หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ | ตลาดทุน - กองทุนรวม
 

บิ๊ก - 3 ดีทรอยต์ปรับโครงสร้างอีกแล้ว เดิมพันคราวนี้ถึงขนาด"หนีล้มละลาย"

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 26 กุมภาพันธ์ 2549 12:21 น.
        เตรียมลอยแพพนักงานล็อตใหญ่กันอย่างกระหึ่มโลกอีกแล้วสำหรับ "บิ๊กทรี" - สามอภิมหาอำนาจแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐอเมริกา
       
        ณ โรงงานเก่าแก่อายุร่วมๆ 58 ปีของเจเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ในเมืองดอราวิล รัฐจอร์เจีย พนักงาน 3,100 ตำแหน่งจะถูกเลิกจ้าง ขณะที่ในรัฐเดียวกันนี้ พนักงานฟอร์ดของโรงงานที่เมืองฮาปวิล จะถูกปลดออก 2,000 ตำแหน่งพร้อมๆ กับการปิดตัวโรงงาน
       
        นั่นเป็นเพียงส่วนจิ๊บจ้อยของแผนลดจำนวนพนักงานของจีเอ็มและฟอร์ด ทั้งนี้ สองเจ้าพ่อธุรกิจยานยนต์อเมริกันต่างวางอนาคตไว้แล้วว่า จะปิดหรือไม่เช่นนั้นก็ปรับลดขนาดของโรงงานต่างๆ รวม 24 แห่งในรัฐมิชิแกนและรัฐต่างๆ ในเขตตอนเหนือของประเทศ แผนตรงนี้หมายถึงว่าตำแหน่งงานเกือบ 55,000 ตำแหน่งในจีเอ็มและฟอร์ดจะมลายหายไป
       
        สถานการณ์ในด้านของเดมเลอร์ไครสเลอร์ ซึ่งแม้ได้กำไรจากฝั่งยุโรปมาช่วยหนุนให้ตัวเลขรวมทุกสำนักทั่วโลกดูงามในปี 2005 อย่างไรก็ตาม บิ๊กบอสของเดมเลอร์ไครสเลอร์กำลังศึกษาช่องทางที่จะเฉือนขนาดการจ้างงานภายในอาณาจักร ณ เมืองสตุ๊ดการ์ตลงราวหนึ่งในห้า และที่แน่ๆ พนักงานในส่วนของเมอร์เซเดสเบนซ์ อันเป็นยูนิตการผลิตยนตรกรรมเลิศวิไลของเดมเลอร์ จะตกงาน 8,500 ตำแหน่งในเร็ววันนี้
       
        แน่นอนว่าข่าวร้ายทั้งหลายข้างต้น คือกลยุทธ์การปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ซึ่งมิใช่เรื่องใหม่สำหรับ ฟอร์ด จีเอ็ม หรือเดมเลอร์ไครสเลอร์ ผู้ซึ่งล้วนแต่บอบช้ำเรื้อรังจากการที่ค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นและเกาหลี เดินหน้ารุกเข้าเบียดแย่งส่วนแบ่งตลาดอย่างไม่รู้จักหยุดยั้ง ตำนานการลอยแพพนักงานเพื่อลดต้นทุนของจอมยักษ์ยานยนต์โลก อุบัติอย่างครึกโครมในปี 1980 และ 1991 แล้วก็ 2001 โดยเป็นผลโดยตรงจากการหดตัวของอุปสงค์ เมื่อผู้บริโภคทยอยกันแปรพักตร์ไปอุดหนุนรถของคู่แข่งจากย่านเอเชียนั่นเอง
       
        ความชอกช้ำของชาวบิ๊กทรีที่มิอาจปฏิเสธได้คือ ในแต่ละครั้งที่ลุกขึ้นปรับโครงสร้างด้านการผลิตและด้านต้นทุน เหตุการณ์มักดำเนินไปสัก 3-4 ปีแล้วลงเอยด้วยวิกฤตการณ์ยอดขายไม่รุ่งอยู่ร่ำไป ทั้งๆ ที่ฝ่ายต่างๆ ได้ลงแรงมากมายไปกับการใช้แนวทางใหม่ๆ ในการผลิตและการพัฒนาคุณภาพ ตลอดจนการรังสรรค์โมเดลใหม่ๆ มาดึงดูดผู้บริโภคอย่างสุดฝีมือ
       
        มาร์ก ฟิลด์ส ประธานฟอร์ดสำนักสหรัฐอเมริกา ยอมรับว่าเงื่อนไขปัจจัยที่บีบคั้นล้อมรอบการปรับตัวในยุคนี้ จะทวีความโหดสาหัสอย่างที่ไม่เคยเป็นกันมาก่อน นอกจากนั้น ท่านประธานฟิลด์ส ทำนายว่าภายในปี 2010 โมเดลของรถที่เสนอขายกันในสหรัฐฯ จะขยายตัวจากจำนวน 215 รุ่นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว มาเป็นมากกว่า 300 รุ่นกันทีเดียว เพราะสถานการณ์การแข่งขันทวีความรุนแรงอย่างเหลือก้ำเหลือเกิน
       
        ขณะที่ยอดขายรถอเมริกันร่วงลง ความเป็นเจ้าผู้ครองตลาดของจอมยักษ์บิ๊กทรีก็เสื่อมตัวลงเรื่อยๆ โดยที่พวกผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำจากเอเชียสามารถสยายปีกเพิ่มส่วนแบ่งตลาดขึ้นมาได้อีกมากกว่า 10%ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา
       
        แนวโน้มนี้ชัดเจนและมั่นคงมาอย่างเนิ่นนานทีเดียว ทั้งโตโยต้า ฮอนด้า และนิสสัน ล้วนแต่สามารถเดินหน้าลุยยึดครองพื้นที่ในตลาดของสหรัฐได้มากขึ้นเรื่อยๆ และแม้ว่าชาวบิ๊กทรีจะพยายามปรับตัว จอมยักษ์เหล่านี้กลับต้องพบกับข้อเท็จจริงว่าผู้บริโภคไม่สู้จะปรารถนารถยนต์โดยสารและรถบรรทุกเบาของผู้ผลิตอเมริกันดั่งที่เคยเป็นมา
       
        ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าประหลาดใจที่ฟอร์ดและจีเอ็มขาดทุนในตลาดอเมริกาเหนือ 7,200 ล้านดอลลาร์ในปี 2005
       
        มูลค่าการตลาดของสองค่ายยักษ์คู่นี้หดตัวเหลือเพียง 28,000 ล้านดอลลาร์ จากที่เคยอยู่ที่ระดับ 137,000 ล้านดอลลาร์ในปี 1999 ทั้งนี้ ค่ายจีเอ็ม (เจ้าของภาพลักษณ์ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สุดของโลกด้วยจำนวนยานยนต์ที่ผลิตสู่ตลาดในแต่ละปี) มีมูลค่าการตลาดต่ำกว่าเฟียตของอิตาลีเสียอีก
       
        แนวโน้มอันย่ำแย่เช่นนี้ ทำให้เจ้าพ่อยนตรกรรมอเมริกันตกอยู่ในภาวะหลังชนกำแพงกันแล้ว ซึ่งหมายถึงแรงบีบคั้นที่ผู้ผลิตยานยนต์ของสหรัฐฯต้องปรับตัวให้สำเร็จให้จงได้ภายในครั้งนี้ และพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ถูกวางไว้ว่าต้องยกเครื่องให้ได้ก็คือ ส่วนของการบริหารต้นทุนเพื่อดึงให้ราคาขายสามารถลดต่ำลงมาแข่งกับรถจากเอเชีย
       
        "พวกเขาเสียส่วนแบ่งตลาดไปเยอะแล้ว พวกเขาย่อมต้องปรับโครงสร้างกันเป็นระยะๆ เพื่อปรับโครงสร้างต้นทุนให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม ตราบใดที่พวกเขายังเสียส่วนแบ่งตลาด ตราบนั้นเราก็ทำนายได้เลยว่าพวกเขาต้องหมั่นปรับโครงสร้างไม่รู้จักจบสิ้น"
       
        นั่นเป็นการวินิจฉัยโดยเจอร์รี่ ยอร์ก อดีตประธานฝ่ายการเงินของไครสเลอร์ ซึ่งกล่าวไว้ก่อนจะข้ามห้วยไปนั่งในบอร์ดใหญ่จีเอ็ม ในฐานะผู้แทนของมหาเศรษฐีพันล้านนามว่าเคิร์ก เคอร์โคเรียน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับที่ 3 ของจีเอ็ม
       
        "ประเด็นสำคัญของบริษัทรถยนต์อเมริกันคือ พวกเขาจะทำได้ไหมที่จะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเกิดเสถียรภาพ ณ จุดที่ว่า บริษัทรถยนต์ตัวแกนกลางมีความใหญ๋โตและมีศักยภาพด้านกำไรเพียงพอจะไปสนับสนุนต้นทุนค่าสวัสดิการพนักงาน ด้านค่ารักษาพยาบาล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ" เกจิยอร์กชี้ไว้อย่างนั้น
       
        แม้ภาพรวมจะดูน่าหนักใจ กระนั้นก็ตาม สำหรับการปรับตัวเที่ยวล่าสุดในรอบนี้ นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า การปรับโครงสร้างด้านการผลิตและด้านต้นทุนในช่วงใกล้ที่เพิ่งผ่านมา และที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ จะแตกต่างกว่าทุกครั้งในอดีต เพราะนอกจากที่การลอยแพพนักงาน จะสามารถลดค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งหลายได้แล้ว ยังฟันธงกันได้ว่า ในระลอกนี้ ชาวบิ๊กทรีจะสามารถรื้อโครงร่างสร้างโครงใหม่ขึ้นภายในสายการผลิตเพื่อให้มีความผอมเพรียว กระฉับกระเฉง เฉกเช่นเดียวกับที่นักอุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่นสามารถทำกันโดยที่มีผลผลิตคุณภาพเยี่ยมด้วย
       
        นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมยานยนต์สำนักไฟแนนเชียลไทมส์ ชี้สัญญาณบวกตัวโตสำหรับค่ายรถยนต์ย่านดีทรอยต์ว่าปรากฏอยู่ในประเด็นของคุณภาพยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณภาพของค่ายจีเอ็มซึ่งกำลังมุ่งสู่ระดับของโตโยต้า ขณะที่ฟอร์ด และไครสเลอร์ก็กระเตื้องขึ้นอย่างมากมาย และอาจกล่าวได้ว่า ทักษะการผลิตภายในสหรัฐฯจัดได้ว่าดีขึ้นมาก เพราะแม้ชาวบิ๊กทรียังล้าหลังโรงงานผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นในด้านของประสิทธิภาพการผลิต แต่ทุกค่ายมีความก้าวหน้าในแง่ของการนำเทคนิคการผลิตแบบ"ผอมเพรียว"ที่ก๊อปปี้จากโตโยต้า ไปใช้อย่างได้ผลดีในแทบจะทุกโรงงาน จนกระทั่งว่าช่วงห่างที่เคยถ่างกว้าง ขณะนี้แคบเข้ามามากทีเดียว
       
        แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนอยู่ในข้อเท็จจริงที่ว่า เท่าที่ผ่านมา ฟอร์ดและจีเอ็มต่างเลือกจะโปรโมตผู้บริหารที่มีประสบการณ์ผ่านงานในเอเชียมาก่อน โดยเล็งว่านั่นจะเป็นปัจจัยเอื้อแก่การรังสรรค์ไม้เด็ดขึ้นมาต้านทางคู่แข่งตัวกลั่นจากเอเชีย
       
        อาทิ ท่านประธานฟิลด์ส บิ๊กบอสของค่ายฟอร์ดบนแผ่นดินสหรัฐฯ เคยนำพาให้มาสด้า ซึ่งเป็นบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นในเครือฟอร์ด สามารถพลิกฟื้นคืนชีพได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ขณะที่คนเก่งอย่างฟริตซ์ เฮนเดอร์สัน อดีตประธานฝ่ายงานด้านเอเชียของจีเอ็ม ซึ่งเป็นฝ่ายที่ทำเงินระดับแกนนำ ก็ถูกดึงตัวกลับไปบริหารงานในสหรัฐฯ โดยกินตำแหน่งรองประธานใหญ่จีเอ็ม ควบกับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน
       
        สำหรับกลยุทธ์การตลาดในเที่ยวนี้ กาเรล ไรส์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยอุตสาหกรรมยานยนต์ของมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟ ชี้ว่าต้องผลิตรถที่สามารถแข่งกับรถจากเอเชีย แต่เนื่องจากศักยภาพตอนนี้ออกจะย่ำแย่ ดังนั้น แทนที่จะไปโรมรันพันตูกับผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นในตลาดรถยนต์โดยสาร ชาวบิ๊กทรีควรพุ่งเป้าที่รถมินิแวน ต่อด้วยรถปิ๊กอัพ และรถเอสยูวี ซึ่งเป็นส่วนการตลาดที่ยังได้รับการคุ้มครองจากพิกัดภาษีนำเข้า
       
        กระนั้นก็ตาม ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นก็ปรับตัวในส่วนนี้ไปแล้วไม่ใช่น้อยๆ
       
        ในเซ็กเตอร์ของรถมินิแวนและเอสยูวีขนาดเล็กและขนาดกลาง มีการใช้โรงงานผลิตภายในสหรัฐฯ เพื่อเลี่ยงภาระภาษีนำเข้า ส่วนในเซ็กเตอร์รถปิ๊กอัพ ผู้ผลิตญี่ปุ่นก็กำลังขยายแนวรุกเข้าไปอย่างรวดเร็ว
       
        ศึกครั้งนี้จึงใหญ่หลวงนัก ยิ่งกว่านั้น เดิมพันความสำเร็จของการปรับตัวในครั้งนี้ยังต้องถือว่าวิกฤตในระดับความเป็นความตายกันทีเดียว เพราะถ้าล้มเหลวอีกครั้ง บทลงโทษจะรุนแรงถึงขั้นล้มละลาย ทั้งนี้ สินทรัพย์เกือบทั้งหมดที่ไม่ใช่สินทรัพย์ในส่วนของการผลิตรถ ถูกขายไปเพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างในครั้งก่อนๆ
       
        อันที่จริง เสียงลือภายในวงการนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกัน ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าไปถึงสถานการณ์รุนแรงระดับที่ว่า ไม่ฟอร์ด ก็จีเอ็ม หรือทั้งคู่ อาจถึงกับต้องขอพึ่งใบบุญจากกฎหมายล้มละลายหมวด 11 เพื่อจะได้โละภาระหนักสองรายการคือ ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลพนักงาน และค่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
       
        "เปลี่ยนแปลงให้สำเร็จหรือไม่ก็ตายกันไปเลย" ท่านประธานฟิลด์สแห่งฟอร์ดสหรัฐอเมริกาทุบโต๊ะไว้อย่างนั้น

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ทองแบรนด์ใหม่จับลูกค้า ตจว.โตเทียบชั้นเจ้าถิ่นเก่าเยาวราช
หุ้นกลุ่มแบงก์เริ่มเห็นแววแพง โบรกฯแนะมีโอกาสให้ปรับพอร์ต
THREเพิ่มทุน 7 พันล. หนุนฐานะการเงินเตรียมเข้ารับงานบริหารกองทุนมหันตภัย
บลจ.กรุงศรีชี้กองทุนหุ้นเติบโตน้อยเหตุขาดเงินลงทุนใหม่ ยิ่งขึ้นก็ยิ่งขาย
ฝรั่งถูกใจตราสารหนี้ไทยซื้อเก็บ 4.4 แสนล. หุ้นกู้ตลาดแรกโดนใจรายย่อยปีนี้ออกใหม่ 3 แสนล.
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แบ่งปันให้เพื่อน
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
HOME ข่าวปก การเมือง เศรษฐกิจ - การค้า เศรษฐกิจโลก จีนาภิวัฒน์ ปริทรรศน์
บทความ ธุรกิจภูมิภาค การเงิน การตลาด ไอที ท่องเที่ยว - บริการ บ้าน - ที่ดิน
รถยนต์ E&M B - School HR

All site contents copyright ©1999-2009 Thaiday Dot Com Co., Ltd.