หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ | การตลาด
 

'ดอกบัวคู่' ปักธงสมุนไพร 100% ผนึกสถาบันวิจัย สกัด 'คอลเกต'

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 30 เมษายน 2553 11:17 น.

'ดอกบัวคู่' ปักธงสมุนไพร 100% ผนึกสถาบันวิจัย สกัด 'คอลเกต'

ดอกบัวคู่ ทุ่ม 100 ล้านบาท รักษาแชมป์ยาสีฟันสมุนไพร หลัง 'คอลเกต' เปิดเกมรุกล่าแชร์ต่อเนื่อง ล่าสุด ชูผลวิจัยจาก IBS การันตีประสิทธิภาพสมุนไพร รับเทรนด์การแข่งขันหลังสำรวจพบผู้บริโภคต้องการความน่าเชื่อถือ พร้อมต่อสัญญา ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ รับหน้าที่ส่ง Message 'ใช้สารเคมีทำไม สมุนไพรก็ทำได้' ผ่านหนังโฆษณา 'บอกต่อ ภาค 2 ตอกย้ำ BRAND DNA ตีคู่แข่งที่ใช้สารเคมี นอกจากการเติบโตขึ้น 5-10% การอัดงบสูงสุดในรอบ 33 ปีครั้งนี้ ดอกบัวคู่หมายหยั่งรากลึก ผูกตำแหน่งแชมป์ยาสีฟันสมุนไพร หลัง 'คอลเกต' เปิดศึกเขย่าบัลลังก์ทั่วสารทิศ
       
        ส่วนแบ่งตลาดของดอกบัวคู่ในปี 2552 มีตัวเลขอยู่ที่ 12% จากตลาดยาสีฟันราว 6,000 ล้านบาท เป็นเบอร์ 3 รองจาก 'ดาร์ลี่' ที่มีแชร์อยู่ 18% โดย 'คอลเกต' ยังเป็นผู้นำตลอดกาลด้วยแชร์ประมาณ 35-36% ทว่า เมื่อเจาะลึกเฉพาะเซกเมนต์สมุนไพร 'ดอกบัวคู่' คือผู้นำที่ครองพื้นที่อยู่ 50%
       
        แม้พื้นที่ 50% จะเป็นตัวเลขที่สูงและแสดงถึงตำแหน่งแชมป์ของ 'ดอกบัวคู่' ในเซกเมนต์สมุนไพรได้อย่างชัดเจน ทว่า เมื่อเทียบกับส่วนแบ่งในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ที่ผู้เล่นรายนี้เคยครองได้มากถึง 70% คงไม่เกินไปถ้าจะบอกว่า ตอนนี้บัลลังก์ของดอกบัวคู่สั่นคลอนไม่น้อย แม้ทางผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดแบรนด์ดอกบัวคู่ ทวีศักดิ์ เมฆสว่าง ได้อธิบายกับผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์ ว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ดอกบัวคู่มีส่วนแบ่งลดลง มาจากการจัดแบ่งตลาดยาสีฟันที่ปัจจุบันมีการแยกย่อยเป็นเซกเมนต์มากถึง 8 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มสมุนไพร 27.5% กลุ่มลมหายใจหอมสดชื่น 26% กลุ่มครอบครัว 19% กลุ่มมัลติเบเนฟิต 7.5% กลุ่มลดอาการเสียวฟัน 7.5% กลุ่มไวท์เทนนิ่ง 5% กลุ่มเด็ก 3% และอื่นๆ 3.5% ทำให้ผู้เล่นในตลาดทั้งหน้าเก่ารายใหม่ต้องแตกไลน์สินค้าออกมาตอบโจทย์ผู้บริโภคแบบเฉพาะทางมากขึ้น ขณะที่ดอกบัวคู่เป็นยาสีฟันที่แกร่งในเรื่องสมุนไพร ซึ่งการนำสมุนไพร 100% มาพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ในเซกเมนต์ย่อยอื่นๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย
       
       แต่เชื่อว่า ปัจจัยข้างต้นคงไม่ใช่สาเหตุสำคัญสุดที่ทำให้ดอกบัวคู่ตัดสินใจเปิดเกมรุกแบบ Aggressive ที่ครั้งนี้ใช้งบสูงถึง 100 ล้านบาท มากที่สุดในรอบ 33 ปี พร้อมผนึกบริษัท IBS (International Bio Service) งัด 'ผลวิจัย' ออกมาตีคู่แข่งเป็นครั้งแรก เพราะหากมองเกมรบในสมรภูมิยาสีฟัน แน่นอนว่า 'คอลเกต' คือผู้นำที่ครองส่วนแบ่ง 35-36% แต่เมื่อเจาะลึกไปดูในแต่ละเซกเมนต์ โดยเฉพาะ 2 เซกเมนต์ที่มีขนาดใหญ่สุด จะเห็นว่าล้วนมีผู้นำที่แตกต่างกันออกไป โดยเซกเมนต์เพื่อลมหายใจหอมสดชื่น มี 'ดาร์ลี่' ของค่ายสยามรีกัล ประเทศไทย เป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งกว่า 50% หรือเซกเมนต์สมุนไพรก็มี 'ดอกบัวคู่' เป็นเจ้าถิ่นครองพื้นที่อยู่ 50% ส่วน 'คอลเกต' เป็นเพียงผู้นำในเซกเมนต์ที่ยังมีขนาดไม่ใหญ่มาก เช่น กลุ่มครอบครัว, กลุ่มมัลติเบเนฟิต ดังนั้นเพื่อขยายฐานบัลลังก์พร้อมประกาศเป็นผู้นำตลาดยาสีฟันได้เสียงดังยิ่งขึ้น 'คอลเกต' จึงต้องเปิดศึกสู้ทั่วสารทิศ
       
       โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคในบ้านเราจะเห็นว่า คอลเกตเปิดเกมบุกหนักใน 6 เซกเมนต์หลัก เช่น กลุ่มลมหายใจหอมสดชื่น ซึ่งทำให้ 'ดาร์ลี่' ต้องออกมาเปิดเกมรุกตอกย้ำความเป็นผู้เชี่ยวชาญและการเป็นเบอร์ 1 ในเซกเมนต์ดังกล่าว ซึ่งปีนี้ดาร์ลี่ยังมีการจัดแคมเปญชิงโชคทองคำต่อเนื่องจากปีก่อน และมี แอน ทองประสม เป็นพรีเซนเตอร์เช่นเดิม โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดของคอลเกตที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ การส่งสูตร 'เซนซิทีฟ โปรรีลีฟ' เข้าไปชนคู่แข่งตัวหลัก เช่น 'เซนโซดายส์', 'ซอลส์' ในเซกเมนต์ลดอาการเสียวฟัน
       
        ทว่า ไฟสงครามที่ดูจะร้อนแรงสุดในชั่วโมงนี้ คงหนีไม่พ้นการแข่งขันในกลุ่มสมุนไพรมูลค่า 1,700 ล้านบาท เพราะนอกจากจะเป็นสนามรบขนาดใหญ่สุดของตลาดยาสีฟันแล้ว ครั้งนี้ เราจะได้เห็นการโต้กลับของเจ้าถิ่นอย่าง 'ดอกบัวคู่' ในรูปแบบที่ Aggressive กว่าทุกครั้ง
       
        ทั้งนี้ ถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่ที่คอลเกตเข้ามารุกหนักในเซกเมนต์สมุนไพร ไม่ว่าจะเป็น การส่งสูตรสมุนไพรเข้ามาทำตลาด พร้อมจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้และเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง เช่น การจัดกิจกรรม 'ลูกทุ่งแจกยิ้มทั่วไทย ภาค 1 และภาค 2 บุกประชิดผู้บริโภคในต่างจังหวัด ซึ่งสามารถเรียกความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายได้ไม่น้อย ดูได้จากการเติบโตหลังจบกิจกรรม พบว่า คอลเกตในเซกเมนต์สมุนไพรขยายตัวถึง 16% ตามมาด้วยการปรับโฉมเมื่อปีก่อนเป็น 'คอลเกต เกลือ สมุนไพร' ยาสีฟันที่ให้ประสิทธิภาพครบสูตรการปกป้องจากธรรมชาติในหลอดเดียว โดยชูส่วนผสมจากธรรมชาติทั้ง 3 ชนิดเป็นจุดขาย ประกอบด้วย 1.เกลือ ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย 2.สมุนไพรสกัดและมินต์ ช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่น 3.ฟลูออไรด์ ป้องกันฟันผุ ซึ่งจะเห็นว่า ดอกบัวคู่มีความเคลื่อนไหวมากสุดก็แค่เพียงการจัดแคมเปญกระตุ้นการซื้อของผู้บริโภค เช่น การจัดแคมเปญแจกทองเมื่อปีก่อน ภายใต้แคมเปญ 'บอกต่อ...รอลุ้นล้าน' แม้จะเป็นกิจกรรมเชิงคอร์ปอเรตใหญ่ในรอบ 5 ปีของดอกบัวคู่ และมีการใช้พรีเซนเตอร์มากถึง 4 คนเป็นครั้งแรก คือ ณัฐวุฒิ สกิดใจ, อุ่น-ปริยานุช อาสนจินดา (นางเอกเสาร์ 5), บีม-ศรัณยู ประชากิจ และตั๊ก มยุรา ซึ่งเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่ดอกบัวคู่หวังให้เกิดการสื่อสารไปถึงผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย แต่นั่นก็เป็นกลวิธีเพื่อรักษาลูกค้าฐานเดิม และมุ่งเจาะไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่เท่านั้น หรือการออกสูตรเกลือสมุนไพรก็เพื่อไม่ให้เสียฐานลูกค้าให้กับคู่แข่ง
       
       แต่การขยับของดอกบัวคู่ในยกนี้ นอกจากต้องการรักษาและขยายตลาดเหมือนเช่นทุกครั้งแล้ว จะเห็นว่า วันนี้ 'ดอกบัวคู่' ยังทำการตีโต้คู่แข่งแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน โดยเครื่องมือที่ถือได้ว่าเป็นระเบิดลูกย่อมที่ดอกบัวคู่ปาใส่คู่แข่งครั้งนี้ เห็นจะเป็น การนำผลวิจัยจากบริษัท IBS มาช่วยใช้เอนดอร์สแบรนด์ว่าเป็นยาสีฟันสมุนไพร 100% ที่ให้คุณสมบัติการต่อต้านแบคทีเรียในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ที่เป็นไฮไลต์สำคัญ น่าจะอยู่ตรงที่ดอกบัวคู่ยังนำเจ้าผลวิจัยดังกล่าวออกมาใช้บลัฟฟ์คู่แข่งอีก ภายใต้ Message 'ใช้สารเคมีทำไม สมุนไพรก็ทำได้' โดยมีพรีเซนเตอร์ ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ รับหน้าที่เป็นผู้ส่งสารผ่านหนังโฆษณาชุด 'บอกต่อ ภาค 2 พร้อมจัดกิจกรรมโรดโชว์ 'Anti Bac Herbs Let'go' สร้างการรับรู้และแจกสินค้าตัวอย่างมากกว่า 5 แสนชิ้นทั่วประเทศ
       
       'อันที่จริงยาสีฟันดอกบัวคู่มีคุณสมบัติช่วยลดอาการเสียวฟัน ลดเชื้อแบคทีเรียในช่องปากอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการความมั่นใจ ซึ่งคู่แข่งในตลาดก็ให้ความสำคัญเกี่ยวกับผลวิจัยเช่นกัน ดังนั้นเราจึงต้องมีผลวิจัยออกมาเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เราต้องการขยายให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 20% และกลุ่มผู้ใหญ่ 80% ซึ่งที่ผ่านมาเราก็มีการทำวิจัยและตีพิมพ์ในวารสาร วิชาการสาธารณสุข แต่ก็ยังไม่ใช่การสื่อสารในวงกว้าง' บัณฑิต ลีเลิศพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด กล่าว
       
       จะเรียกว่าเป็นความกล้าของแบรนด์นี้เลยก็ว่าได้ เพราะคู่แข่งอันดับ 1 ที่ดอกบัวคู่ต้องการส่งแรงกระแทกผ่าน Message ดังกล่าว คงหนีไม่พ้น 'คอลเกต' แบรนด์ที่โดดเข้ามาเขย่าบัลลังก์อยู่นานสองนาน เพราะเป็นที่รู้กันว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คอลเกตค่อนข้างบุกหนักในเซกเมนต์สมุนไพร ชนิดที่ทำให้ดอกบัวคู่หายใจไม่คล่อง เพราะนอกจากศักยภาพด้านเม็ดเงินลงทุนที่สูงกว่าดอกบัวคู่ถึง 5 เท่าแล้ว การทำตลาดผ่านร้านหมอฟัน รวมทั้งการจับมือกับทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย เพื่อจัดโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การตรวจฟันฟรีทั่วประเทศ ทำให้คอลเกตเป็นแบรนด์ที่มีภาพของผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพในช่องปาก ดังนั้น ไม่ว่าคอลเกตจะลอนช์สูตรใดออกสู่ตลาดก็ย่อมได้รับความน่าเชื่อถือและการตอบรับจากผู้บริโภคได้ง่าย ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีผลต่อดอกบัวคู่เมื่อคอลเกตกระโจนเข้าสู่เซกเมนต์นี้แบบเต็มตัว ส่วน 'ดาร์ลี่' แม้จะมีส่วนผสมจากธรรมชาติ แต่เนื่องจากแบรนด์นี้ชู 'พลังมินต์' เป็นจุดขาย เพื่อเน้นตอบโจทย์เรื่องลมหายใจหอมสดชื่นเป็นหลัก จึงดูไม่ใช่คู่ชกที่ดอกบัวคู่กังวลมากนัก
       
       ดังนั้น เพื่อรักษาบัลลังก์ 'ดอกบัวคู่' จึงนำผลวิจัยนี้มาตอกย้ำจุดแข็งและ DNA ของตนเองว่าเป็นยาสีฟันสมุนไพร 100% ที่สามารถดูแลสุขภาพในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ยังสามารถโต้ 'คอลเกต' ในมุมที่ไม่สามารถพูดได้ว่าเป็นยาสีฟันสมุนไพร 100% เนื่องจากยังมีส่วนผสมที่ไม่ใช่ธรรมชาติผสมอยู่ด้วย
       
       รูปแบบการโต้กลับในครั้งนี้ ดอกบัวคู่หวังว่าจะเป็นการสร้างป้อมปราการขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันการเข้ามาฮุบบัลลังก์ของยักษ์คอลเกต ซึ่งไม่รู้ว่าดอกบัวคู่จะสามารถต้านทานไว้ได้หรือไม่ แต่ถ้าผู้นำสมุนไพรรายนี้สามารถขยายตัวได้ 5-10% และขยับแชร์ในตลาดรวมยาสีฟันจาก 12% เป็น 15% ได้ในสิ้นปีตามเป้าที่วางไว้ ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีไม่น้อย อย่างไรก็ตาม ดอกบัวคู่คงไม่สามารถนิ่งนอนใจได้อีก เพราะแว่วมาว่า ตอนนี้คอลเกตเริ่มนับก้าวสู่บัลลังก์แชมป์ หลังจากใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีในการลดระยะห่างไปหลายช่วงตัว

ข่าวล่าสุด ในหมวด
การ์ดของขวัญเสมือนจริง แนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
วันเดอร์ฟูลเวิร์ลของคิตตี้ เริ่มมีผลในตลาดโลกแล้ว
5แนวทางสตาร์บัคส์ ปรับโครงสร้างธุรกิจ
แอปเปิลส่งสัญญาณ เปลี่ยนโลโก้ใหม่
“กตัญญู”แบรนด์ไทยยุคSE ลุยสู้ศึกตลาดน้ำดื่มหมื่นล้าน
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แบ่งปันให้เพื่อน
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
HOME ข่าวปก การเมือง เศรษฐกิจ - การค้า เศรษฐกิจโลก จีนาภิวัฒน์ ปริทรรศน์
บทความ ธุรกิจภูมิภาค การเงิน การตลาด ไอที ท่องเที่ยว - บริการ บ้าน - ที่ดิน
รถยนต์ E&M B - School HR

All site contents copyright ©1999-2009 Thaiday Dot Com Co., Ltd.