หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Motoring | Test Drive
 

Audi A4 2.0 TDI ศัตรูร้ายปั๊มน้ำมัน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 กันยายน 2549 10:01 น.

Audi A4 2.0 TDI ศัตรูร้ายปั๊มน้ำมัน

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
Audi A4 2.0 TDI ศัตรูร้ายปั๊มน้ำมัน

Audi A4 2.0 TDI ศัตรูร้ายปั๊มน้ำมัน

Audi A4 2.0 TDI ศัตรูร้ายปั๊มน้ำมัน

Audi A4 2.0 TDI ศัตรูร้ายปั๊มน้ำมัน

Audi A4 2.0 TDI ศัตรูร้ายปั๊มน้ำมัน

Audi A4 2.0 TDI ศัตรูร้ายปั๊มน้ำมัน

Audi A4 2.0 TDI ศัตรูร้ายปั๊มน้ำมัน

Audi A4 2.0 TDI ศัตรูร้ายปั๊มน้ำมัน

Audi A4 2.0 TDI ศัตรูร้ายปั๊มน้ำมัน

Audi A4 2.0 TDI ศัตรูร้ายปั๊มน้ำมัน

สงครามเครื่องยนต์ดีเซลเดือด!...เมื่อบรรดาค่ายรถหรูเปิดแนวรุกครั้งใหม่ เสริมรุ่นที่วางหัวใจดีเซล หลังเมินทำตลาดมานานด้วยเหตุผลหลายประการทั้ง คุณภาพน้ำมันดีเซลในบ้านเรา รวมถึงความเชื่อในเรื่องสมรรถนะที่เป็นรองเครื่องยนต์เบนซิน
       
       จากอดีตที่ผู้บริโภคมีภาพเครื่องยนต์ดีเซลในหัวว่า อืด ควันดำ เครื่องสั่น แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลพัฒนาขึ้นไปมาก ทั้งการจุดระเบิดในห้องเผาไหม้โดยตรง หรือไดเรคอินเจคชั่น ไปจนถึงระบบคอมมอนเรล ที่เห็นกันในปิกอัพรุ่นใหม่ๆ ทำให้ภาพดังกล่าวเริ่มถูกลบออกไป ประกอบกับราคาน้ำมันพุ่งกระชากใจ ส่งผลให้ค่ายรถหรูต่างปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
       
       ไม่ว่าจะเป็นสิงห์ผยองอย่าง เปอโยต์ 407 คูเป้ ดีเซล,วอลโว่ วี70 – เอส80 ดี5 และเจ้าตลาด “เบนซ์” ที่นำร่องไปก่อนกับ ซี220 ซีดีไอ และ อี220 ซีดีไอ รวมถึง เอ180 ซีดีไอ และเอส 320 ซีดีไอ จะมาเสริมทัพปลายปีนี้
       

       ขณะเดียวกันคู่แข่งร่วมชาติอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู เริ่มขยับตัวกับ 520d ที่วางหัวใจดีเซลเป็นรุ่นแรกในตลาดเมืองไทย รวมถึงออดี้ ไม่ยอมน้อยหน้าส่งเครื่องยนต์ดีเซล ทีดีไอ 3 รุ่นรวด ใน เอ4 เอ6 และคิว7
       
       สำหรับสองรุ่นหลังเตรียมเปิดตัวในเดือนตุลาคม แต่ เอ4 2.0 ทีดีไอ (A4 2.0 TDI) เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือน กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมเคาะราคา 2.89 ล้านบาท ซึ่ง“ผู้จัดการ มอเตอร์ริ่ง” มีโอกาสลองขับมาแล้ว ตามคำเชิญของ บริษัท ไทยยานยนตร์ ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ออดี้ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
       
       หลังจากได้รับกุญแจรถ และเพ่งพิศรูปลักษณ์ภายนอก ที่แทบไม่มีอะไรต่างจากตัวเบนซิน เอ4 2.0 ทีเอฟเอสไอ (A4 2.0 TFSI) นอกจากโลโก้ด้านท้าย “TDI” และล้ออลูมิเนียม 16 นิ้ว ประกบยางขนาด 205/55R16 ขณะที่ ทีเอฟเอสไอเป็นล้อ 17 นิ้ว
       
       ภายในของทีดีไอตกแต่งบริเวณคอนโซลต่างๆ ด้วยอลูมิเนียม ขณะที่ทีเอฟเอสไอแต่งด้วยลายไม้ พวงมาลัยมีแพดเดิลชิพ ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ แต่จะไม่มีปุ่มควบคุมมัลติฟังก์ชัน ทั้งยังตัดออปชันบางอย่าง อาทิ กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ระบบเซ็นเซอร์ปัดน้ำฝน ม่านบังแดดหลัง รวมถึงระบบความปลอดภัยอย่าง ครูส คอนโทรล ระบบกันขโมยแบบตรวจจับการเคลื่อนไหวภายในรถและยกรถ ซึ่งทั้งหมดมีให้เห็นในรุ่น 2.0 ทีเอฟเอสไอ
       
       อย่างไรแล้วอุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ยังขนมาให้ครบครัน อาทิ ถุงลมนิรภัยด้านหน้า- ด้านข้างสำหรับคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า พร้อมถุงลมนิรภัย SIDE GUARD เพื่อป้องกันศีรษะสำหรับผู้โดยสารทั้ง 4 ตำแหน่ง
       

       ขณะที่ระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัว ESP,ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี EDL,ระบบป้องกันการลื่นไถล ASR,ระบบกระจายแรงเบรค EDB ล้วนเป็นระบบรักษาความปลอดภัยที่ใส่มาให้มิได้ขาด
       
       ส่วนขุมพลัง ทีดีไอ (TDI – Turbo Diesel injection) ที่วางใน เอ4 นี้จะไม่ใช้ระบบคอมมอนเรลที่เรารู้จักกัน และต่างจากระบบ CDI ของเบนซ์ กล่าวคือไม่มีรางร่วมเป็นตัวพักน้ำมัน (ที่ได้จากปั๊มแรงดันสูง) ก่อนส่งไปยังหัวฉีดต่างๆ เพื่อฉีดน้ำมันลงไปในห้องเผาไหม้ ซึ่งมีอีซียูควบคุม
       
       โดยทีดีไอบล็อกนี้จะมีปั๊มส่งน้ำมันไปยังหัวฉีดอัจฉริยะ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นปั๊มไฟฟ้าแรงดันสูงในตัว ซึ่งออดี้ เรียกว่า ระบบปั๊มอินเจคเตอร์ ที่จะให้แรงดันน้ำมันได้สูงสุดถึง 2,050 บาร์ มากกว่าระบบคอมมอนเรล ทั้งยังได้น้ำมันที่เป็นฝอยละเอียดมากขึ้น ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์ได้กำลังอย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงการประหยัดน้ำมัน และลดมลพิษ
       
       ออดี้ มองว่ารถเครื่องยนต์ 4 สูบ น่าจะเพียงพอแล้วกับระบบนี้ แต่ถ้าเครื่องใหญ่กว่านั้น ถึงจะต้องเป็นระบบคอมมอนเรล อย่าง เอ6 3.0 ทีดีไอ วี 6 สูบ ซึ่งกำลังนำเข้ามา และที่เพิ่งสร้างชื่อในการแข่งเลอมังส์ 24 ชั่วโมง อย่างอาร์10 ทีดีไอ (R10 TDI) วี 12 สูบ เพราะถึงอย่างไรระบบคอมมอนเรลจะได้เปรียบในเรื่องการทำงานที่เงียบ และสั่นน้อยกว่า
       
       สำหรับปริมาตรกระบอกสูบอย่างเป็นทางการ 1968 ซีซี พร้อม เทอร์โบแปรผัน ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ที่ 1750-2500 รอบต่อนาที และในสเปคระบุว่า อัตราเร่ง 0-100 อยู่ที่ 9.8 วินาที ช้ากว่า 2.0 ทีเอฟเอสไอ ที่ทำได้ 7.3 วินาที
       
       ถึงแม้ตัวเลขมันบอกอยู่แล้วว่าเบนซินจะปรู้ดปร้าดกว่า แต่จากการขับจริงๆผมว่า เจ้าตัวทีดีไอก็ใช่ย่อยครับ และเป็นความรู้สึกแบบนิ่มนวลสบายๆ การออกตัวไม่กระโชกกระชากแบบหลังติดเบาะ ส่วนการขับในเมืองคล่องแคล่วดีทีเดียว ยิ่งช่วงรอบต่ำประมาณ 2,000- 3,000 รอบ กำลังขับสนุก เพราะเมื่อไหร่ที่ต้องการเรียกพละกำลังออกมาสนับสนุนความต้องการของเท้าขวา ก็ทำได้ทันอกทันใจไม่น้อย
       
       ผสานการส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมเล่นเป็นเกียร์ธรรมดาง่ายๆกับ แพดเดิลชิพหลังพวงมาลัย ที่ไหลลื่นนุ่มนวล ขณะที่คู่แข่ง ซี220 ซีดีไอ จะส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดเท่านั้น ทั้งนี้ลองขับนอกเมืองที่ความเร็ว 120 กม./ชม. รอบเครื่องยังชี้เพียง 2,000 รอบ ซึ่งการวัดอัตราบริโภคน้ำมันคร่าวๆที่ความเร็ว 100 - 120 กม./ชม. จะกินอยู่ประมาณ 21 กม./ลิตรเท่านั้น
       
       การนั่งอยู่หลังพวงมาลัยอาจจะรู้สึกคับแคบไปบ้างสำหรับชายหุ่นมาตรฐาน เพราะขาซ้ายจะถูกบีบโดยคอนโซลกลาง ส่วนเรื่องเก็บเสียงในห้องโดยสารทำได้ดีมากโดยเฉพาะเสียงเครื่องยนต์ เพระถ้าคุณยืนอยู่นอกรถแล้วติดเครื่องไว้ ซุ่มเสียงที่อยู่ใต้ฝากระโปรงก็ไม่ต่างจากรถปิกอัพเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเข้ามาในห้องโดยสารแล้วเสียงที่ว่านั้นเล็ดลอดเข้ามาน้อยมาก
       
       อย่างไรก็ตามเมื่อขับไปได้สักพัก และต้องจอดขณะรถติดๆ จะมีอาการสั่นของเครื่องยนต์สะท้อนมายังห้องโดยสารนิดหน่อย โดยเฉพาะตำแหน่งผู้ขับจะรู้สึกได้ชัดเจนที่สุด แต่ไม่ถึงกับรุนแรงแบบปิกอัพรุ่นเก่าๆ คือมันจะเป็นจังหวะนุ่มๆ สั่นแบบผู้ดีหน่อย
       

       ตรงนี้ ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่เทคนิคออดี้ว่าเป็นเรื่องของระบบแอร์ ที่การทำงานจะตัดเป็นบางจังหวะขณะจอดรถแล้วติดเครื่องไว้ ซึ่งมีผลต่อระบบไฟฟ้าที่ควบคุมแท่นรองเครื่องยนต์ จึงเกิดแรงสั่นมายังห้องโดยสารบ้างเป็นเวลาสั้นๆ แต่เมื่อรถออกตัวไปแล้ว หรือขับปกติอาการนี้จะไม่เกิดขึ้น
       
       การควบคุมผ่านพวงมาลัยแบบแร็กแอนพิเนียนทำงานได้อย่างตรงไปตรงมา ด้านระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระ 4-link พร้อมเหล็กกันโคลง หลังแบบ trapezoidal-link พร้อมเหล็กกันโคลง ที่พัฒนามาจากรุ่น A6 และ A8 และมีการปรับแต่งให้โช้คอัพหน้า-หลังให้ทำงานร่วมกับสปริงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
       
       ส่วนตัวแล้วผมว่าการเซ็ทช่วงล่างของ เอ4 ทีดีไอคันนี้ออกจะนุ่มๆไปนิด ยิ่งความเร็วสูงๆ หรือขึ้น-ลงสะพานจะออกโหวงๆไปบ้าง ส่วนการเค้าโค้งหนักๆมีอาการยวบยาบนิดหน่อย ซึ่งซี220 ซีดีไอให้ความรู้สึกหนึบแน่นกว่า
       
       รวบรัดตัดความ...การที่ เอ4 2.0 ทีดีไอ เป็นรถนำเข้าทั้งคัน ทำให้ออปชันบางอย่างถูกทอนลงไปบ้าง เพื่อทำราคาให้สู้กับคู่แข่งอย่าง ซี220 ซีดีไอ (ประกอบในประเทศ) ซึ่งราคา 2.95 ล้านบาทได้
       
       ส่วนช่วงล่างของ เอ4 2.0 ทีดีไอ ออกย้วยๆไปนิด รวมถึงแฮนด์ลิ่ง ที่คู่แข่งดูจะเฉียบคมกว่า แต่รถจากค่ายสี่ห่วงกลับทำคะแนนได้ดีกว่าตรงอัตราเร่ง ที่ให้การตอบสนองดีทุกย่านความเร็ว พร้อมการบริโภคน้ำมันอยู่ในระดับจิบๆเท่านั้น เนื่องจากจากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ และเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด จึงเชื่อว่างานนี้ปั๊มน้ำมันคงกินเงินคุณลำบากขึ้นแน่นอน

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ลองขี่ “ดูคาติ ไฮเปอร์โมตาร์ด” คู่ใจวัยฮอร์โมน(ชมคลิป)
กระหน่ำ“ซี-คลาส”ที่บุรีรัมย์
ลองขับ“เอลันตร้า ใหม่”ดุ คม สมหน้าตา
ลองขี่ “เวสป้า สปริ้นท์ 150” คลาสสิกหัวใจสปอร์ต
โมบิลิโอ ตอบโจทย์อเนกประสงค์จับต้องได้
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 13 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 12 คน
93 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
7 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟสบุ๊กได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014