หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ | การตลาด
 

ตลาดรถบรรทุกใหญ่ปี54บูม ค่ายญี่ปุ่น-ยุโรปเจอสงครามราคาจีน-อินเดีย

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 15 มีนาคม 2554 11:58 น.
ตลาดรถบรรทุกใหญ่ปี54บูม ค่ายญี่ปุ่น-ยุโรปเจอสงครามราคาจีน-อินเดีย
        -รถบรรทุกใหญ่จิ๊ดสมตัวฮีโน่ค่ายใหญ่ของกวดแชร์43%
       
       -แบรนด์จีน อินเดีย เปิดสงครามราคาชิงยอด
       
       -รถมือสองโตป่วนตลาด
       
       ตลาดรถบรรทุกขนาดใหญ่ไม่น้อยหน้ารถยนต์ สมรภูมิการแข่งขันเข้มข้นไม่แพ้กัน ฮีโน่เจ้าตลาดจ่อผลตภัณฑ์รุกตลาดอีก 3 รุ่น หวังสกัดการรุกคืบของรถบรรทุกราคาถูกจากจีน และอินเดีย ขณะที่ค่ายยูโรป วอลโว่ประกาศศักดาทุ่มงบ 100 ล้านเปิดยุทธ์การป่าล้อมเมือง ผุดศูนย์บริการย่านสระบุรีหวังกินตลาดบรรทุกระยะยาว
       
       ภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม ที่กำลังเติบโตเป็นปัจจัยบวกหลักที่ทำให้ตลาดรถบรรทุกขนาดใหญ่ในปีนี้ ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ในปีที่ผ่านมานั้นตลาดรถบรรทุกเมืองไทยมีปริมาณการขายสูงถึง 23,000 คัน ส่งผลให้ตลาดรถบรรทุกเมืองไทยเป็นที่หมายตาของผู้ผลิตทั้งจากญี่ปุ่น ซึ่งครองตลาดมาก่อน และค่ายรถจากยูโรปและล่าสุดเหล่าบรรดาค่ายรถบรรทุกจากจีน และอินเดีย ต่างเริ่มตบเท้าเข้ามาขยายตลาดในเมืองไทยมากขึ้น
       
       ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายของรถบรรทุก แตกต่างจากผู้ใช้รถยนต์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ตลาดรถบรรทุกนั้นถูกกำหนดโดยสภาวะเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยเฉพาะภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม ดังนั้นหากการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นไปในทิศทางบวก ย่อมมีผลต่อการเติบโตของตลาดรถบรรทุกเช่นเดียวกัน และลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของตลาดรถบรรทุกคือ บรรดาเจ้าของกิจการ และธุรกิจต่างๆ นั่นเอง
       
       การทำตลาดรถบรรทุกนั้นส่วนใหญ่เป็นการเจาะถึงกลุ่มลูกค้าโดยตรง เนื่องจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าแต่ละกลุ่มต้อง มีความสอดคล้องกับงานหรือธุรกิจของลูกค้าแต่ระราย อย่างไรก็ดีแม้จะมีรถบรรทุกจากญี่ปุ่นจะถูกท้าทายจากบรรดารถบรรทุกราคาถูกจากจีนและอินเดีย แต่ที่ผ่านมาตลาดรถบรรทุกส่วนใหญ่ยังครองโดยแบรนด์จากญี่ปุ่น
       
       ฮีโน่เจ้าตลาด
       ชูบรรทุกมาตฐานสูง
       
       ทั้งนี้ในปี 2553 ที่ผ่านมา รถบรรทุกจากค่ายฮีโน่ ยังได้รับการยอมรับจากตลาดด้วยยอดขายสูงสุด 9,900 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดมากถึง 43% ความสำเร็จนี้เกิดจากการสร้างแบรนด์ที่ยาวนานถึง ทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นสูง ด้วยเครืออข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมากถึง 67 แห่งทั่วประเทศ
       
       อำนวย พงษ์วิจารณ์ กรรมการบริหารอาวุโส บริษัท ฮีโน่ มอเตอร์ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ "ฮีโน่" บอกว่า การแข่งขันในตลาดรถบรรทุกนั้นมีความร้อนแรงไม่แตกต่างจากตลาดรถยนต์ทั่วไป ส่วนหนึ่งเพราะในปัจจุบันมีผู้ผลิตรถบรรทุกจากจีนและอินเดีย เข้ามารุกตลาดมากขึ้น ยังไม่ร่วมการแข่งขันกันกับรถบรรทุกแบรนด์จากญี่ปุ่น และยุโรปที่อยู่ในตลาดเมืองไทยมานาน
       
       ดังนั้นกลยุทธ์การแข่งขันจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดโรด์โชว์ ไปจนถึงกยุทธ์การขาย
       
       อำนวยบอกว่า การทำตลาดรถบรรทุกนั้นแตกต่างจากตลาดรถยนต์ทั่วไป รถบรรรทุกนั้น ต้องขายให้กับเจ้าของธุรกิจ และส่วนใหญ่เป็นการทำตลาดแบบไดเร็กลูกค้าโดยตรง
       
       “เราต้องนำเสนอให้ลูกค้าได้เห็นถึงความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะจุดเด่นของฮีโน่ อยู่ที่การบำรุงรักษาในระยะยาว เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่อยู่ในตลาดมานาน ทำให้เรื่องอะไหล่ต่างๆ หาได้ง่ายและราคาไม่สูงนัก ในขณะที่บริการหลังการขายก็มีความเข้มแข็ง”อำนวยกล่าว
       
       แน่นอนตลาดรถบรรทุกเมืองไทย โดยเฉพาะแบรนด์ที่อยู่มาก่อน ย่อมได้รับผลกระทบจากการรุกตลาดของรถบรรทุกราคาถูกจากจีน และอินเดีย แต่หากสามารถให้ลูกค้าได้มองเห็นถึงความคุ้มค่าและแตกต่างก็จะทำให้เรามีความได้เปรียคู่แข่ง
       
       ที่ผ่านมานอกจากการนำเสนอด้านความคุ้มค่าแล้ว ฮีโน่ ยังใช้กลยุทธ์การเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย แต่ละกลุ่มทั่วประเทศด้วยการ จัดกิจกรรมประเภทโรดโชว์ โดยเข้าร่วมกับสมาคมด้านการเกษตรต่างๆ เช่นสมาคมชาวไร่อ้อย สมาคมค้าข้าวต่างๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี และถือเป็นกลยุธท์ที่มีความสำคัญ
       
       ขณะที่ด้านผลิตภัณฑ์ฮีโน่ ถือเป็นแบรนด์ที่มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์สูงกว่าคู่แข่งอย่างมาก เช่น ฮีโน่เป็นเจ้าแรกที่ติดตั้งระบบถุงลมนิรภัยในรถบรรทุก รถบรรทุกของฮีโน่ ติดตั้งกระจกไฟฟ้าเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ และล่าสุดเราได้ติดตั้งระบบเซ็นทรัลล๊อกให้กับผลิตภัณฑ์ของเราเกือบทุกรุ่นที่ทำตลาด
       
       สำหรับตลาดรถบรรทุกในปจจุบัน กำลังมีความต้องการรถบรรทุกที่ติดตั้งระบบ ซีเอ็นจี สำหรับฮีโน่นั้น เริ่มทำตลาดรถบรรทุก ซีเอ็นจี เป็นรายแรกในปี 2552 โดยเปิดตัวรถ 6 ล้อ 220 แรงม้า และ 10 ล้อ 260 แรงม้า เข้าสู่ตลาด ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี วัดได้จากยอดขายในปีที่ผ่านมาของรถบรรทุกซีเอ็นจี สามารถทำยอดขายได้ 2,800 คันจากจำนวน 4 รุ่น ทำให้ฮีโน่ คาดการณ์ว่า สัดส่วนตลาดรถหว่างรถบรรทุกเครื่องยนต์ดีเซล และเครื่องยนต์ซีเอ็นจี จะมีสัดส่วนใกล้เคียงกันคือราวๆ 50% ในอีกไม่นานนี้
       
       ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนโยบายรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนการผลิตรถที่ใช้ระบบก๊าซธรรมชาติ หรือซีเอ็นจี ด้วยการลดภาษีนำเข้าอุปกรณ์เหลือเพียง 0% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้การแข่งขันในตลาดนี้รุนแรงยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามฮีโน่ ประเมินสถานการณ์ว่า หากราคาน้ำมันยังสูงขึ้นต่อเนื่องทั้งปี น่าจะทำให้รัฐบาลพิจารณาต่ออายุมาตรการลดภาษีนำเข้าอุปกรณ์ซีเอ็นจีที่จะสิ้นสุดในปีนี้ ต่อไปอีกระยะหนึ่ง
       
       ทั้งนี้มีแผนจะผลักดันยอดจำหน่ายรถซีเอ็นจีเพิ่มขึ้น โดยจะแนะนำรถ 10 ล้อ 2 เพลา และรถหัวลาก ขนาด 360 แรงม้า เข้าสู่ตลาดในเดือนเมษายน ซึ่งถือว่าเป็นรถ 360 แรงม้ารายแรกในตลาดที่ประกอบในประเทศไทย ซึ่งรถดังกล่าวมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ ผู้ใช้รถที่บรรทุกหนัก และขนส่งในเส้นทางระยะไกล
       
       เป้าหมายของฮีโน่ในปีนี้ คาดว่า จะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 41% ในปีที่ผ่านมา เป็น 43%ในปีนี้ ขณะที่ตลาดรวมรถบรรทุกน่าจะขยายตัวได้อีกประมาณ 10% คืออยู่ที่ 25,000 คัน
       
       ด้านบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของแบรนด์อีโน่ในเมืองไทยนั้น ในปี2554 ฮีโน่เตรียมจะเพิ่มศูนย์บริการอีก 5 แห่งเป็น72 แห่งภายในปีนี้ โดยพื้นที่ที่จะขยายเข้าไปได้แก่ กระบี่,อยุธยา, สกลนคร,สุราษฎร์ธานี และ ชลบุรี ขณะเดียวกันจะมีการสต๊อกอะไหล่เพิ่มมากขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ โดยมีแนวคิดจากเดิมอาจจะต้องรออะไหล่สองวันก็จะลดปริมาณวันลงหรืออาจจะมีการจับมือกับตัวแทนจำหน่ายใกล้เคียงในการเอื้อประโยชน์ด้านอะไหล่บางตัว นอกจากนั้นแล้วจะชูบริการ ควิก เซอร์วิส เบย์ที่แต่เดิมให้บริการซ่อมด่วนไม่เกิน60 นาทีก็จะร่นเวลาลงเหลือ 45 นาที
       
       วอลโว่ส่ง จัดหนัก
       ทุ่ม 100 ล้านผุดศูนย์ป่าล้อมเมือง
       
       วอลโว่ อีกหนึ่งแบรนด์จากยุโรปที่เข้ามาในตลาดรถบรรทุกเมืองไทย แม้ที่ผ่านมาจะมียอดขายไม่สูงนัก แต่ในปีนี้ดูเหมือน จะมีสัญญาณบ่งบอกถึงการรุกตลาดครั้งใหญ่ของวอลโว่ เพราะล่าสุด วอลโว่ ทรัค แอนด์ บัส หันมาให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายด้วยการทุ่มงบประมาณ 100 ล้านบาท
       
       คริสตอฟ มาร์แต็ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ ทรัค แอนด์ บัส (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า การทุ่มงบประมาณดังกล่าว เป็นการพัฒนาบริการหลังการขายเพื่อรรองรับการบริการลูกค้าจากกรุงเทพฯสู่ประตูภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีปริมาณรถเพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทุ่มทุนกว่า 100 ล้าน เปิดศูนย์บริการแห่งใหม่ สาขาสระบุรี แทนสถานที่เดิมที่อยู่ฝั่งตรงข้าม โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 7 ไร่ และกำลังขยายเพิ่มอีก 4 ไร่ ในเร็ว ๆนี้
       
       ศูนย์บริการแห่งใหม่นี้ถือว่ามีศักยภาพและมาตรฐานในการให้บริการเทียบเท่ากับศูนย์บริการแห่งอื่น ๆ อาทิ บริการซ่อมรถบรรทุกและรถบัสวอลโว่ ทุกโมเดล ครอบคลุมถึงการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน, การตรวจเช็กสภาพ, งานซ่อมและโอเวอร์ฮอลเครื่องและระบบเกียร์ แต่ไม่รวมถึงงานซ่อมหางและเทรลเลอร์ ที่สำคัญที่นี่มีการจัดหน่ายอะไหล่แท้วอลโว่ อะไหล่แลกเปลี่ยน อะไหล่เก่าปรับปรุงใหม่ บริการวางแผนซ่อมล่วงหน้าพร้อมนัดหมาย และหน่วยบริการซ่อมฉุกเฉิน ซึ่งจะให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงผ่านทางระบบ Customer Care Center
       
       ขณะเดียวกันวอลโว่ ทรัค ยังส่งผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาด ด้วย รถบรรทุกใหม่ล่าสุด วอลโว่ ทรัคส์ รุ่น FM X ซึ่งมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นพร้อมสมรรถนะที่เหมาะกับงานเหมืองและก่อสร้างโดยเฉพาะ โดยรถรุ่นใหม่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ทั้งขนาด 11 ลิตร กำลัง 330-450 แรงม้า และ เครื่องยนต์ 13 ลิตร กำลัง 380-500 แรงม้า ราคาประมาณ 3.85- 4.5 ล้านบาท
       
       สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกถูกออกแบบให้ทันสมัยพร้อมช่วงล่างที่สูงขึ้นเพื่อลดการกระแทกจากสิ่งกีดขวางด้านล่างขณะที่กันชนผลิตจากเหล็กเสริมพิเศษสามชิ้นมีมุมหนา 3 มม. ที่ออกแบบมาเพื่องานก่อสร้างและปกป้องอุปกรณ์ต่าง ๆ ของรถ นอกจากนี้ยังมีขอลากจูงที่ทรงพลัง,ระบบป้องกันไฟหน้าบันไดกันลื่นและราวจับยึดเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าออกหัวเก๋ง ส่วนช่วงล่างในรุ่นนี้มีมาตรฐานเดียวกับรุ่น FM ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับงานเหมืองและงานก่อสร้าง
       
       ขณะที่จุดเด่นของวอลโว่ ทรัคส์ รุ่น FM X อยู่ที่ระบบเกียร์อัจฉริยะ (I-Shift) เนื่องจากถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ทำให้การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ถึง 14 สปีด เป็นเรื่องง่ายต่อการขับขี่ เพราะสามารถรับน้ำหนักสูงถึง 45-65 ตัน อีกทั้งทุกระบบจะทำงานสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่องช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างคล่องแคล่วในทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ตัวเซ็นเซอร์รับน้ำหนักบรรทุกจะตรวจจับและวัดน้ำหนักบรรทุกเพื่อรายงานไปยังเกียร์อัจฉริยะ เพื่อให้ระบบสามารถเลือกใช้เกียร์ได้อย่างเหมาะสมและนุ่มนวล บวกกับเบรกที่ทรงพลัง สามารถหยุดและห้ามล้อได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยระบบเบรกเครื่องยนต์วอลโว่พลัส (Volvo Engine Brake Plus)
       
       ตลาดรถบรรทุกเนื้อหอม
       คู่แข่งในตลาดพร้อมสู้
       
       แม้ตลาดรถบรรทุกเมืองไทยจะมีปริมาณเพียงปีละกว่า 20,000 คัน แต่ในแง่การแข่งขันนั้นค่อนข้างร้อนแรง เพราะนอกจากการแข่งขันของแบรนด์ต่างๆ แล้ว ยังต้องแข่งขับกับรถบรรทุกมือสอง ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ
       
       สำหรับในตลาดรถใหม่นั้น ปัจจุบันค่ายรถญี่ปุ่นยังครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ไว้ได้ จากหลากหลายแบรนด์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของค่ายผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ฮีโน่ ซึ่งเป็นของค่ายโตโยต้า, แบรนด์อีซูซุ ของตรีเพชรอีซูซุ, นิสสัน ยูดี ของค่ายนิสสัน, รถบรรทุก ฟูโซ่ จากค่ายมิตซูบิชิ
       
       ด้านคู่แข่งที่มาจากยุโรปนั้น นอกจากวอลโว่ ทรัคแล้ว ยังมีรถยนต์แบรนด์ สแกนเนีย และรถบรรทุกจาก แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์
       
       ส่วนค่ายรถบรรทุกจากจีนนั้นค่อนข้างเข้ามาทำตลาดด้วยแบรนด์ที่หลากหลายและผลิตมาจากหลายมณฑลของจีน และแบรนด์ที่เริ่มทำตลาดได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องคือ ดองเฟ็ง ซึ่งในจีนนั้นเป็นการร่วมทุนกับทางค่ายวอลโว่ ด้านค่ายรถบรรทุกอินเดียนั้น ปัจจุบันที่กำลังเริ่มเข้ามารุกตลาดคือแบรนด์ ทาทา นั่นเอง
       
       อย่างไรก็ดีรถบรรทุกมือสอง ที่ถูกนำเข้าแบบชิ้นส่วนและนำมาประกอบเพื่อจำหน่ายในเมืองไทย เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ค่ายรถบรรทุกส่วนใหญ่มองว่า เป็นการสร้างปัญหาด้านภาพลักษณ์ในระยะยาว เพราะส่วนใหญ่เป็นแบรนด์รถบรรทุกที่จำหน่ายในเมืองไทยอยู่แล้ว แต่คุณภาพมตาฐานของรถมือสองที่นำเข้ามานั้นจะต่ำกว่ามาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์รุ่นเก่าที่สร้างมลพิษสูง รวมถึงระบบความปลอดภัย ซึ่งหากรถยนต์เหล่านี้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อใดก็จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของรถยนต์แบรนด์นั่นๆ อีกด้วย
       
       ปัจจุบันไม่มีการประเมินว่า รถบรรทุกมือสองมีปริมาณยอดขายสูงมากน้อยเพียงใด แต่จากสภาวะราคาน้ำมันแพงขึ้น ต้นทุนการผลิตแพงขึ้น น่าจะส่งผลให้ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งหันไปซื้อรถบรรทุกมือสองเหล่านี้เพิ่มขึ้น อีกทั้งตลาดค้ารถมือสองที่เกิดขึ้นตามย่านชานเมืองก็เป็นดีชนีชี้การเติบโตของตลาดรถยนต์เหล่านี้ได้ดีด้วยเช่นกัน
       
       ดังนั้นในตลาดรถบรรทุกนั้น ต้องถือว่าเป็นตลาดที่หินไม่แพ้ตลาดรถยนต์ทั่วไป เพราะการแข่งขันนั้นมีทั้งการแข่งขันด้านราคา เครือข่าย บริการหลังการขาย รวมถึงกิจกรรมการตลาดต่างๆ และในปีนี้จะเป็นปีที่ดุเดือดของตลาดรถบรรทุกอีกครั้งหากสภาวะเศรษฐกิจภาพรวมเติบโต และปริมาณตลาดรวมที่ประเมินไว้ว่าจะสูงถึง 25,000 คันต่อปี

ข่าวล่าสุด ในหมวด
การ์ดของขวัญเสมือนจริง แนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
วันเดอร์ฟูลเวิร์ลของคิตตี้ เริ่มมีผลในตลาดโลกแล้ว
5แนวทางสตาร์บัคส์ ปรับโครงสร้างธุรกิจ
แอปเปิลส่งสัญญาณ เปลี่ยนโลโก้ใหม่
“กตัญญู”แบรนด์ไทยยุคSE ลุยสู้ศึกตลาดน้ำดื่มหมื่นล้าน
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แบ่งปันให้เพื่อน
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
HOME ข่าวปก การเมือง เศรษฐกิจ - การค้า เศรษฐกิจโลก จีนาภิวัฒน์ ปริทรรศน์
บทความ ธุรกิจภูมิภาค การเงิน การตลาด ไอที ท่องเที่ยว - บริการ บ้าน - ที่ดิน
รถยนต์ E&M B - School HR

All site contents copyright ©1999-2009 Thaiday Dot Com Co., Ltd.