หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง | เอเชียรามา
 

เอเชียรามา: ไซบอร์กสัญชาติฮ่องกง - กระห้ำ (แล้วโลกจะรู้จัก)

โดย ฟ้าธานี
1 มิถุนายน 2554 20:16 น.

เอเชียรามา: ไซบอร์กสัญชาติฮ่องกง - กระห้ำ (แล้วโลกจะรู้จัก)

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เอเชียรามา: ไซบอร์กสัญชาติฮ่องกง - กระห้ำ (แล้วโลกจะรู้จัก)

เอเชียรามา: ไซบอร์กสัญชาติฮ่องกง - กระห้ำ (แล้วโลกจะรู้จัก)

เอเชียรามา: ไซบอร์กสัญชาติฮ่องกง - กระห้ำ (แล้วโลกจะรู้จัก)

เอเชียรามา: ไซบอร์กสัญชาติฮ่องกง - กระห้ำ (แล้วโลกจะรู้จัก)

เอเชียรามา: ไซบอร์กสัญชาติฮ่องกง - กระห้ำ (แล้วโลกจะรู้จัก)

เอเชียรามา: ไซบอร์กสัญชาติฮ่องกง - กระห้ำ (แล้วโลกจะรู้จัก)

เอเชียรามา: ไซบอร์กสัญชาติฮ่องกง - กระห้ำ (แล้วโลกจะรู้จัก)

เอเชียรามา: ไซบอร์กสัญชาติฮ่องกง - กระห้ำ (แล้วโลกจะรู้จัก)

เอเชียรามา: ไซบอร์กสัญชาติฮ่องกง - กระห้ำ (แล้วโลกจะรู้จัก)

เอเชียรามา: ไซบอร์กสัญชาติฮ่องกง - กระห้ำ (แล้วโลกจะรู้จัก)

เอเชียรามา: ไซบอร์กสัญชาติฮ่องกง - กระห้ำ (แล้วโลกจะรู้จัก)

เอเชียรามา: ไซบอร์กสัญชาติฮ่องกง - กระห้ำ (แล้วโลกจะรู้จัก)

เอเชียรามา: ไซบอร์กสัญชาติฮ่องกง - กระห้ำ (แล้วโลกจะรู้จัก)

นอกจากผีสาวแสนสวย, จอมยุทธ์มือกระบี่, หรือ “โจวเหวินฟะ” ในแว่นตาดำกับปืนสองมือ โลกแห่งภาพยนตร์ฮ่องกงยุค 80s ในความทรงจำของหลาย ๆ คน น่าจะพอมีที่ว่างให้กับหุ่นยนต์สาวสวย “มาเรีย” แห่ง I Love Maria อยู่บ้าง
       
       เมื่อหลายปีก่อน สมัยที่ยังต้องตื่นมารอดูหนังจีนวันสุดสัปดาห์ทางช่อง 7 สีทุกเช้า ผมเคยมีโอกาสได้ชมหนังเรื่องหนึ่ง เป็นแนวแอ็กชั่นไซไฟที่ดุเดือดเผ็ดมัน มีทั้งหุ่นยนต์สาวสุดเซ็กซี่ และหุ่นยนต์ตัวใหญ่ที่เหมือนหลุดออกมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นยังไงอย่างงั้น ที่แน่ ๆ คือเป็นหนังจากผู้สร้างชาวฮ่องกง …
       
       ตอนนั้นก็ไม่ทราบหรอกนะครับ ว่าหนังที่ว่าชื่อเรื่องอะไรกันแน่ และมีใครเป็นผู้สร้าง แถมยังไม่ได้ดูตั้งแต่ตอนต้นเรื่องด้วย ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้หลายปี ต้องยุควีซีดีครองเมืองนั่นแหละถึงได้มีโอกาสหามาชมอีกครั้ง และได้ทราบซะทีถึงชื่อเรื่องที่ว่า I Love Maria หรือคนไทยเราอาจจะคุ้นกับชื่อ “กระห้ำ (แล้วโลกจะรู้จัก)” กันมากกว่า ชื่อไทยของหนังฮ่องกงในความทรงจำอีกชื่อ ซึ่งมีคำอธิบายถึงคำว่า “กระห้ำ” ว่าคือขั้นสุดยอดของ “กระหึ่ม”, “ระห่ำ และ “ขย่ำ” นั่นเอง
       
       I Love Maria เป็นผลงานการกำกับของ เดวิด ชุง คนทำหนังที่ไม่ได้โด่งดังเป็นที่จดจำอะไรนัก แต่ด้วยชื่อของ “ฉีเคอะ” ที่ควบทั้งตำแหน่ง โปรดิวเซอร์, เขียนบท และร่วมแสดง ก็พอจะทำให้เดาได้ว่า งานชิ้นนี้คงไม่ธรรมดา
       
       เนื้อเรื่องคราว ๆ ของหนังว่าด้วย “แก๊งฮีโร่” กลุ่มผู้ก่อการร้ายที่ใช้หุ่นยนต์สุดไฮเทคอย่าง “หุ่นรบหมายเลข 1” เป็นอาวุธสำคัญในการสร้างความปั่นป่วน ชนิดที่ว่าตำรวจฮ่องกงไม่สามารถตอบโต้ หรือแก้ไขสถานการณ์อะไรได้เลย และทุกอย่างอาจจะยิ่งเลวร้ายขึ้นไปอีก เมื่อ “หุ่นรบหมายเลข 2” กำลังถูกพัฒนาขึ้นมา หุ่นยนต์ที่ทันสมัยอันตรายยิ่งกว่าตัวแรก และมีรูปร่างเป็นสาวสวย ซึ่งใช้ “มาเรีย” แฟนสาวของหัวหน้าแก๊งฮีโร่เป็นต้นแบบในการสร้าง …
       
       แต่แล้วหุ่นหมายเลข 2 กลับตกไปอยู่ในมือของ “วิสกี้” (ฉีเคอะ) อดีตผู้ก่อการร้าย และ “เจ้าฟู” (ปอมฟู) นักวิทยาศาสตร์แห่งกรมตำรวจ ที่ได้มาแท็คทีมร่วมหัวจมท้ายกันแบบไม่ได้ตั้งใจ และนำหุ่นยนต์สาวสวยมาดัดแปลงแก้ไขสมองกล เพื่อโต้กลับพวกแก๊งฮีโร่ โดยได้นักข่าวหัวเห็ด (เหลียงเฉาเหว่ย) มาร่วมสร้างความวุ่นวายด้วย
       
       ด้วยเรื่องราวที่พอจะมีความลึกซึ้งอยู่บ้าง อย่างการเสนอภาพความหวาดกลัวต่อการถูกเครื่องจักรแทนที่ของมนุษย์ เป็นสิ่งที่พอจะทำให้ I Love Maria ไปได้ไกลกว่าความเป็นหนังไซไฟที่หาสาระอะไรไม่ได้เลยสไตล์ฮ่องกงอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามภาพโดยรวมของหนังยังเน้นไปที่ฉากแอ็กชั่นและมุขตลกเป็นหลักเหมือนเดิม
       
       

       
       นักร้องสาว เยี่ยเชี่ยนเหวิน คือดาวเด่นตัวจริงของหนังเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้เธออาจจะเคยร่วมแสดงในหนังดังอย่าง “โหดตัดโหด” หรือ “เผ็ดสวยดุ ณ เปไก๋” มาแล้ว แต่ถ้าจะพูดถึงภาพของเธอ ที่ทุกคนจดจำได้มากที่สุด คงหนีไม่พ้น I Love Maria อย่างแน่นอน ซึ่งเยี่ยเชี่ยนเหวินต้องสวมบทบาทเป็นถึงสองตัวละคร ทั้งหุ่นยนต์สุดเซ็กซี่ และสาวแสบแห่งขบวนก่อการร้าย เรียกว่าเป็นทั้งนางเอกและนางอิจฉาในหนังเรื่องเดียว ซึ่งเธอก็ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะบทหลัง ที่เป็นตัวร้ายของเรื่อง แต่เป็นตัวร้ายที่น่าเห็นอกเห็นใจอยู่ไม่น้อย และมีชะตากรรมค่อนข้างหน้าเศร้า
       
       ฝ่ายดารานำชายมีอยู่ด้วยกัน 3 คน เหลียงเฉาเหว่ย มากับบทฮา ๆ เรียบ ๆ ที่ไม่ค่อยโดดเด่น ส่วน "ปอมฟู" ก็รับบทเดิม ๆ เป็นหนุ่มสติเฟื่องเหมือนกับที่เคยแสดงมาในหนังทุกเรื่อง ... คนที่ดูน่าสนใจอยู่บ้างกลับเป็นตัวละครของ ฉีเคอะ ผู้อำนวยการสร้างของเรื่อง
       
       ฉีเคอะ รับบทเป็น "วิสกี้" อดีตผู้ก่อการร้ายกลับใจ ที่เกิดไปหลงรักแฟนสาวของหัวหน้ากลุ่มจนต้องตัดสินใจถอนตัวจากพวกพ้อง และสุดท้ายกลับกลายมาเป็นฝ่ายที่ต่อสู้กับแก๊งฮีโร่เสียเอง วิสกี้ เป็นตัวละครที่ดูแล้วไม่น่าจะประสบความสำเร็จกับอาชีพผู้ก่อการร้ายเอาเสียเลย เขาดูเป็นคนหมกมุ่นอยู่กับเรื่องส่วนตัว และโลเลตัดสินใจอะไรไม่ค่อยจะได้ ดูมีความเป็นมนุษย์ในสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความเหนือจริง เป็นบทคนขี้แพ้ที่น่าเห็นใจ และคนดูเผลอที่จะเอาใจช่วยไม่ได้ ที่สำคัญเป็นข้อพิสูจน์ว่า ฉีเคอะ เอาดีกับการเป็นนักแสดงได้อยู่เหมือนกัน
       
       I Love Maria เข้าฉายที่ฮ่องกงในเมื่อปี 1988 ตามหลังหนังดังอย่าง RoboCop อยู่ปีเดียว แม้จะดูออกง่าย ๆ ว่าเป็นหนังตามกระแสหนังดังจากฝั่งอเมริกาเรื่องนั้น ฉีเคอะยังใช้ความประทับใจโดยส่วนตัวต่อผลงานต่าง ๆ จากหลากหลายแหล่งที่มา ในการดีไซต์สิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้
       
       ทั้งตัวละครเด่นของหนังไซไฟคลาสสิก Metropolis ที่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างหุ่นยนต์สาวสวยของเขา (แต่คนไทยเราอาจจะดูแล้วนึกไปถึงโฆษณาสามเคแบ็ตตารีเสียมากกว่า) ส่วนหุ่นสงครามหมายเลข 1 สุดเหี้ยมเกรียม ก็ดูแล้วชวนให้นึกถึงหุ่นยนต์สัญญาติญี่ปุ่นอย่าง GUNDAM หรือไม่ก็ V.O.T.O.M. ขึ้นมาทันที
       
       โดยเทคนิคพิเศษทั้งหมดเป็นผลงานจากบริษัททำเทคนิคพิเศษสัญชาติฮ่องกง Cinefex Workshop Co., Ltd. ที่ ฉีเคอะ ก่อตั้งขึ้นมา เพื่อรองรับจินตนาการอันบรรเจิดของเขาในหนังแต่ละเรื่องในช่วงนั้น
       
       ตามข้อมูลแล้ว I Love Maria ทำรายได้เพียงแค่ 5 ล้านเหรียญฮ่องกง ซึ่งในยุคที่หนังฮ่องกงกวาดเงินระดับ 20 ล้านเหรียญฯ กันได้ง่าย ๆ จะเรียกว่าเจ๊งก็คงไม่ผิดนัก ... แต่อย่างน้อยหนังก็ยังถูกซื้อไปฉายในหลาย ๆ ประเทศ ทั้งเอเชียอันเป็นตลาดใหญ่ของหนังฮ่องกง และได้ไปฉายในประเทศแถบตะวันตกภายใต้ชื่อ Roboforce ด้วย
       
       จากหนังที่ดูไฮเทคล้ำยุคมาก ๆ ในยุคเมื่อร่วม 20 ปีก่อน เมื่อกลับมาดูเอาใหม่ในช่วงนี้ ที่ซีจีกลายเป็นเวทมนต์ในการเนรมิตภาพเหนือจินตนาการให้กลายเป็นความจริงได้อย่างเหลือเชื่อ I Love Maria จึงต้องกลายสภาพเป็นงานตกยุคตกสมัยไปอีกเรื่องอย่างช่วยไม่ได้ … แต่คนที่เกิดทันในยุคที่หนังเข้าฉายอย่างผม ก็อดที่จะตื่นเต้นที่ได้รำลึกความสนุกวัยเด็กไม่ได้ครับ
       
       ดูมาแล้ว
       
       

       
       Gantz : Perfect Answer
       
       หนังแอ็กชั่นไซไฟที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูนชื่อดัง เล่าเรื่องของสองหนุ่มอดีตเพื่อนสนิทสมัยวัยเด็ก (เคนจิ มัตสึยาม่า และ นิโนะมิยะ คาซึนาริ) ที่กลับมาจากโลกแห่งความตาย เพื่อรับภารกิจจากลูกบอลลึกลับ ในการไล่ล่ามนุษย์ต่างดาวที่แผงตัวอยู่บนโลก แลกกลับโอกาสกลับไปใช้ชีวิตอย่างมนุษย์ธรรมดาอีกครั้ง …
       
       Gantz : Perfect Answer เป็นภาคสองและเป็นตอนจบของหนัง ซึ่งอัดฉากแอ็กชั่นกันแบบเต็มสูบ โดยไม่ต้องเสียเวลาเล่าเรื่องอธิบายความอะไรกันมากนัก ก่อนจะปิดท้ายด้วยบทสรุปของเรื่องราว (โดยไม่ต้องรอตอนจบของหนังสือการ์ตูน ที่ยังตีพิมพ์อยู่ในขณะนี้) อย่างไรก็ตามผู้ชมอาจจะหงุดหงิดอยู่บ้าง เมื่อ Gantz : Perfect Answer ไม่ได้ตอบคำถามทุกข้อที่ยังอยู่ในความสงสัย ชะตากรรมของตัวละครอาจจะได้บทสรุปไปเรียบร้อยแล้ว แต่โลกอันลึกลับของ Gantz ก็ยังดำเนินต่อไป
       
       ผลงานของผู้กำกับ ชุนซูเกะ ซาโตะ อาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ก็แสดงเอกลักษณ์แบบหนังไซไฟจากญี่ปุ่น (ที่โดยมากดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูน) ที่นำเสนอทั้งเรื่องราว และจินตนาการอันแปลก,แตกต่าง และหาไม่ได้จากหนังฮอลลีวูด
       
       
เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ""ซ้อ 7"ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย
       ระบบ dtac - เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540
       ระบบ AIS - กด *468200311 แล้วโทร.ออก
       ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000
       *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก


ข่าวล่าสุด ในหมวด
รำถึงถึง "ตัวประกอบ" ผู้จากไป
"หน้ากากเสือ" ที่เป็นได้แค่ “หน้ากากเหมียว”
กลั้นหายใจเอาไว้ให้ดี “ผีกัด” คืนชีพแล้ว
Saving General Yang หยางบอยแบนด์
อำลาปรมาจารย์ "หลิวเจียเหลียง" กับหนังกังฟูต่อต้านความรุนแรง
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 2 คน
67 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
33 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014