หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคุณภาพชีวิต | พ่อแม่ลูกผูกพัน
 

'เต้-สุผจญ' เบื้องหน้าดี เพราะมีเบื้องหลังที่อบอุ่น

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
28 สิงหาคม 2552 17:24 น.
'เต้-สุผจญ' เบื้องหน้าดี เพราะมีเบื้องหลังที่อบอุ่น
เบื้องหลังที่อบอุ่นของเต้-สุผจญ
        ถ้าจะพูดถึงคนหนุ่มผิวเข้ม (ใส่แว่น) โดดเด่นด้านภาษาอังกฤษ คงมีตัวเลือกอยู่ในใจกันหลายคน แต่ถ้าบอกว่า เป็นพิธีกร และครีเอทีฟรายการภาษาอังกฤษโดนใจวัยเด็ก-วัยรุ่น อย่าง English breakfast คงจะร้องอ๋อกันทันที
       
       เพราะเขาคือ "เต้-สุผจญ กลิ่นสุวรรณ' คนหนุ่มมากความสามารถ ที่เติบโตในวงการข่าวอย่างรวดเร็ว จนวันนี้ได้เป็นพิธีกร และมีรายการเป็นของตัวเองด้วยวัยเพียง 28 ปี และที่พลาดไม่ได้ เขาคนนี้ได้กลายเป็นสามีที่รักของภรรยา และคุณพ่อที่น่ารักของลูกๆ อีกด้วย

       
       *** เบื้องหลัง (บ้าน) ที่อบอุ่นของเต้-สุผจญ
       
       ทันทีที่เจอตัวหนุ่มเต้ เขาเปิดประเด็นเรื่องครอบครัวในวัยเด็กว่า เขาเกิดที่กรุงเทพฯ แต่ไปเติบโตในช่วงก่อนวัยรุ่นที่รัฐ Virginia ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งตอนนั้นอายุได้เพียง 6 ขวบ เนื่องจากต้องตามคุณพ่อที่ได้รับทุนการไฟฟ้าไปเรียนต่อต่างประเทศ เขาใช้ชีวิต และเรียนหนังสืออยู่ที่นั่น 4 ปี จากนั้นจึงกลับมาเรียนต่อป.5 ที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และสามารถเอ็นทรานซ์ติดที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
       
       หนุ่มเต้เกิดในครอบครัวฐานะพอใช้ คุณพ่อเปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ส่วนคุณแม่เป็นแม่บ้าน มีพี่น้อง 2 คน เขาเป็นพี่ชายคนโต และมีน้องชายที่อายุห่างจากเขา 12 ปี 1 คน ด้วยอายุที่ห่างกันหลายปี ทำให้การพูดคุย จึงมีน้อย แต่เขาก็รักน้อง และให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ
       
       ด้วยความที่พ่อแม่ลูก อยู่ด้วยกันตลอด ทำให้เวลาไปเรียน หรือไปทำงาน พี่เต้จะกอด และหอมแก้มแม่ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง เช่นเดียวกับคุณพ่อ ที่จะแสดงความรักแบบเดียวกัน แต่พักหลังนี้อาจจะน้อยไปบ้าง เพราะเกรงใจสายตาคนมอง (พี่เต้พูดพลางหัวเราะ) แต่ถึงอย่างไร พ่อกับแม่ รวมไปถึงน้องชาย ก็คือคนที่เขารักมากที่สุด
       
       ด้านความเป็นต้นแบบ เขาบอกว่า พ่อจะใส่คำว่าเสียสละเพื่อครอบครัวให้กับเขา ซึ่งตัวพ่อลำบากได้ แต่ลูกต้องไม่ลำบาก และถึงแม้พ่อจะเป็นคนมัธยัสถ์ แต่กับลูกจะท่านจะเต็มที่ตลอด สำหรับคำสอน ท่านทั้งสองเน้นสอนให้ลูกทุกคนอดทน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นอะไรขึ้น ต้องใช้สติแก้ปัญหา อย่างไรก็ดี แนวการเลี้ยงดูในครอบครัวพี่เต้ พ่อกับแม่จะใช้วิธีการตีเมื่อลูกทำผิด แต่ทั้งนี้ลูกทุกคนสามารถพูด แลกเปลี่ยนเหตุผล หรือแย้งกันได้ ซึ่งไม่ใช่การแย้งที่รุนแรง แต่จะแย้งกันด้วยความเข้าใจ และไม่ใช้อารมณ์

'เต้-สุผจญ' เบื้องหน้าดี เพราะมีเบื้องหลังที่อบอุ่น
พ่อเต้กับน้อง Anchor
        *** Daddy ของเจ้าตัวเล็ก (น้อง Anchor)
       
       จากความรัก ความอบอุ่นที่เขาได้รับในวันวาน วันนี้พี่เต้มีครอบครัวเป็นของตัวเองแล้ว เขาจึงนำสิ่งที่เขาได้รับจากครอบครัว มาถ่ายทอดกับลูก (น้อง Anchor) ซึ่งตอนนี้อายุ 1 ขวบ 1 เดือน เพราะต้องการให้ลูกได้รับความสุข ความอบอุ่น เป็นเด็กที่เก่ง ดี และมีหัวคิด เหมือนกับเขาที่เป็นอยู่ตอนนี้ นั่นเพราะมีเบื้องหลังที่เข้าใจ และผลักดันความสามารถของเขามาโดยตลอด
       
       “การมีลูก ชีวิตมันเปลี่ยนไปหมด เวลาที่ส่วนใหญ่ที่เสียไปกับงาน ต้องแบ่งมาให้ลูก และภรรยาที่บ้าน ทั้งยังต้องมีความเสียสละเพิ่มมากขึ้น เหมือนกับพ่อกับแม่ ที่ยอมสละเพื่อตัวเขา เพียงให้ลูกได้อยู่สบาย อีกอย่างผมโตมาในครอบครัวที่ใจกว้าง จึงนำมาความใจกว้างมาใช้กับลูก ซึ่งจะให้อิสระทางความคิดกับลูก ไม่ว่าลูกจะเป็นอะไรก็ตามแต่ ขออย่างเดียว เป็นคนดีของพ่อแม่ สังคม และประเทศชาติก็พอ” นั่นคือสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนคาดหวัง และพี่เต้ก็หวังแบบนั้นเช่นกัน
       
       อย่างไรก็ดี คนเป็นพ่อ เป็นแม่ ย่อมต้องการให้ลูกได้รับสิ่งที่ดี สำหรับพี่เต้แล้ว เขาให้ความสำคัญกับเรื่องการกินของลูกเป็นพิเศษ เพราะสมัยเด็ก เขาผอมจนน่าตกใจมาก เนื่องจากมีคุณยายตามใจ และไม่บังคับเรื่องการกินกับเขา สมมติถ้าไม่กิน ก็คือไม่กิน อยากกินน้ำอัดนม ก็กิน แต่พอมีลูก ไม่อยากให้ลูกเป็นเหมือนเขา ซึ่งพี่เต้บอกว่า น้อง Anchor เกิดมาตัวก็เล็กอยู่แล้ว ตอนเกิดน้ำหนักเพียงแค่ 1,900 กก. ดังนั้นจึงต้องเลือกของที่ดีมีประโยชน์ให้ลูก
       
       ถึงแม้จะเป็น Working Dad แต่พี่เต้ก็ไม่ละทิ้งบทบาทของ Family Man ซึ่งเขาจะช่วยภรรยาเลี้ยงลูกเท่าที่จะช่วยได้ ไม่ว่าจะอาบน้ำให้ลูก เปลี่ยนผ้าอ้อม ล้างอุจจาระ ป้อนข้าว รวมไปถึงการซักเสื้อผ้าลูก อย่างไรก็ดี เรื่องของเล่นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่พี่เต้ให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อ เพราะบางอย่างไม่ได้คุณภาพ หรืออาจมีสารพิษจากสีที่เป็นอันตรายกับลูก ทำให้บางครั้งต้องซื้อของเล่นคุณภาพที่ถึงแม้จะมีราคาแพง ก็ต้องยอมแลกเพื่อความปลอดภัยของลูกชายสุดที่รัก
       
       รับรองพฤติกรรมได้จาก "พี่แอน" ภรรยาสุดที่รักของพี่เต้ เล่าว่า “พี่เต้เป็นคนเลี้ยงลูกสนุก และรักลูกมาก วันใดเลิกงานเร็ว เขาจะกลับบ้านมาเล่นกับลูก หรือเวลาก่อนลูกนอน เขาจะเล่านิทานให้ลูกฟัง รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ พี่เต้จะช่วยแบ่งเบาทุกอย่าง ไม่ว่าจะอุ้มลูก อาบน้ำ ส่วนเรื่องการเลี้ยงลูก บอกได้เลยว่า เขาเป็นคนที่ดุ และไม่ตามใจลูก ซึ่งน้องจะกลัวพ่อมาก บางทีแค่ใช้สายตา ก็ทำเอาลูกนิ่งได้ สรุปแล้ว พี่เต้เป็นคนน่ารัก ตลก และให้ความสำคัญกับลูกเมียเป็นที่หนึ่ง”

'เต้-สุผจญ' เบื้องหน้าดี เพราะมีเบื้องหลังที่อบอุ่น
วิวาห์รักเราสองคน
        พี่เต้อธิบายเสริมว่า ด้านสไตล์การเลี้ยงน้อง Anchor เขาจะเน้นการเลี้ยงให้สนุก แต่ยังคงใช้วิธีการตีอยู่ ซึ่งไม่ใช่ตีโดยไร้เหตุผล แต่จะตี และสอนลูกให้เข้าใจด้วยเหตุผล ว่าทำไมถึงต้องตีเขา เนื่องจากเขาเชื่อว่า วิธีนี้จะทำให้ลูกรู้จักผิดชอบชั่วดี และไม่เอาแต่ใจตัวเองจนเสียคน ส่วนใหญ่ที่ตี เพราะลูกชอบตีแม่ หรือเวลาที่ทำของเสียหาย เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ว่า สิ่งไหนควร สิ่งไหนไม่ควร หรือเวลาที่ลูกดิ้นร้องอยากได้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง พี่เต้จะใช้วิธีปล่อย และเดินหนี เพื่อที่คราวหลังจะได้ไม่เคยตัว และร้องดิ้นเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้เอง เป็นการฝึกนิสัยลูกไปในตัว
       
       นอกจากนี้ ด้านกฎระเบียบที่เคร่งครัด พี่เต้จะไม่ตึงกับลูกมากเกินไป เพราะพี่เต้เชื่อว่า ระเบียบวินัย เป็นสิ่งที่หลายๆ บ้านคอยเข้มงวด แต่ถ้าเข้มมากเกินไป ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กจะไม่เกิด และพอถึงช่วงเวลาหนึ่ง พวกเขาจะฝ่าไฟแดง และไม่ปฏิบัติตามกฎ จนกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไร้วินัย และแตกแถวอย่างที่เห็นในสังคม
       
       เมื่อพูดถึงความสามารด้านภาษาอังกฤษ ในฐานะคุณพ่อที่เก่งภาษาแล้ว เขาก็ไม่ละเลยที่จะใส่ให้กับลูก ซึ่งเขาเริ่มพูดภาษาอังกฤษกับลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ภรรยา และจะพูดกับลูกเป็นประจำ จนกระทั่งน้อง Anchor คลอดออกมา พี่เต้ก็ทำอย่างต่อเนื่อง เพราะเขาเชื่อว่า การใส่ และให้ความคุ้นชินด้านภาษาอังกฤษกับลูกตั้งแต่เด็ก จะช่วยให้ลูกมีฐานภาษาที่แข็งแรง ซึ่งเมื่อลูกโตขึ้น จะสามารถเรียนรู้ และนำภาษาไปใช้ในการสื่อสารให้เกิดประโยชน์ได้
       
       “ผมเชื่อว่าลูกจะเก่งภาษา หรือเรื่องอื่นๆ ต้องทำให้เขาชิน และมีความสุข ผิดถูกไม่ว่ากัน ยกตัวอย่างเพื่อนผมคนหนึ่ง มันเก่งเลขมากเลยนะ มันสุดยอดจริงๆ ผมก็สงสัย สืบไปสืบมา พบว่า อ๋อ ที่บ้านมันขายของชำ ซึ่งเพื่อนผมมันบวกเลขหลักสิบหลักร้อยมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เพื่อนคนนี้จึงหัวไวมาก ดังนั้นผมจึงใส่ภาษาให้ลูกผมตั้งแต่เด็ก ให้เขาชิน เพื่อไว้ใช้ และเป็นทางเลือกในตอนโต แม้ว่าลูกจะได้ใช้หรือไม่ได้ใช้ก็ตาม” พี่เต้ให้ความสำคัญด้านภาษาอังกฤษกับลูกตั้งแต่ลูกอยู่ในท้องภรรยา

'เต้-สุผจญ' เบื้องหน้าดี เพราะมีเบื้องหลังที่อบอุ่น
พร้อมหน้าลูกเมียริมหาดทราย
        อย่างไรก็ดี พี่เต้ฝากเรื่องการเลี้ยงลูกให้เก่ง-ดี-มี-สุข ไปยังทุกบ้านว่า พ่อแม่ต้องหาความพอดีของลูก เด็กจะมีความพอดีไม่เท่ากัน พ่อแม่ต้องตีความคำว่า “พอดี” ให้แตก และอย่าลืมว่า ควรมองทุกอย่างให้เป็นภาพกว้าง อย่ามองระยะสั้น เช่น อยากให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อต้องการให้ลูกเก่ง แต่ควรถามลูกก่อนว่า สิ่งที่ลูกต้องการจริงๆ คืออะไร ความสุขใช่หรือไม่? ดังนั้นลูกจะมีความสุขได้ ต้องเป็นความสุขที่เขาได้เลือกเอง แล้วเขาจะเป็นเด็กปกติของสังคมต่อไป
       
       พร้อมกันนี้ พี่เต้ได้ฝากไปถึงครูสอนภาษาอังกฤษด้วยว่า ครูไทยต้องพร้อมที่จะยอมรับว่าเด็กบางคนอาจจะเก่งกว่า เพราะบางทีเจอลูกศิษย์เถียง เช่น “อาจารย์มันต้องอย่างนี้ไม่ใช่หรือครับ” ซึ่งอาจารย์บางคนไม่เข้าใจ และตอบกลับไปว่า “ถ้าเธอเก่งแล้ว เธอก็ไม่ต้องมาเรียน” คำพูดหรือพฤติกรรมเชนนี้ จะทำให้เด็กขาดความมั่นใจ และไม่อยากที่จะเรียนอีกเลย
       
       “ครูต้องยอมรับในความเก่งของเด็ก พร้อมกับแลกเปลี่ยนความรู้กันแบบเปิดเผย และไม่เป็นไรที่จะยอมรับกับเด็กว่า ครูไม่รู้ แต่ถ้าไม่รู้ ครูต้องหาคำตอบมาให้เด็กด้วย ถึงจะครบสูตร ส่วนเด็กถ้าอยากเก่งภาษาอังกฤษ ถามตัวเองก่อนว่า คุณรัก และชอบมันหรือยัง ถ้ายังไม่ชอบ ต้องทำให้ชอบก่อน แล้วภาษาอังกฤษจะง่ายนิดเดียว” พี่เต้เผย
       
       สำหรับความฝันที่ผู้ชายคนนี้ อยากจะทำในอนาคต พี่เต้เปิดเผยกับทีมงานว่า เขาอยากจะลงเล่นการเมือง ด้วยความที่เขาเชื่อว่า ตัวเขาสามารถทำอะไรดีๆ ให้กับสังคม และประเทศ โดยไม่โกงชาติ โกงเมืองแบบน่าเกลียด เหมือนอย่างที่บางคนเป็น ซึ่งสิ่งแรกที่เขาอยากจะเปลี่ยนคือ เรื่องของการศึกษา ซึ่งจะยกเลิกชุดนักเรียน เพราะเป็นธุรกิจที่ครูจำนวนไม่น้อยใช้เป็นแหล่งทำมาหากิน ต่อมาคือ เรื่องหนังสือเรียน หนังสือต้องฟรีได้จริงๆ และต้องใช้ได้ไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วคน เป็นต้น
       
       แต่กระนั้น คงต้องรอให้ครอบครัวแข็งแรง และพร้อมเสียก่อน และคำตอบที่ตั้งใจไว้มันจะมาเอง ซึ่งวันนี้เขาขอให้ความรัก ความอบอุ่นกับครอบครัวให้มากที่สุด เพราะครอบครัวคือสิ่งที่เขากับภรรยาร่วมกันสร้างขึ้นมา ดังนั้นจึงต้องร่วมกันรับผิดชอบ และสร้างลูกให้เป็นคนดีของสังคมให้ได้ เพราะลูกคือทรัพยากรที่มีค่า ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่รุ่นใหม่ ที่จะต้องช่วยกันสร้างสังคม และสร้างชาติให้เจริญบนฐานของคุณธรรม-จริยธรรม
       
       อย่างไรก็ดี ทุกสิ่งที่พี่เต้มีในวันนี้ เขาบอกว่า เขามีเบื้องหลังที่ดี และอบอุ่น ซึ่งเขาอยากจะบอกกับพ่อแม่ว่า “ขอบคุณพ่อกับแม่มากครับ ที่ทำตัวเป็นแบบอย่าง เป็นพ่อพิมพ์ แม่พิมพ์ และคอยช่วยเหลือดูแลผมมาตลอด ที่สำคัญท่านไม่เคยกำหนดชีวิตผมเลย ซึ่งท่านทั้งสองเป็นพ่อแม่ที่ใจกว้างมาก ไม่ค่อยตีกรอบให้ลูก แต่จะให้ลูกได้คิดเอง และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เมื่อลูกอยากทำอะไรที่ชอบ ขอให้ทำไปเลย พร้อมกับจะให้กำลังใจตลอด โดยเฉพาะตอนที่ลูกลำบาก พ่อกับแม่จะเสียสละ เพื่อให้ลูกของเขาได้รับความสุขอย่างเต็มที่” พี่เต้ขอบคุณพ่อแม่ที่ให้ตัวตน ทำให้เขามีคุณค่า และมีชีวิตที่ดีในวันนี้
       

       และนี่ก็คือทั้งหมดของเบื้องหลังฉากความสำเร็จที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นของผู้ชายที่ชื่อ “เต้-สุผจญ กลิ่นสุวรรณ” ที่วันนี้มีครอบครัวดี และเป็นคุณพ่อที่น่ารักของลูก เพราะเขาเชื่อว่า มีเบื้องหลังชีวิตครอบครัวที่ดีนั่นเอง
       

       ////////////
       
       *** กว่าจะมาถึงวันนี้ พี่เต้ทำอะไรมาบ้าง?
       

       ด้วยพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดี เพราะได้ไปเรียนต่างประเทศ และอยู่กับครอบครัว ตั้งแต่ 6 ขวบ ทำให้พี่เต้ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีในระดับพอสมควร จนวันหนึ่งด้วยโอกาส และความสามารถ เขาจึงเข้าสู่วิชาชีพข่าว โดยเริ่มงานที่ Nation ซึ่งประจวบเหมาะกับช่วงที่ทางห้องส่งกำลังขาดนักข่าวภาคภาษาอังกฤษอยู่พอดี ทำมาได้ 2 ปีครึ่ง จึงย้ายไปอยู่ช่อง ITV (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็น ThaiPBS) และได้มีโอกาสทำรายการ English breakfast ซึ่งเขาหวังว่า จะเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมให้เด็กไทย และผู้ที่รักในภาษา เข้าใจภาษาอังกฤษได้มากขึ้น โดยนำเสนอในรูปแบบความฮาบนสาระ และในอนาคตหวังว่า จะกระจายความรู้ภาษาอังกฤษไปสู่เด็ก และเยาวชนให้มากขึ้น เช่น จัดทำเป็นหนังสือ หรือทำเป็นซีดีความรู้แจก ทั้งนี้ยังคิดไว้ว่า จะกระจายไปสู่วิทยุเพื่อการศึกษาอีกด้วย

ข่าวล่าสุด ในหมวด
สัมผัสรักในบ้าน "เมฆราตรี" ของ "เก๋-ชลลดา"
อบอุ่นกับ "พล ตัณฑสเถียร" เชฟหนุ่มผู้มีรสนิยม
อีกด้านชีวิตที่ละมุนละไมของ "เจนนิเฟอร์ คิ้ม"
เปิดหัวใจ "เสนาลิง" กับบทบาทแฟมิลี่แมนตัวจริง
ก้าวที่พลาดของ "นาวิน ต้าร์" พ่อคือฮีโร่ผู้ให้อนาคต
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 93 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 91 คน
98 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
2 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014