เปิดวาร์ป “ฟาร์มโชคชัย” ขุมอำนาจแห่งอาณาจักรโล่เงิน??

โดย ผู้จัดการรายวัน   
24 มิถุนายน 2560 06:11 น.
 เปิดวาร์ป “ฟาร์มโชคชัย” ขุมอำนาจแห่งอาณาจักรโล่เงิน??
        ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - การออกมาแฉ “ขบวนการเซ็งลี้เก้าอี้ตำรวจ” ของ วิทยา แก้วภราดัย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มีหมวกสำคัญเป็นแกนนำ กปปส. สร้างความสั่นสะเทือนใน “วงการสีกากี” เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ “บิ๊กบางคน” ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
       
       บิ๊กคนที่ว่า หาใช่ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ต้องยอมรับว่ารับมือการปล่อยข่าวจ้องทำลายครั้งนี้ได้ดีพอสมควร จากการ “ย้อนศร” ออกคำสั่งโยกย้าย “บิ๊กจ๋อน” พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ผบช.ภ.8) ปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อเปิดทางให้มีการสอบสวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งนายตำรวจในพื้นที่ ภาค 8 ทั้งยังออกคำสั่งเรียกนายตำรวจจาก จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี เข้าสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งรวม 25 นาย
       
       เป็นหมัดตรงที่ “บิ๊กแป๊ะ” สวนกลับไปที่นายวิทยา ซึ่งมีพื้นเพฐานเสียงอยู่ที่ จ.นครศรีธรรมราช รวมทั้ง สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่มีพื้นที่อิทธิพลอยู่ใน จ.สุราษฎร์ธานี และหลายจังหวัดในพื้นที่ปักษ์ใต้
       
       จะมองว่าเป็นการเอาคืนก็ได้ แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น ต้องบอกว่าชั้นเชิง ผบ.ตร.เข้าขั้นเหนือชั้น นอกเหนือจากจะแสดงความบริสุทธิ์ใจโดยการตั้งกรรมการสอบสวนตามกระบวนการแล้ว ยังชี้ให้เห็นว่า “ขบวนการเซ็งลี้” แท้จริงแล้วระบาดอย่างหนักในพื้นที่ไหนบ้าง และทำให้เห็นว่าการที่ออกมาแฉนั้น ไม่ได้หวังดีกับการปฏิรูปอย่างใด แต่เป็นเพราะ “ตั๋ว” คงมีปัญหาในการโยกย้ายรอบล่าสุด กับคำพูดที่เชือดนิ่มๆกลับไปว่า “เอาคืนหรือเอาเงินคืนกันแน่”
       
        ย้ำอีกทีว่า “บิ๊กบางคน” ใน สตช.ที่ดูจะเดือดร้อนเรื่องนี้นั้น ไม่ใช่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ หากแต่เป็น พล.ต.ต.สุรเชษฐ หักพาล ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(สปพ.) หรือ “ผู้การ 191” เจ้าของสมญานาม “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” ที่ถูกนายวิทยา ดึงเข้ามาในท้องเรื่องว่าเป็น “พล.ต.ต.ใหญ่กว่า พล.ต.อ.”
        เป็น พล.ต.ต.สุรเชษฐ หักพาล ผู้ที่ครั้งหนึ่ง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล สตช.เคยบอกว่า เป็นเลขานุการส่วนตัวของตัวเอง
       
        นัยสำคัญที่ปรากฎชื่อ พล.ต.ต.สุรเชษฐ ในท้องเรื่องก็เพราะนายพลตำรวจคนดัง มักถูกกล่าวขวัญถึงในทุกฤดูกาลที่มีการโยกย้ายนายตำรวจระดับต่างๆ ทั้งที่ตำแหน่งอย่างเป็นทางการก็ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรายชื่อ หรือโผแต่งตั้งแต่ประการใด
       
        อาจจะด้วยความสัมพันธ์กับ “บิ๊กป้อม” ในระดับแนบแน่น ถูกยกให้เป็นเลขาฯส่วนตัว และถูกมองว่าเป็น “ลูกรักบิ๊กป้อม” จนได้รับการโปรโมทจากนายพัน ขึ้นชั้นนายพล เมื่อเดือน ต.ค.2557 หลังจากที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามายึดอำนาจไม่นาน จนสร้างประวัติศาสตร์เป็นนายพลตำรวจที่มีอายุราชการน้อยที่สุดตั้งแต่มีการก่อตั้ง สตช.ขึ้นมา ด้วยวัยเพียง 42 ปีเท่านั้น
       
        หากแต่นายตำรวจในราชการอย่าง พล.ต.ต.สุรเชษฐ ที่แม้จะใกล้ชิดเพียงใด ก็คงไม่อาจไปมีอำนาจเหนือกว่า ผบ.ตร.อย่างที่นายวิทยากล่าวหา แต่มีความโดดเด่นในแง่ “มือประสานสิบทิศ” ที่อาจจะเป็นเพียงจิ๊กซอว์เชื่อมต่อไปถึง “ขุมข่ายอำนาจตัวจริง” แห่ง “อาณาจักรโล่ห์เงิน - กรมปทุมวัน” อีกที
        ขุมข่ายอำนาจกลุ่มนี้ ได้ขนานนามไว้ในชื่อ “ฟาร์มโชคชัย” ตามพิกัดที่ตั้งของหมู่มวลคฤหาสน์หลายหลังที่ตั้งอยู่รั้วเดียวกัน บริเวณปากซอยลาดพร้าว 71 หรือ โชคชัย 4 มีจุดสังเกตคือ ด่านตรวจของตำรวจ-ทหารที่ตั้งเป็นด่านถาวรมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
       
        เป็นบ้านพักของบิ๊กบราเธอร์ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการกำกับ สตช.ที่มีอำนาจพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ "นายพล" ตั้งแต่ตำแหน่ง รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ, ที่ปรึกษา (สบ 10), ผู้ช่วย ผบ.ตร., ผู้บัญชาการ (ผบช.), รองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) และผู้บังคับการ (ผบก.)
       
        ขณะที่การแต่งตั้งนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ผู้กำกับการ (ผกก.) และสารวัตร (สว.) นั้นเดิมต้องมีการนำรายชื่อเข้าที่ประชุม ก.ตร.เห็นชอบเช่นกัน แต่เมื่อราวเดือน ธ.ค.2558 พล.อ.ประยุทธ์ ได้ใช้อำนาจมาตรา 44 ของหัวหน้า คสช. ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 44/2558 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ
       
        สาระสำคัญของคำสั่ง คสช.ที่ 44/2558 ระบุให้ ผบ.ตร.เป็นผู้คัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ หรือรอง ผบ.ตร. แล้วเสนอคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน ส่วนตำแหน่ง รอง ผบก. - ผกก. - สารวัตร ให้เป็นอำนาจอยู่ที่ ผบ.ตร.เป็นผู้สั่งแต่งตั้ง ตามที่แต่ละกองบัญชาการเสนอเข้ามา
       
        หรือพูดง่ายๆว่า ผบ.ตร.มีอำนาจสิทธิ์ขาดในการแต่งตั้ง รอง ผบก. - ผกก. - สารวัตร ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นตำรวจระดับ “นายพัน - ว่าที่นายพล” แต่นั่นเป็นเพียงในทาง “นิตินัย” เพราะในทาง “พฤตินัย” แล้ว ใครจะเชื่อว่า “โผนายพัน” จะไม่แวะผ่านตาผู้เป็นบิ๊กบราเธอร์ตัวจริงเชียวหรือ
       
        ก็ต้องย้อนกลับไปที่การเปิดโปงของนายวิทยา ที่เกี่ยวเนื่องกับการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งตำรวจ ระดับ รอง ผบก. - ผกก. - สารวัตร วาระแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 2559 ที่มุ่งโจมตีไปที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์นั้นดูจะผิดเป้าไปไม่น้อย
       
        เพราะตั้งแต่รัฐบาล คสช.เข้ามาครองอำนาจ วาระแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจคราใด โดยมากแล้วการพิจารณาโผตำรวจในแต่ละฤดูกาลมักใช้บ้านพักย่านโชคชัย 4 ในการกลั่นกรองเป็นหลัก เพราะแม้ว่าจะวนเวียนอยู่ในชนชั้นอำนาจมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา แต่ด้วยข้อจำกัดที่ไม่ได้เป็นตำรวจ ก็อาจจะพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับ “กรมปทุมวัน” ได้ไม่รอบด้านนัก จึงต้องอาศัย “ที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการ” เป็นน้องชายร่วมสายโลหิตอย่าง “บิ๊ก ป.” คอยสนับสนุนด้านข้อมูลเกี่ยวกับตำรวจในทุกๆ เรื่อง
       
        จนมีการพูดกันว่า หากนายตำรวจรายใดได้รับการสนับสนุนจากสองพี่น้องก็จะได้รับการโปรโมตไปในตำแหน่งดี
       
       และด้วยความที่บ้านพักขอทั้งสองคนก็อยู่ในหมู่มวลคฤหาสน์ภายในซอยลาดพร้าว 71 รั้วเดียวกัน จึงเป็นที่มาของคำว่า “ฟาร์มโชคชัย” จุดหมายปลายทางของบรรดา “นักวิ่ง” ที่ต้องการได้ดิบได้ดีในหน้าที่การงาน แต่ก็ใช่ว่าจะเข้านอกออกใน “บ้านใหญ่” หลังนี้กันได้ตามสะดวก ต้องรู้จักเข้าให้ถูกช่องถูกทางเป็นลำดับขั้นตอนเสียก่อน
       
       เพราะก่อนจะไปตีตั๋วกันที่ “ฟาร์มโชคชัย” นายตำรวจใหญ่หลายนายต้องไปแวะ “ซดโจ๊ก” ให้คล่องคอเสียก่อน แต่ถ้าหลงไปที่ “โจ๊กกองปราบ” เจ้าดังที่ตั้งอยู่ในละแวกโชคชัย 4 ก็คงปิ๋ว เพราะต้องไปให้ถูกร้านที่ “โจ๊กโชคชัย” ซึ่งราคาอาจจะสูงกว่าร้านอื่นเป็นเท่าตัว แต่ก็เห็นนายตำรวจน้อยใหญ่ต่างเรียงหน้าไปต่อคิวกันเรื่อยในช่วงฤดูกาลโยกย้าย
       
        นอกจากนี้ หากกล่าวถึงเรื่องราวในแวดวงสีกากีแล้ว ก็คงต้องคิดถึง “อีจ๋อย” ตัวละครสำคัญอีกหนึ่งตัวที่มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน
       
        เป็น“อีจ๋อย” ที่ ศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เคยเปิดโปงการซื้อขายตำแหน่งนายตำรวจ เมื่อหลายปีก่อน โดยระบุว่า “อีจ๋อย” เป็นคนใกล้ชิดกับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณที่มองตาก็รู้ใจ
       
       ก่อนที่ “อีจ๋อย” จะถูก พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ คณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่เคยอ้างว่า พล.ต.อ.พัชรวาท ยอมรับในคณะอนุฯ ตรวจสอบการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ เมื่อราวปี 2552 ว่ารู้จัก "อีจ๋อย" จริง
       
        โดย “จ๋อย” คือชื่อเล่นของ พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพาณิชย์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในสมัยที่ พล.ต.อ.พัชรวาทเป็น ผบ.ตร. อย่างไรก็ตามครั้งนั้น พล.ต.อ.พัชรวาท ยืนยันว่า พล.ต.ท.บุญเรือง ไม่ได้ตั้งโต๊ะซื้อขายตำแหน่งตามที่ถูกกล่าวหา
       
        “ผบ.ตร.แสดงความมั่นใจ และบอกว่าเอาคอเป็นประกัน เพราะมั่นใจในตัว พล.ต.ท.บุญเรือง” เป็นคำพูดพล.ต.อ.นพดล ที่กล่าวไว้เมื่อเดือน ส.ค.2552
       
        ปัจจุบัน พล.ต.ท.บุญเรือง ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
       
        ชื่อเสียงของ พล.ต.ท.บุญเรือง นั้นค่อนข้างโดดเด่นเป็น “มือประสานสิบทิศ” เฉกเช่นบทบาทของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ นายตำรวจใกล้ชิด พล.ต.อ.ประวิตร ในปัจจุบัน โดยสมัยที่ พล.ต.อ.พัชรวาท ขึ้นเป็น ผบ.ตร.ได้แต่งตั้งให้ พล.ต.ท.บุญเรือง เพื่อนร่วมรุ่นนายร้อยตำรวจ รุ่น 25 ขึ้นมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ทำหน้าที่ประสานงานภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
       
        วีรกรรมที่กระหึ่มไปทั้งวงการในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ คือการที่หักหน้า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯขณะนั้น ที่เสนอชื่อ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ (ขณะนั้น) เป็น ผบ.ตร. แต่กลับถูก ที่ประชุม ก.ตร.ยกมือคัดค้าน ซึ่งมีการยกเครดิตให้ พล.ต.ท.บุญเรือง ไปเต็มๆ
       
        ที่กล่าวไปคือร่างเงาของบุคคลที่มีบทบาทสำคัญใน “องค์กรสีกากี” ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล คสช. อาจพูดได้ว่ามีบทบาทอยู่เหนือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เสียอีก
       
       


จำนวนคนโหวต 28 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017