตก หกโมงกว่า ทิวากราย
แปดโมงหมาย พวกเดินวิ่ง ชิงกันจร หันไปเห็น เด่นสง่า อยู่หน้าแถว
เอาอีกแล้ว พรหมลิขิต คิดแผลงศร
เป็นบุปผา มาปัก รักบังอร
ให้อาทร วอนหา สุดาดวง ได้เวลา ถลาวิ่ง ชิงนำหน้า
เร่งบาทา โถมสุดฤทธิ์ ไม่คิดห่วง
จ้ำกันไป ไม่ไหวหวั่น พรั่นใดปวง
เกือบสิ้นทรวง ควงสังขาร คลานเข้าชัย นั่นอนงค์ ยังคงวิ่ง อหิงสา
แก้วสุดา ดั้นด้น ทนไฉน
พี่ขึ้นมอ พอหมดแรง ให้แซงไป
ฝากหัวใจ นัยนา รักษาที เสียงกลองกริ่ง ฉิ่งฉับ ขยับเข้า
เครื่องสายเร้า เคล้าเสียงเพลง บรรเลงสี
ทั้งแคนซึง ตึงตัง ดั่งดนตรี
อื้ออึงมี่ เร่งฝีเท้า ก้าวสู้ทน แม่จอมขวัญ หันหน้า มาสบพักตร์
โอ้นงลักษณ์ อย่าหลอนหลอก บอกสักหน
จะเนิ่นนาน ปานใด ใคร่ขอทน
เจ้าหน้ามล คนอย่างพี่ มีใจเดียว ถึงเส้นชัย ไม่ฉงน คนคึกคัก
แม่ค้าตัก อาหารให้ ไม่เฉลียว
กินทิ้งขว้าง บ้างก็มั่ว ตัวเป็นเกลียว
ว่าแล้วเชียว เดี๋ยวก็หมด อดกินกัน โอ้กานดา หน้าชื่น ระรื่นจิต
แม่มิ่งมิตร จอมสุรางค์ นางในฝัน
ส่งสัญญาณ ประสานใจ ในสัมพันธ์
ประโลมขวัญ มั่นใจรัก พี่สักครา ขอลาก่อน ขอนแก่น แดนอิสาน
อีกไม่นาน คงลาลับ กลับแล้วหนา
เมืองเสียงแคน แดนดอกคูณ อาดูรลา
ไว้ปีหน้า ฟ้าใหม่ ใคร่มาเยือน ต้องลานวล สงวนศรี ของพี่ด้วย
แม่คนสวย หยาดฟ้า หาใดเหมือน
จะไม่สบ พบพาน นานนับเดือน
ใจคอยเตือน เสมือนอยู่ ไม่รู้ลืม
6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 1:53:59 PM


พ่อลูกสอง
ความคิดเห็นที่ 29
ไม่มีใครชมเพลงสาวเกาะอก ของผมเลย  ส่งมาหลายเพลงแล้ว หายไปโทงเทงที่ไหน  ?
6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 1:54:10 PM


อูด
ความคิดเห็นที่ 28
รักเมียเรา
ชูเมียเรา
ทะนุบำรุงให้รุ่งเรือง
สมเป็นเมียของเรา

ท่อนต่อไปออก เรทxxx แล้วครับไปต่อไม่ได้แล้วครับ
ใครอยากรู้ท่อนต่อไป
จุดธูปเรียกผม
แล้วผมจะไปร้องต่อให้ฟังในฝัน
6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 1:59:32 PM


แม่ติง
ความคิดเห็นที่ 27
นอกเรื่อง
ราชบุรี ทำโอ่ง
ราชสีมา ทำไร ???
6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 2:09:58 PM


ธรินทน์ งามเหงือก
ความคิดเห็นที่ 26
ลืมตำนานเพลง ท่าฉลอม กันแล้วหรือครับ
ผู้รอคอยถูงยุงสูบเลือดจนหมดตัว (ประมาณ 2แสนแปดหมื่นเก้าพัน หกร้อยสี่สิบเจ็ดตัว ที่กัด)

6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 2:09:59 PM


พ่อลูกสอง
ความคิดเห็นที่ 25
แสนแสบ      ชรินทร์ นันทนาคร

อกพี่กลัดหนอง พี่หมองดั่งคลองแสนแสบ
เจ็บจำดังหนามยอกแปลบ แปลบ
แสบแสนจะทน
โอ้ว่ากังหัน ทุกวันมันพัดสะบัดวน
อยากจะรู้จิตคน จะหมุนกี่หนต่อวัน
ย่างเดือนสิบสอง ฟากคลองเจิ่งนองน้ำหลั่ง
อยู่ไกลกันคนละฝั่ง ฝั่ง ยังร้องสั่งกัน
สิ้นเดือนสิบสอง น้ำนองแห้งคลองขอดพลัน
สิ้นความรักจากกัน
เหมือนกังหันเปลี่ยนทางลม
แสนแสบ แสบแสนเปรียบแม้นชื่อคลอง
นี่คือโลงทองของเรียม ขวัญ เขาฝากชีพจม
แต่คลองยังช้ำ เหลือไว้แต่น้ำขุ่นตม
พี่จึงช้ำจึงช้ำขื่นขม ขม ตรมเสียกว่าคลอง
เจ้าจากพี่มา เจ้าลืมทุ่งนาฟ้ากว้าง
เจ้าลืมฟากคลองสองฝั่ง ฝั่ง ลืมทั้งทุ่งทอง
จวบจนบัดนี้ มิเห็นมีน้ำเจิ่งนอง
ชื่อว่าแสนแสบคลอง
เหมือนคนหมองต้องแสบแสน

เจ้าจากพี่มา เจ้าลืมทุ่งนาฟ้ากว้าง
เจ้าลืมฟากคลองสองฝั่ง ฝั่ง ลืมทั้งทุ่งทอง
จวบจนบัดนี้ มิเห็นมีน้ำเจิ่งนอง
ชื่อว่าแสนแสบคลอง
เหมือนคนหมองต้องแสบแสน...

คิดถึงท้องทุ่งบางกะปิ  ยุคไอ้ขวัญ
6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 2:12:28 PM


พ่อลูกสอง
ความคิดเห็นที่ 24
ท่าฉลอม

พี่ อยู่ไกลถึงท่าฉลอม
แต่พี่ไม่ตรอมเพราะรักพยอม ยาม ยาก
ออกทะเล จะหาปลา มาฝาก
แม่คุณขวัญใจคนยาก รับของฝากจากพี่ได้ไหม
โปรด เมตตารักพี่สักนิด
พี่มอบชีวิตอุทิศให้สาว มหาชัย
แบกความรัก ข้ามทะเล มา ให้
ฝ่าลมและคลื่นเท่าไหร่ รักจึงได้ว่ายน้ำข้ามมา
ท่าฉลอม กับมหา ชัย
จะคิดทำไมว่าไกล เชื่อมความรักไว้ดีกว่า
บอกเพียงสักคำ ว่าไม่รักจะหักใจลา
ซ่อนตัวตามประสา จะหนีซ่อนหน้า ห่าง ไกล
เรื่อง ทะเลนั้นพี่พอรู้
แต่เรื่องเจ้าชู้ไม่รู้จะทำ ฉันใด  
หยั่งทะเลพอคะเน ดู ได้
แต่ความรักเกินครวญใคร่
ลึกเท่าไหร่ไม่รู้หยั่งถึง

ท่าฉลอม กับมหาชัย
จะคิดทำไมว่าไกล เชื่อมความรักไว้ดีกว่า
บอกเพียงสักคำว่าไม่รักจะหักใจลา
ซ่อน ตัวตามประสา
จะหนีซ่อนหน้า ห่าง ไกล
เรื่อง ทะเลนั้นพี่พอรู้
แต่เรื่องเจ้าชู้ไม่รู้จะทำ ฉันใด  
หยั่งทะเล พอคะเน ดู ได้
แต่ความรักเกินครวญใคร่
ลึกเท่าไหร่ไม่รู้ หยั่งถึง...

คิดถึงสาวท่าฉลอม  สาวมหาชัยมากครับ 
6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 2:20:30 PM


เยาวฯ51
ความคิดเห็นที่ 23
ราชสีมา .. ก็เผ่นซีจ๊ะ จะอยู่รอให้มันขบหัวเอาเหรอ....


ตำนานเสาร้องไห้....


เมื่อครั้งสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ใหม่ ๆ ทางการได้สั่งให้หัวเมืองต่าง ๆ หาเสาขนาดใหญ่เพื่อคัดเลือกทำเสาหลักเมือง

เมืองสระบุรีได้หาเสาตะเคียนใหญ่ต้นหนึ่ง โดยตัดมาจากป่าแถว ๆ มวกเหล็ก แล้วส่งเข้ารับการคัดเลือกด้วย โดยล่องไปตามแม่น้ำป่าสัก เข้าแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วล่องเข้ากรุงเทพฯ

ปรากฏว่า เสาที่เมืองสระบุรีส่งเข้าไป ไม่ได้รับการคัดเลือก เพราะปลายเสาคดเล็กน้อย เสาต้นนี้ก็เลยถูกทิ้งไว้ไม่มีใครสนใจ

ต่อมา เสาต้นนี้ก็ลอยทวนน้ำจากกรุงเทพ กลับมาจมอยู่ในแม่น้ำป่าสัก ในพื้นที่ อ.เสาไห้ในปัจจุบัน .. จากนั้น ในตอนกลางคืน ชาวบ้านแถวนั้นก็มักจะได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ ดังมาจากบริเวณกลางแม่น้ำอยู่บ่อย ๆ

จนกระทั่งปี 2501 มีหญิงชาวบ้านคนหนึ่ง ฝันว่ามีผู้หญิงสาวเข้ามาบอกว่าเป็นวิญญาณที่สิงอยู่ในเสาที่จมในแม่น้ำป่าสัก ขอให้ไปบอกชาวบ้านช่วยกันงมเสาขึ้นมาด้วย

ตอนแรก ชาวบ้านคนที่ฝันก็ไม่เชื่อ แต่ต่อมา มีคนฝันเหมือน ๆ กันแบบนี้อีกหลายคน ชาวบ้านจึงช่วยกันงมหาเสาต้นนี้จนเจอ และทำพิธีชักลากขึ้นมาตั้ง (ความจริง นอน) ไว้ที่วัดสูง ใน อ.เสาไห้


ถ้าใครอยากไปดูเสาไห้ของจริง ก็ไปดูได้ที่วัดสูงนะครับ อย่าไปที่วัดเสาไห้ล่ะ เดี๋ยวจะไม่เจอ


(ปล. ที่ตอบกระทู้ช้าไปหน่อยเพราะต้องขับรถไปที่วัดสูง ไปดูว่าเขางมเสาต้นนี้ขึ้นมาในปีอะไร จำไม่ได้จริง ๆ)

6 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา : 2:27:32 PM