หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Motoring | Interview
 

วิชชุดา ลีนุตพงษ์ สองคนในร่างเดียว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 ธันวาคม 2550 09:24 น.
       คุณคิดว่าคนขายรถสปอร์ตสุดหรูราคาแพงระดับ 40 กว่าล้านบาทจะเป็นคนอย่างไร ที่สำคัญถ้าบุคคลนี้ยังเป็นทายาทของตระกูลที่ขายรถมาทั้งชีวิตอีกด้วย เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเธอคงน่าสนใจไม่น้อย… “ผู้จัดการมอเตอริ่ง” พาทำความรู้จักกับ “ตั๋ม”วิชชุดา ลีนุตพงษ์ ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อ “สไปเกอร์” รถที่อภิมหาเศรษฐีเท่านั้นที่ซื้อหาได้ แน่นอนหลายท่านคงอาจเคยเห็น เคยได้ยิน หรือเคยอ่านเรื่องราวของเธอมาบ้างแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นการเผยเรื่องราวชนิดลึกสุดใจ พร้อมเปลือยตัวตนแท้จริงชนิดเรียกได้ว่า “ตรงกับข้ามกับสิ่งที่คุณเคยรู้มาก่อน”

วิชชุดา ลีนุตพงษ์ สองคนในร่างเดียว
       ภายนอกสาวหวาน-ภายในแก่นเซี้ยว
       ใครหลายคนที่พบเธอเป็นครั้งแรกหรือรู้จักกันเพียงผิวๆ จะคิดว่า สาวหน้าหวานคนนี้ นิสัยคงจะเรียบร้อย พูดจาไพเราะประหนึ่งเสียงนกขุนทองยามเช้า แต่ความจริงหาได้เป็นดั่งรูปภายนอกที่เห็นไม่ เพราะตัวตนของเธอเป็นสาวแก่นเซี้ยวสุดขั้วโลก
       เริ่มตั้งแต่วัยเด็กก็จะเป็นหัวหน้ากลุ่มในการสร้างวีรกรรมต่างๆ ในโรงเรียน จนต้องเข้าพบอาจารย์ใหญ่ไม่เว้นแต่ละวัน การพูดจาออกแนวโผงผาง นักเลง ตรงไปตรงมา ขัดกับบุคลิกภายนอกอย่างแรง ถึงขั้นน้องชายสุดที่รักเอ่ยชมอยู่เสมอๆ ว่า “ถ้าไม่พูดจะสวยกว่านี้เยอะ”
       

       นอกจากนั้นภาพยนต์แนวที่เธอชื่นชอบ จะลองทายกันดูไหม.....ถูกต้องแล้วครับ แนวสยองขวัญสั่นประสาทหลอนจิต อาทิเช่น SAW ทั้ง 3 ภาค โดยเฉพาะฉากเลื่อยหั่นคนเป็นๆ เธอจะชอบเป็นพิเศษ ส่วนแนวเพลงโปรด ไม่ต้องทายให้เมื่อยตุ้ม “ร็อคสุดขีด” ประมาณ บิ๊กแอส และบอดี้แสลม
       
       “คนอื่นชอบมองว่า ตั๋ม เรียบร้อยหรือดูเป็นผู้หญิงหวานๆ เลยมักจะโดนผู้ใหญ่ว่าอยู่เสมอเวลาที่เราเป็นตัวของตัวเอง แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นตลอดเวลานะ เรารู้กาละเทศะ สถานการณ์ไหนควรวางตัวอย่างไร”

วิชชุดา ลีนุตพงษ์ สองคนในร่างเดียว
       นางมารร้าย-แม่พระ
       ในวัยเด็ก เรียกว่าเป็นหัวโจกของกลุ่มในการแกล้งเด็กรุ่นน้องในโรงเรียน เด็กรุ่นน้องที่โดนเธอแกล้ง(ก็แทบจะทั้งโรงเรียน) จะจำเธอได้แม่น กระทั่งทุกวันนี้เธอมักจะโดนทักอยู่บ่อยครั้งว่า “พี่จำหนูได้ไหม คนที่พี่เคยแกล้ง.....” แต่เธอกลับจำเขาเหล่านั้นไม่ค่อยได้ (เหตุใดนะหรือ ก็เพราะถ้าขืนจำได้ กลัวเขาจะมาเล่นคืนนะสิ...อิอิ)
       
       “หลังจากเรียนระดับปริญญาโท ทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วสมัยนั้นที่ชอบแกล้งน้องเป็นเพราะเราอยากเล่นกับเขา แต่ด้วยเรายังเด็ก จึงไม่รู้วิธีเล่นที่ถูกต้อง ประกอบกับนิสัยเป็นคนโผงผาง บ้าระห่ำ ชอบทำอะไรแผลงๆอยู่แล้ว การปฏิบัตต่อเขาจึงแสดงออกมาเป็นในรูปแบบของการแกล้งกัน อาจจะดูเหมือนเป็นคำแก้ตัวแต่ตามหลักจิตวิทยามันเป็นอย่างนี้”
       
       ที่สุดเธอก็ได้เล่นกับเด็กสมใจอยาก เนื่องจากสมัยที่เรียนปริญญาตรีและโทในสหรัฐอเมริกา สาขา “สังคมสงเคราะห์” ทางมหาวิทยาลัยส่งเธอไปสอนภาษาอังกฤษ ให้กับเด็กม้งผู้ด้อยโอกาสที่ถูกส่งมาจากเมืองไทยฟรีๆ เป็นความรู้สึกที่เธอพูดออกมาจากใจเลยว่า “นี่แหละคืองานที่ฉันชอบทำ”
       
       เหนืออื่นใด หนึ่งสิ่งที่เธอภูมิใจสุดๆในชีวิตคือ การสอนเด็กม้งคนหนึ่งจากไม่รู้อะไรเลย จนสุดท้ายสามารถมีงานทำ มีอาชีพทีดี สามารถหารายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ ที่สำคัญจากแค่สอนก็กลายเป็นความผูกพัน
       
       วันสุดท้ายหลังจากเธอเรียนจบต้องกลับประเทศไทย หลังอยู่อเมริกามาร่วม 10 ปี เธอบินกลับมาพร้อมกระเป๋าเล็กเพียงใบเดียว ส่วนข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นจาน, ชาม, ตู้เย็น, ทีวี, เครื่องเสียง, เสื้อผ้าทุกสิ่งอย่าง แม้แต่ชุดชั้นใน เธอมอบให้กลุ่มเด็กม้งอพยพเอาไว้ใช้ ขึ้นต้นเป็นนางมารร้ายลงท้ายกลายเป็นแม่พระซะอย่างนั้น

วิชชุดา ลีนุตพงษ์ สองคนในร่างเดียว
       ไม่ชอบเรียน-กำลังทำด็อกเตอร์
       สมัยเด็กเธอแก่นเซี้ยวซะจนผลการเรียน เกรดเฉลี่ยสุดท้ายของโรงเรียนเมืองไทยอยู่ระดับต่ำกว่า 1.00 (คือตกมากกว่าผ่าน) ทำให้คุณพ่อและแม่ตัดสินใจส่งไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่ช่วงกำลังจะเข้าวัยรุ่น เพื่อดัดนิสัยก่อนจะแย่ไปกว่านี้
       
       “ยอมรับตามตรงว่า สมัยเด็กๆไม่ชอบเรียนเลย ทำอะไรก็ไม่เป็น ถูกตามใจทุกอย่างจนเคยตัว แต่พอถูกส่งไปอยู่ต่างประเทศ ที่นั่นเราต้องช่วยตัวเอง ลำพังแค่ดูแลเฉพาะเราคงไม่เท่าไร แต่พอดีต้องดูแลน้องชายด้วย เนื่องจากถูกส่งไปเรียนพร้อมกัน จึงบรรลุธรรมเลยว่า การดำรงชีวิตเป็นอย่างนี้ นี่เอง”
       
       จากบทคุณหนูที่สุดของบ้าน เมื่อต้องมาอยู่ต่างแดน ใช้ชีวิตดุจดั่ง “วัลลี” เนื่องด้วยวิชาเรียนของเธอต้องไปเรียนแต่เช้า ขณะที่น้องชายเรียนช่วงสาย ทำให้เมื่อตื่นมาเธอต้องเตรียมอาหารเช้าให้น้องแล้วค่อยไปเรียน และเมื่อเรียนวิชานั้นเสร็จ ก็ต้องกลับมาที่อพาตเมนท์เพื่อปลุกน้องกินข้าวและไปเรียน
       
       ด้านผลการเรียนอย่างกับละครน้ำเน่าหลังข่าวภาคค่ำ จากเด็กเรียนตกมากกว่าผ่าน สุดท้ายเธอจบปริญญาตรีสังคมสงเคราะห์ด้วยเกรดเฉลี่ย 4.00 พร้อมเกีรยตินิยมประดับฝาบ้าน ส่วนปริญญาโท จบด้วยเกรด 3 กว่า ซึ่งเหตุที่ผลการเรียนพลิกเกิดจากการค้นพบตัวเองว่า “ฉันกำลังเรียนในสิ่งที่ฉันรัก”
       

       “ล่าสุด ตั๋มกลับมาเรียนอีกครั้ง กำลังทำปริญญาเอก จากเดิมที่คิดว่าพอแล้ว แต่คุณพ่อขอให้เรียน ซึ่งนานๆ ครั้งจะขอเรา จึงอยากทำให้เขา”

วิชชุดา ลีนุตพงษ์ สองคนในร่างเดียว
       เรียนเมืองนอก-ชอบเพลงไทย
       ปกติเราจะเห็นคนที่เรียนเมืองนอกส่วนมากจะเห่อความเป็นอินเตอร์ จำพวกเพลงหรือภาษาที่ใช้สื่อสาร กับ “วิชชุดา” ตรงกันข้ามอีกแล้วครับท่าน
       
       เธอชอบฟังเพลงไทย แถมเกลียดเพลงฝรั่ง ไม่ชอบฟังเอามากๆ แต่ถ้าเป็นการอ่านหนังสือจะเป็นหนังสือภาษาอังกฤษ เหตุก็เพราะตามหัวข้อข้างบน สมัยเด็กๆ ไม่ค่อยจะชอบเรียนหนังสือจนถูกส่งไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่เด็ก ทำให้อ่านภาษาไทยไม่คล่องเหมือนอ่านภาษาอังกฤษ(ความลับที่เราแอบล้วงมา) ในทางกลับกันการใช้ภาษาพูด เธอพูดไทยชัดถ้อยชัดคำ ไม่มีสำเนียงกระแดะ เหมือนพวกที่ไปเรียนแค่ปี-2 ปี
       
       “ชีวิต ตั๋ม มีอะไรที่เหมือนจะขัดแย้งกันในตัวเองอยู่เสมอ ประมาณว่าพวก สองคนในร่างเดียว แต่เราก็เป็นตัวของเราแบบนี้ ไม่ทำให้คนในครอบครัวเดือดร้อนก็พอแล้ว”

วิชชุดา ลีนุตพงษ์ สองคนในร่างเดียว
       ขายรถ 40 ล้าน-ใส่เสื้อ 50 บาท
       อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้น เธอเป็นเจ้าของบริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์สปอร์ตสุดหรูหรา ภายใต้แบรนด์ “สไปเกอร์” จากประเทศเนเธอแลนด์ มูลค่าราคาเริ่มต้นคันละประมาณ 40 ล้านบาท หลายคนคงฟันธงไปแล้วว่าเธอต้องเป็นคนบ้ายี่ห้อหรือใช้แต่ของแบรนด์เนมมีชื่อเสียงเท่านั้น
       
       ความจริง เหมือนมีผีอีกตนสิงอยู่ในร่าง ทุกสิ่งอย่างที่เป็นของใช้รอบกายเธอ ล้วนแต่เป็นของธรรมดาๆไม่ยึดติดกับแบรนด์ เช่นเสื้อที่เธอใส่บางตัวมีราคาเพียง 50 บาทเท่านั้น
       
       “ของใช้ต่างๆ ตั๋มไม่จำเป็นต้องมียี่ห้อ ขอให้เป็นของถูกใจ มีคุณภาพ ราคาสมเหตุผล เราพอซื้อได้โดยไม่เดือดร้อน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง อย่างกำไรข้อมือเหมือนกันพอมียี่ห้อขายอันละเป็น ร้อยๆ ส่วนของไร้ยี่ห้อ ขายไม่กี่สิบบาท ทำไมเราต้องไปซื้อของแพงกว่าด้วยทั้งที่เหมือนกันจริงไหม เว้นแต่มันจะแตกต่างกันจริงๆ ”
       
       พอเห็นคำพูดอย่างนี้ แน่นอนคนจะต้องแย้งว่า แล้วรถที่เธอขายคันละ 40 ล้านบาทเป็นของฟุ่มเฟือยหรือขายแพงบ้างหละ คำตอบของประเด็นนี้ อ่านประโยคข้างบนให้ดีจะพบคำตอบ ซึ่งเราขอตอบแทนเธอให้ก็ได้ว่า เพราะเธอขายรถให้คนที่ซื้อได้โดยไม่เดือดร้อน เต็มใจ และสำคัญที่สุดคือ ไม่ได้หลอกลวงหรือฉ้อโกงใครอย่างนักการเมืองบางคน
       
       และทิ้งท้ายประโยคโดนใจ “นี่แก ชั้นก็เป็นอย่างนี้แหละ แต่ไม่ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนนะ” ไม่ว่าเธอจะมีกี่คนในร่างเดียว สุดท้ายเธอคือ คนดีของครอบครัว ขอเป็นแค่นี้พอ

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ทาทา รุกตลาดรถหัวลากครึ่งปีหลัง
เปิดใจ “น้องน้ำ” มิสพรีเซนเตอร์ คนล่าสุด
คุยเรื่องรถ ความรัก และชายในฝันกับ “มิสมอเตอร์โชว์ 2014”
ฟอร์ดปรับกลยุทธ์รับ...พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน
มอง... อีโคคาร์ เฟส2หิน! แต่ผู้บริโภคได้ประโยชน์
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 68 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 41 คน
61 %
ไม่เห็นด้วย 27 คน
39 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014