ประขาธิปไตย  
 ผู้เขียน: เล็ก  
การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น เป็นการปกครองที่ใช้ความเป็นผู้ใหญ่ในการปกครอง และผู้อยู่ใต้การปกครองก็ต้องเป็นผู้ใหญ่เช่นกัน จึงจะสามารถอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุขได้ การเป็นผู้ใหญ่นั้นประกอบด้วยคุณสมบัติที่สำคัญ ๒ ประการ คือ ความเป็นคนมีเหตุมีผล และความเป็นคนเสียสละ ผู้ปกครองจะต้องมีเหตุผลอันสมควรเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นที่ตั้งในการบริหารบ้านเมือง และต้องเป็นผู้เสียสละผลประโยชน์ส่วนตัวเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ส่วนผู้ที่อยู่ใต้การปกครองก็ต้องมีเหตุผลในการให้ความร่วมมือและรับฟังเสียงเรียกร้องของผู้บริหาร เสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเช่นกัน ประชาธิปไตยนั้น เป็นการปกครองโดยประชาชน เพื่อประชาชน แต่คนเราไม่เข้าใจประชาธิปไตยอย่างแท้จริงจึงปฏิบัติอย่างไม่ถูกต้อง ยึดประชาธิปไตยเป็นเพียงสัญลักษณ์ ไม่ได้นำมาปฏิบัติกันจริงๆ ประชาธิปไตยนั้นต้องมีความเป็นธรรมต่อทุกคนในชาติ หากไม่มีความเป็นธรรมก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย ความเป็นธรรมนั้นสำคัญที่สุดต่อความสงบสุขอย่างยั่งยืน ที่ระบอบการปกครองอื่นๆเป็นอันต้องล้มสลายไปก็เพราะไม่มีความเป็นธรรม ประชาธิปไตยนั้นต้องมีการเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ประโยชน์ส่วนรวมไม่ได้หมายความว่าเป็นประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ เพราะประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนรวมที่แท้จริง สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วมนั้นต้องมีเหตุผลอันสมควรจึงจะเป็นประโยชน์ส่วนรวมที่แท้จริง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น ประกอบด้วย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ชาติประกอบด้วยประชาชน ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทั้งที่มนุษย์สร้างขึ้นและเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ พื้นที่อาณาเขตทั้งบนบก บนฟ้า บนน้ำ สิ่งเหล่านี้เป็นของชาติต้องรักษาดูแลอย่างดี เหตุผลอันสมควรก็คือการรักษาดูแลชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ดังนั้นประโยชน์ของคนส่วนใหญ่จึงไม่ใช่ประโยชน์ส่วนรวมเสมอไป เช่นหากคนส่วนใหญ่คิดเบียดเบียนธรรมชาติ แต่คนส่วนน้อยเห็นว่าการกระทำนั้นจะเป็นภัยต่อส่วนรวมเพราะทุกคนล้วนต้องพึ่งพิงธรรมชาติ จึงออกมาคัดค้าน การกระทำของคนส่วนน้อยนี้เป็นประโยชน์ส่วนรวม แต่การกระทำของคนส่วนใหญ่นี้เป็นประโยชน์ส่วนตัว เป็นต้น ซึ่งธรรมดาคนฉลาดมีน้อยกว่าคนโง่ คนเสียสละมีน้อยกว่าคนเห็นแก่ตัว หากเราจะพึ่งคนส่วนใหญ่จึงเป็นการยากที่จะพึ่งได้ จึงต้องบัญญัติกฎหมายให้ทุกคนมีหน้าที่ความรับผิดชอบมีความเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ความเสียสละเพื่อส่วนรวมเท่านั้นที่จะเป็นการป้องกันระบบทุนนิยม(ความเห็นแก่ตัวเป็นที่ตั้ง) ระบบประชานิยม(สร้างค่านิยมเสียๆ สร้างกระแสมอมเมาผู้คนด้วยวัตถุนิยม เอื้อประโยชน์เฉพาะพวกพ้อง)ได้ การรักษาดูแลชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างนี้จึงจะเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่ว่าแบ่งฝักแบ่งฝ่ายพวกมากรังแกพวกน้อย ฝ่ายเสียงข้างมากเป็นฝ่ายที่ถูกต้องเสมอเพราะมีเสียงมากกว่า เห็นแก่ประโยชน์คนส่วนใหญ่แล้วละเลยประโยชน์ของคนส่วนน้อย ใช้กระแสอารมณ์เข้าตัดสินปัญหา ใช้ความรุนแรงมาแก้ปัญหา สร้างอบายมุขสิ่งมอมเมาทั้งหลายมาแก้ปัญหาการขาดรายได้แต่กลับเป็นการสร้างความวุ่นวายไม่รู้สิ้นเป็นทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย บ้านเมืองเราโหยหาประชาธิปไตยแต่กลับไม่ปฏิบัติอย่างจริงจังแล้วประชาธิปไตยจะเกิดได้อย่างไร? สรุป ประชาธิปไตยนั้นเป็นการอยู่ร่วมกันอย่างคนที่เป็นผู้ใหญ่ ปฏิบัติกาย วาจา ใจอย่างมีเหตุผลมีความเป็นธรรมมีปัญญา เสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ประเทศเรายังขาดปัญญากันมากการศึกษาก็ยังไม่ดีถอยหลังเข้าคลองกันไปเรื่อยๆทั้งความรู้และคุณธรรม ( คนเรียนไม่ค่อยเก่งแต่กลับอยากเป็นครู คนเรียนเก่งกลับไม่อยากเป็นครู หลักสูตรตำราเรียนก็อ่อนแย่กว่าสมัยก่อนมากๆคนรุ่นใหม่จึงอ่อนภาษาไทย นับถือศาสนาพุทธก็ทำกันแบบตามๆกันไปเป็นแค่สัญลักษณ์ (ทำเป็นพิธีรีตองเท่านั้น) ไม่นำมาใช้จึงเกิดปัญหาฆ่าตัวตายกันเรื่อย มัวเมาในกาม และอบายมุขทั้งหลาย ฯลฯ ) พลอยทำให้คนขาดเหตุผล ความเสียสละยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะถ้ามีก็ไม่มีการโกงกินบ้านเมืองกันขนาดนี้ ประชาธิปไตยที่มุ่งหวังเดินไปให้ถึงจึงล้มไม่เป็นท่าเป็นได้แค่สัญลักษณ์(การเลือกตั้ง)เท่านั้น การเลือกตั้งไม่ใช่ประชาธิปไตย! มันเป็นแค่วิธีคัดสรรคนอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้เป็นไปโดยประชาชนเพื่อประชาชนตรงไหนเลย หากเราต้องการมีประชาธิปไตยก็ต้องเป็นผู้ใหญ่ให้ได้เท่านั้น สู้กันด้วยเหตุผลไม่ใช่ด้วยกำลังอำนาจ สู้ด้วยปัญญาไม่ใช่ด้วยอารมณ์ สู้ด้วยความกล้าหาญทำความดีไม่ใช่กล้าทำความชั่วไม่รู้จักละอาย หน้าด้านหน้าทนเห็นแก่ได้ สู้ด้วยการเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมไม่ใช่สู้เพื่อปกป้องประโยชน์ส่วนตัว ที่กล่าวมาไม่ได้หมายความว่าประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ทำกันไม่ได้ เราทำกันได้แต่ไม่ทำต่างหาก เหมือนกับการเป็นคนดีเราทำได้แต่ถ้าไม่ทำกันเอง แล้วจะดีได้อย่างไร
วันที่ : 28 พฤษภาคม 2007 เวลา : 12:31:05 AM

จำนวนคนอ่าน 3461 คน
จากจำนวนคนโหวต 1 คน แต้มเฉลี่ย 1.00


ใหญ่
ความคิดเห็นที่ 2
ในทางทฤษฎี..ถูกต้องใช่เลย
ในทางปฏิบัติคงยาก  ตราบใดกลุ่มคนที่มาบริหารประเทศ
ยังคงมักใหญ่ใฝ่สูง ลุซึ่งอำนาจ บ้าบารมี คู่สามีบ้าสังคม
ปล่อยลูกเต้าเบ่งคับฟ้า  แสร้งว่ารักประชาชน ถ่มตนว่าติดดิน
คิดแต่จะยึดอำนาจ  อวดอ้างด้วยรถถัง ฯลฯ  นะประเทศไทย
28 พฤษภาคม 2007 เวลา : 1:21:12 PM


กอบกู้ชาติ
ความคิดเห็นที่ 1
ค่ำวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นเสมือน "น้ำ" ที่ราดรดมาดับความร้อนรุ่มของสถานการณ์ต่างๆ ในช่วงนี้ โดยเฉพาะประโยคที่ให้ร่วมกันป้องกันไม่ให้บ้านเมือง "ล่มจม"
28 พฤษภาคม 2007 เวลา : 8:56:38 PM