หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกท่องเที่ยว | วาไรตี้ท่องเที่ยว
 

"สรงน้ำพระ" เสริมมงคลวันสงกรานต์

ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 เมษายน 2553 16:43 น.
สรงน้ำพระ เสริมมงคลวันสงกรานต์
ขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ สงกรานต์เชียงใหม่
       ถึงแม้ว่าทางกรุงเทพมหานคร จะออกมาประกาศชัดเจนแล้วก็ตาม ถึงการงดจัดงาน "เทศกาลสงกรานต์" ในหลายพื้นที่ทั่วกรุงฯ เนื่องจากการความวุ่นวายทางการเมืองระหว่างกองกำลังไพร่แดงกับรัฐบาลหน่อมแน้ม
       แต่กระนั้นเทศกาลสงกรานต์ในหลายพื้นที่ตามต่างจังหวัด ก็ยังเดินหน้าจัดงานตามประเพณีอันดีงามของไทย เพราะหลายคนที่อึดอัดกับสถานการณ์บ้านเมือง เลือกที่จะใช้โอกาสนี้ผ่อนคลายความตึงเครียดด้วยการเล่นน้ำ รดน้ำดำหัว เข้าวัด ทำบุญ ไหว้พระ รวมถึงการ "สรงน้ำพระ" เพื่อความเป็นสิริมงคล รับขวัญวันปีใหม่ไทย
       
       และเมื่อเอ่ยถึงเรื่องการสรงน้ำพระแล้ว ในบ้านเราก็มีหลายๆจังหวัดที่นำพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งปกติจะประดิษฐานอยู่ตามวัดหรือตามสถานที่สำคัญนำออกมาให้ประชาชนได้สรงน้ำกันแบบ 1 ปี มีหน

สรงน้ำพระ เสริมมงคลวันสงกรานต์
พระพุทธสิหิงค์ กรุงเทพฯ
       สำหรับการสรงน้ำพระนั้นเป็นความเชื่อมาแต่ครั้งโบราณกาลว่า "อานิสงส์ถวายเครื่องเถราภิเษก (สรงน้ำพระ)ผู้ใดได้ถวายเครื่องเถราภิเษกจะพ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวง" ซึ่งนี่ถือเป็นส่วนหนึ่งของพระพุทธรูปเด่นดัง น่าสนใจ ตามพื้นที่ต่างๆที่มีการนำออกมาให้ประชาชนได้สรงน้ำเนื่องในเทสกาลสงกรานต์กัน
       
       *สรงน้ำพระพุทธสิหิงค์
       
       "พระพุทธสิหิงค์" ถือเป็นพระพุทธรูปคู่วันสงกรานต์ มีตำนานเล่าว่า พระพุทธสิหิงค์สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 700 โดยพระมหากษัตริย์ลังกา 3 พระองค์ พร้อมกับพระอรหันต์ในเกาะลังกา
       
       พระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานอยู่ที่กรุงลังกาเป็นเวลา 1,150 ปี กระทั่งในสมัยสุโขทัย พ่อขุนรามคำแหง โปรดเกล้าฯ ให้พระยานครศรีธรรมราชแต่งทูตเชิญพระราชสาสน์ไปขอประทานมาจากพระเจ้ากรุงลังกา พระพุทธสิหิงค์จึงได้มาประดิษฐานในสยามประเทศนับแต่นั้นมา

สรงน้ำพระ เสริมมงคลวันสงกรานต์
พระพุทธสิหิงค์ นครศรีธรรมราช
       สำหรับในเมืองไทย มีพระพุทธรูปที่มีนามว่าพระพุทธสิหิงค์องค์สำคัญอยู่ 3 องค์ด้วยกัน คือ
       
       พระพุทธสิหิงค์ ในพระที่นั่งพุทไธสวรรค์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ หล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ ซึ่งทุกๆปีทางกทม.จะนำออกมาให้ประชาชนได้สรงน้ำกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2477 เป็นต้นมา สำหรับในปีนี้ กทม.ได้นำพระพุทธสิหิงค์มาให้ประชาชนสรงน้ำที่ลานคนเมืองเช่นกัน
       
       พระพุทธสิหิงค์ ในวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เชียงใหม่ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร หล่อด้วยสัมฤทธิ์ลงรักปิดทอง เป็นศิลปะเชียงแสนยุคแรก ซึ่งทุกๆปีทางจังหวัดเชียงใหม่จะมีขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันสรงน้ำ เนื่องในประเพณีปี๋ใหม่เมืองหรืองานสงกรานต์ล้านนานั่นเอง

สรงน้ำพระ เสริมมงคลวันสงกรานต์
พระพุทธสิหิงค์ เชียงใหม่
       พระพุทธสิหิงค์ ในหอพระสิหิงค์ นครศรีธรรมราช เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร มีพระพักตร์กลม อมยิ้มเล็กน้อย หล่อด้วยสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชได้มีการอัญเชิญองค์พระพุทธสิหิงค์ มาประดิษฐานที่สวนศรีธรรมาโศกราช ก่อนจะมีพิธีสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ควบคู่ไปกับงานประเพณีสงกรานต์“แห่นางดานเมืองนคร” อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เพราะมีการผนวกประเพณีทั้งพุทธและพราหมณ์เข้าไว้ด้วยกัน

สรงน้ำพระ เสริมมงคลวันสงกรานต์
พระแก้วบุษราคัม วัดศรีอุบลรัตนาราม
       *สรงน้ำพระแก้ว อุบล
       
       ที่เมืองดอกบัวงาม อุบลราชธานี ก็มีพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมือง ที่เพิ่งจะนำออกมาให้ประชาชนได้สรงน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์กันเมื่อไม่กี่ปีมานี้
       
       สำหรับพระพุทธรูปสำคัญในงานสงกรานต์เมืองอุบล เป็นพระแก้ว 4องค์ด้วยกัน
       
       องค์แรก คือ "พระแก้วบุษราคัม” วัดศรีอุบลรัตนาราม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปกรรมเชียงแสน แกะสลักจากแก้วบุษราคัม หน้าตักกว้าง 3 นิ้ว สูง 5 นิ้ว ตามตำนานเป็นสมบัติของเจ้าปางคำราชวงศ์จากเมืองเชียงรุ้งแสนหวีฟ้า ที่แตกหนีภัยสงครามจากพวกฮ่อมาเวียงเชียงรุ้งและสร้างเมือง “เขื่อนขันกาบแก้วบัวบาน”ขึ้น

สรงน้ำพระ เสริมมงคลวันสงกรานต์
พระแก้วไพฑูรย์แห่งวัดหลวง เมืองอุบลฯ
       พระแก้วบุษราคัมตกทอดมาถึงพระเจ้าตาผู้เป็นลูกพระเจ้าปางคำ ในปีพ.ศ.2314 นครเขื่อนขับกาบแก้วบัวบาน ถูกเจ้าสิริบุญสารแห่งเวียงจันทน์ยกทัพต่อตีพระวรราชภักดีหรือพระเจ้าวอและพระเจ้าฝางจึงหนีศึกมาสร้างบ้านแปงเมืองที่บ้านดอนมดแดง จ.อุบลราชธานี และได้อัญเชิญพระแก้วบุษราคัมมาด้วย โดยได้สร้างวัดหลวงไว้ประดิษฐานพระแก้วบุษราคัม
       
       กระทั่งในรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ได้สั่งข้าหลวงมากำกับดูแลตามหัวเมือง ทำให้ราชบุตรหนูคำ เจ้าเมืองสมัยนั้นเกรงว่าข้าหลวงจะแสวงหาสมบัติเมืองไปเป็นของตน จึงนำพระแก้วออกจากวัดหลวงไปซ่อนไว้ที่บ้านวังกางฮุง
       
       กระทั่งอุปราชโท สร้างวัดศรีอุบลรัตนารามขึ้น จึงอัญเชิญพระแก้วบุษราคัมมาประดิษฐานไว้ที่วัดศรีอุบลรัตนาราม จวบจนทุกวันนี้ ในยามปกติพระแก้วบุษราคัมจะประดิษฐานไว้ในตู้แก้วในพระอุโบสถเท่านั้น แต่ในเทศกาลสงกรานต์ ทางวัดจะอัญเชิญลงมาให้ประชาชนได้สรงน้ำกัน

สรงน้ำพระ เสริมมงคลวันสงกรานต์
พระแก้วโกเมน แห่งวัดมณีวนาราม
       องค์ถัดมา "พระแก้วโกเมน" วัดมณีวนาราม เป็นพระพุทธรูปอัญมณีศักดิ์สิทธิ์ของวัดที่มีค่าหาได้ยากยิ่งและเกรงว่าจะสูญหาย ทำให้เจ้าอาวาสแต่ละรุ่นจึงหวงแหนเก็บรักษากันอย่างเป็นความลับเรื่อยมา ครั้นเมื่อสิ้นสมัยหลวงปู่พระธรรมเสนานี (กิ่ง มหับผโล) คณะกรรมการวัดจึงขออนุญาตนำพระแก้วโกเมนลงมาประดิษฐานในพุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้
       
       ตามตำนานที่เล่าต่อกันมาระบุว่าพระแก้วโกเมนอันเป็นแก้วหนึ่งในตระกูลแก้วเก้าประการนั้นก่อกำเนิดขึ้นพร้อมกับพระแก้วบุษราคัม ในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไทยมีสงครามกับเวียงจันทน์ ผู้รักษาการบ้านเมืองและทายก-ทายิกา ได้พากันเก็บรักษาองค์พระไว้เป็นอย่างดีที่วัดบ้านกุดมะงุม อ.วารินชำราบ คณะผู้รักษาได้นำท่อนไม้จันทน์คว่ำองค์พระพุทธรูปไว้ ด้วยเกรงว่าข้าศึกจะแย่งชิงไป
       
       เมื่อสงครามสงบจึงได้นำพระแก้วโกเมนมาประดิษฐานไว้ ณ วัดมณีวนาราม ซึ่งเจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัดเก็บรักษาไว้เป็นความลับสืบต่อกันมา แต่ก็เป็นในเทศกาลสงกรานต์และวันวิสาขบูชาเท่านั้น ที่ทางวัดจะอัญเชิญมาให้ประชาชนได้สรงน้ำพระกัน

สรงน้ำพระ เสริมมงคลวันสงกรานต์
หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย
       องค์ต่อมาคือ "พระแก้วไพฑูรย์" วัดหลวง ที่ปีหนึ่งจะต้องรอให้ถึงช่วงงานสมโภชน์ จึงจะมีการนำออกมาให้ได้สักการะกัน ซึ่งงานสมโภชน์ จะอยู่ในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ สำหรับพระแก้วไพฑูรย์ เป็นหนึ่งในแก้วอันเป็นรัตนชาติ คือ เพชรดี มณีแดง เขียวใสแสงมรกต เหลืองใสสดบุษราคัม ทองแก่ก่ำโกเมนเอก สีหมอกเมฆนิลกาฬ มุกดาหารหมอกมัว แดงสลัวเพทาย สังวาลย์สายไพฑูรย์
       
       ด้วยองค์พระแววใสส่องเห็นเป็นคล้ายหยาดฝน จึงเชื่อว่าพระแก้วองค์นี้เป็นนิมิตแห่งความอุดมสมบูรณ์ สำหรับพระแก้วองค์นี้ใครเป็นผู้แกะสลักนั่นยังไม่พบข้อมูล แต่เชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปในปกครองของเจ้านายเมืองอุบลมานานแต่บรรพบุรุษของพระปทุมวราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) ได้ถวายเป็นสมบัติของวัดหลวงคู่เคียงกับพระแก้วบุษราคัม เมื่อทางข้าหลวงจากกรุงเทพลงมาปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 เจ้านายอุบลจึงได้เอาพระแก้วทั้งสองไปซ่อน
       
       ต่อมาแม้เมื่อมีการถวาย "พระแก้วบุษราคัม" แก่ทางวัดศรีอุบลรัตนารามแล้ว ทายาทของเจ้านายเมืองอุบลก็ยังคงเก็บรักษาพระแก้วไพฑูรย์ไว้ เพราะเป็นสมบัติล้ำค่าของบรรพบุรุษ ต่อมาภายหลังจึงถวายพระครูวิลาสกิจจาทร เจ้าอาวาสวัดหลวงให้เป็นสมบัติของวัดหลวงตามเดิมจนทุกวันนี้
       
       ปิดท้ายกันที่ "พระแก้วขาวเพชรน้ำค้าง" วัดสุปัฎนาราม ที่จะนำลงมาให้สาธุชนสรงน้ำขอพระในช่วงเทศกาลสำคัญๆเช่นกัน ทั้งในช่วงปีใหม่สากล และช่วงปีใหม่ไทยแบบนี้
       
       สำหรับพระแก้วขาวเพชรน้ำค้างนั้น เนื้อองค์เป็นแก้วผลึกขาวใสประดุจน้ำค้างยามเช้าเปล่งแสงแวววาวในตัวเองประดุจเพชร จึงได้ชื่อว่า "พระแก้วขาวเพชรน้ำค้าง" ฉลององค์ด้วยทองคำเป็นบางส่วน เป็นพระปางสมาธิสูง 17 ซ.ม. ทำด้วยแก้วผลึกสีขาว

สรงน้ำพระ เสริมมงคลวันสงกรานต์
ขบวนแห่ หลวงพ่อพระใส สงกรานต์หนองคาย
       ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้า สุภัทรดิศ ดิศกุล สุดยอดนักประวัติศาสตร์และโบราณคดีของไทย สันนิษฐานว่าวิเคราะห์จากพุทธศิลป์แล้วเป็นพะรอยู่ในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น
       
       ประวัติของพระแก้วขาวเพชรน้ำค้าง เจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺโส อ้วน) ได้ควบคุมการก่อสร้างพระอุโบสถวัดสุปัฎนารามแต่ พ.ศ. 2460-2473 เจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ได้รวบรวมพระพุทธธูปเก่าแก่ไนปางต่างๆ จากหลายที่หลายแห่ง เช่น พระพุทธรูปหินสมัยลพบุรี 3 องค์ และสิ่งอื่นจำนวนมาก โดยเฉพาะพระแก้วขาวองค์นี้เป็นพระประจำองค์ท่าน ท่านได้อย่างไร ไม่ปรากฏชัด
       
       ในช่วงปี พ.ศ. 2485 เจ้าพระคุณคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺโส อ้วน) ได้ขึ้นมาจำพรรษาที่วัดสุปัฎนาราม ได้มอบพระแก้วขาวองค์ศักดิ์สิทธิ์องค์นี้ให้เป็นสมบัติอันล้ำค่าของวัดสุปัฎนาราม ผู้รับมอบ คือ พระครูปลัดพิพัฒนวิริยาจารย์ (ณาณ ญาณชาโล) และมอบนโยบาย คือให้จัดกิจกรรมของคณะสงฆ์ขึ้น เมื่อท่านได้รับมอบพระแก้วขาวและนโยบายแล้ว ท่านก็ได้วางหลักเกณฑ์ให้คณะสงฆ์ทำกิจกรรมขึ้นเพื่อเป็นการสนองพระเดชพระคุณของเจ้าพระคุณสมเด็จพระมาหวีรวงศ์

สรงน้ำพระ เสริมมงคลวันสงกรานต์
พระสี่มุมเมือง ราชบุรี
       *สรงน้ำหลวงพ่อพระใส หนองคาย
       
       
อีกหนึ่งงานใหญ่ช่วงสงกรานต์ของอีสาน ไปที่ จังหวัดหนองคาย เพื่อสักการะไหว้สา "หลวงพ่อพระใส" เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก มีพระรูปลักษณ์งดงามมาก ขนาดหน้าตัก กว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว ส่วนสูงจากพระสงฆ์เบื้องล่างถึงยอดพระเกศ 4 คืบ 1 นิ้ว ของชางไม้ ปัจจุบันได้ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) เป็นพระพุทธรูปที่ชาวจังหวัดหนองคายนับถือว่าศักดิ์สิทธิ์มาก
       
       ตามประวัติกล่าวไว้ว่า พระธิดา3พี่น้องของกษัตริย์ล้านช้าง ได้ร่วมกันสร้างพระพุทธรูปประจำพระองค์ขึ้น 3 องค์ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา แล้วขนานนามพระพุทธรูปตามพระนามว่า พระสุก พระเสริม และพระใสมีขนาลดกันตามลำดับ
       
       หลังศึกกับเวียงจันทน์ในรัชกาลที่ 3 ได้อัญเชิญพระทั้งสามลงแพ แต่ทว่าระหว่างทางล่องเรือมานั้นได้ล่องมาตามลำน้ำงึม เมื่อล่องถึงเวินแท่นได้เกิดอัศจรรย์ คือ แท่นของพระสุกได้แหกแพจมลงในน้ำ การอัญเชิญจึงเหลือเพียงพระเสริมและพระใสมาถึงหนองคาย
       
       พระเสริมนั้นประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย ส่วนพระใสประดิษฐานอยู่ที่วัดหอก่อง ( วัดประดิษฐ์ธรรมคุณ ) ต่อมายุครัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระอุปราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์สมัยนั้น พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะอัญเชิญพระเสริมมาประดิษฐานยังพระบวรราชวัง
       
       พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้า ฯ ให้ขุนวรธานีและข้าหลวง ( เหม็น ) ไปอัญเชิญพระเสริมและพระใสมายังพระนคร เมื่อครั้งอัญเชิญพระเสริมและพระใสมายังพระนครนั้น กล่าวกันว่าพระใสแสดงปาฏิหาริย์ เกวียนที่ประดิษฐานพระใสหักลงตรงหน้าวัดโพธิ์ชัย ซ่อมก็หักอีก วัวลากเกวียนไม่ยอมเดิน ทั้งเชิญและบวงสรวงก็ไม่เป็นผล สุดท้ายทหารจึงอัญเชิญพระใสประดิษฐานที่วัดโพธิ์ชัยแทน ส่วนพระเสริมอัญเชิญไปกรุงรัตนโกสินทร์ ประดิษฐานที่วัดปทุมวนาราม กรุงเทพ ปัจจุบันหลวงพ่อพระใสเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดหนองคายประดิษฐานที่วัดโพธิ์ชัย อำเภอเมือง

สรงน้ำพระ เสริมมงคลวันสงกรานต์
สรงน้ำพระ ประเพณีดีงามอันเป็นมงคลในเทศกาลสงกรานต์
       *สรงน้ำพระสี่มุมเมือง ราชบุรี
       

       ที่จังหวัดราชบุรีก็มีการชูการสรงน้ำพระในช่วงเทศกาลสงกรานต์เช่นกัน โดยเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านเมือง ของชาวราชบุรี เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานตั้งแต่ปีพ.ศ.2511 ซึ่งประดิษฐานไว้ ณ สี่มุมเมืองของประเทศ ได้แก่ ทิศเหนือ ประดิษฐานไว้ที่จังหวัดลำปาง (ข้างศาลเจ้าพ่อหลักเมือง) ทิศตะวันออก ประดิษฐานไว้ที่จังหวัดสระบุรี (หน้าศาลากลางจังหวัด ในวัดศาลาแดง) ทิศใต้ประดิษฐานไว้ที่จังหวัดพัทลุง (หน้าศาลากลางจังหวัด) และทิศตะวันตก ประดิษฐานไว้ที่จังหวัดราชบุรี (บนยอดเขาแก่นจันทน์)
       
       โดยองค์ที่อยู่เมืองราชบุรีนี้มีนามว่า "พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ"(พระสี่มุมเมือง) เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2553 องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี จึงกำหนดจัดงาน "ประเพณีสรงน้ำพระสี่มุมเมือง" เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี 2553 ในวันที่ 12 เมษายน 2553 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณวิหารจัตุรมุขบนยอดเขาแก่นจันทน์ราชบุรี
       
       สงกรานต์ปีนี้ใครเลือกจะเสริมสิริมงคลกันแบบไหนก็แล้วแต่ แต่ยังไงทางทีมงานท่องเที่ยวก็ขออวยพรให้มิตรรักนักอ่านทุกคน ประสบแต่โชคดีเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทยนี้

ข่าวล่าสุด ในหมวด
“ร้อยเอ็ด” เมืองศักดิ์สิทธิ์ตามรอยธรรม 5 วัดดัง เส้นทางบุญสาเกตนคร
เขียวขจีสบายตาไปกับ “นาขั้นบันได” เสน่ห์ในภูมิปัญญาเกษตร
อร่อยลืมอ้วน!! “ข้าวมันไก่” 5 ร้านเด็ด ไก่นุ่ม ข้าวนิ่ม น้ำจิ้มจัดจ้าน
แอ็กท่ากระจาย..ถ่ายรูปสุดมัน!! กับ “6 พิพิธภัณฑ์ภาพวาดสามมิติ” ทั่วไทย
จากพระราชดำริ “พระราชินี” สู่ “สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า” ยลดอกไม้งาม “สร้อยสยาม” ดอกไม้ชนิดใหม่ของโลก
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 6 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014