หน้าแรกผู้จัดการ Online | ข่าว
ข่าว ลาว
เริ่มพิธีศพ “วังปาว” หลังสหรัฐฯ ไม่ให้ฝังสุสานวีรชน ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 กุมภาพันธ์ 2554 14:34 น.

ทหารผ่านศึกชาวลาวม้งยืนเรียงรายต่อหน้าภาพถ่ายของนายพลวังปาว ในพิธีศพที่เริ่มขึ้นวันพฤหัสบดี 3 ก.พ. ที่ศูนย์ประชุมแห่งหนึ่งในเมืองเฟรสโน ทางตอนกลางของรัฐแคลิฟอร์เนียฯ สมาคมทหารผ่านศึกลาวในสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา อนุญาตให้ฝังศพนายพลผู้โด่งดังนี้ในสุสานวีรชนแห่งชาติอาร์ลิงตัน แต่ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ พิธีศพจะดำเนินไปเป็นเวลา 6 วัน.-- AFP PHOTO/Mark Ralston.
       
ASTVผู้จัดการออนไลน์-- ถึงวันนี้ทางการสหรัฐฯ ยังไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ต่อการรณรงค์เรียกร้องของเหล่าทหารผ่านศึกชาวลาวม้ง ที่ขอให้ฝัง พล.ต.วังปาว อดีตผู้บัญชาการกองทัพลับๆ ของสหรัฐฯ ในช่วงสงครามเวียดนาม ไว้ในสุสานอาร์ลิงตัน (Arlington) ร่วมกับทหารคนอื่นๆ ที่สละชีพเพื่อป้องกันประเทศสหรัฐอเมริกา
       
       สมาชิกครอบครัวของนายพลผู้อื้อฉาวกับกับสมาคมทหารผ่านศึกลาวแห่งอเมริกา หรือ LVA (Lao Veterans of America) เริ่มทำพิธีศพในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาในเมืองเฟรสโน ทางตอนกลางของแคลิฟอร์เนีย อันเป็นศูนย์กลางของชาวลาวม้งกว่า 250,000 คนที่อาศัยทำกินในสหรัฐฯ
       
       นายวังยี หว่าง (Wangyee Vang) ที่เคยร่วมรบกับ พล.ต.วังปาว ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานสมาคมทหารผ่านศึกลาวในสหรัฐฯ กล่าวว่า นายพลผู้นี้ได้อุทิศตนอย่างยิ่งในการปกป้องสหรัฐฯ จึงสมควรที่จะได้รับเกียรติในวาระสุดท้ายของชีวิต คือฝังร่างไว้ในสุสานวีรชนแห่งชาติ
       
       พิธีศพกำลังจะดำเนินไปเป็นเวลา 6 วันที่ศูนย์การประชุมแห่งหนึ่งในเมืองเฟรสโน ซึ่งเชื่อว่าจะมีชาวม้งหลายพันคนไปร่วมพิธี ขณะที่ยังไม่มีคำตอบใดๆ จากทางการสหรัฐฯ ซึ่งดูเหมือนว่าตัดขัดในข้อกฎหมายหลายประการ รวมทั้งด้านนโยบายด้วย
       
       นายหว่างกล่าวในพิธีวางหรีดที่จัดขึ้นในวันอังคาร 1 ก.พ.ว่า มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จำนวน 23 คน สนับสนุนข้อเรียกร้องของ LVA เห็นสมควรอนุญาตให้ฝังนายพลวังปาวที่สุสานอาร์ลิงตัน
       
       "เนื่องจากนายพลวังปาวได้เข้ามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ทหารสหรัฐฯ จำนวนมากจึงรอดชีวิตและปลอดภัยจากปฏิบัติการกู้ภัยโดยกองทัพลับๆ ของสหรัฐ"
       
       นายหว่างหมายถึงกองทัพที่มีกำลังพลนับหมื่นคน ที่องค์การสืบราชการลับซีไอเอจัดตั้งขึ้นในลาวในช่วงทศวรรษที่ 1960-1970 โดยมีนายพลวังปาวแห่งกองทัพฝ่ายราชอาณาจักรลาวเป็นผู้บัญชาการ ในภารกิจต่อต้านและขัดขวางการรุกของฝ่ายคอมมิวนิสต์ในดินแดนลาว
       
       ในข้อเท็จจริงกองทัพของวังปาวไม่ได้ต่อสู้กับฝ่ายขบวนการปะเทดลาวเท่านั้น หากยังต่อสู้กับทหารเวียดนามนับหมื่นๆ ด้วย
       
       "นายพลวังปาวจะได้รับการจดจำตลอดไปสำหรับการปฏิบัติหน้าที่อันยอดเยี่ยมในการป้องกันอิสรภาพและประชาธิปไตยระหว่างสงครามเวียดนาม" นายหว่างกล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี
       
       
All Accompanying Photos by Mark Ralston, AFP.


       
2


       
3


       
4

       
       เกิดในแขวงเชียงขวาง ในครอบครัวชาวนายากจน นายพลวังปาวได้รับการฝึกจากกองทัพฝรั่งเศส เพื่อทำสงครามต่อต้านการรุกรานของกองทัพญี่ปุ่นในลาว ต่อมาเข้ารับราชการ จนกระทั่งกลายเป็นชาวม้งคนแรกของประเทศที่ได้รับพระราชทานยศชั้นเป็นนายพลตรีในกองทัพฝ่ายรัฐบาล
       
       ถึงแม้รัฐบาลลาวปัจจุบันจะกล่าวว่า นายพลวังปาวไม่ได้มีค่ามีความหมายใดๆ ต่อชาวลาวในประเทศ และยังมีประวัติการเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ พัวพันกับการค้ายาเสพติด และเป็นอาชญากร ชาวลาวเผ่าม้งรุ่นใหม่เกือบจะไม่มีผู้ใดรู้จักชื่อนี้แล้วก็ตาม แต่ก็ยากที่จะปฏิเสธว่า นายพลผู้นี้เป็นอีกตำนานหนึ่งในสงครามในดินแดนลาว
       
       ในการประชุมชำระประวัติศาสตร์ "บั้นรบกู้เกียรติแขวงเชียงขวาง” ปลายปีที่แล้วระหว่างลาวกับเวียดนาม พล.ท.สะหมาน วิยะเกด กรมการเมือง ผู้ชี้นำงานทฤษฎีและอุดมการณ์ พรรคประชาชนปฏิวัติลาวกล่าวว่า สมรภูมิรบแขวงเชียงขวางเป็นการสู้รบขนาดใหญ่ที่สุด 1 ใน 3 แห่งในช่วงสงครามในลาว
       
       ตามรายงานของสื่อทางการก่อนหน้านี้ จนถึงปัจจุบันมีการส่งมอบอัฐิกับสิ่งของเครื่องใช้ของทหารเวียดนามที่เสียชีวิตในการสู้รบ จากพื้นที่แขวงเชียงขวางกับแขวงเวียงจันทน์ที่อยู่ติดกันกลับประเทศแล้วเกือบ 5,000 คน ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันการสู้รบอันรุนแรงได้อย่างดี และการค้นหาก็ยังคงดำเนินต่อไป
       
       พล.ต.วังปาว ถึงแก่กรรมในวันที่ 6 ม.ค.หลังล้มป่วยมานานข้ามปี
       
       เมื่อรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรลาวที่สหรัฐฯ หนุนหลังถูกโค่นลงโดยฝ่ายขบวนการปะเทดลาวในปลายปี 2518 นายพลวังปาวได้เดินทางจากลาวไปยังสหรัฐฯ และ ได้รับการยกย่องจากชาวม้งฐานเป็นผู้นำในการเจรจาให้ชาวม้งนับแสนๆ คนได้เข้าไปตั้งถิ่นฐานในสหรัฐฯ จนกระสบความสำเร็จ
       
       ในช่วงปีหลังสงครามนายพลผู้นี้ถูกกล่าวหาว่า ยังคงเคลื่อนไหวเก็บรวบรวมเงินทุนจากชาวม้งเพื่อซื้ออาวุธและส่งไปสนับสนุนปฏิบัติการของกองโจรต่อต้านรัฐบาลในลาว แม้ว่าหลายปีมานี้ทางการลาวจะปฏิเสธว่า ไม่มีกองกำลังต่อต้านใดๆ เหลืออยู่อีกแล้วก็ตาม
       
       ในเดือน มิ.ย.2550 นายพลวังปาวถูกจับกุมในแคลิฟอร์เนีย พร้อมกับคนอื่นๆ อีก 8 คน หลังจากเจ้าหน้าที่เอฟบีไอแฝงตัวเข้าไปเจรจาเสนอขายอาวุธให้ในร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง ทางการส่งฟ้องศาลฐานปฏิบัติการพยายามโค่นล้มรัฐบาลลาว
       
       ต่อมาในปี 2552 อัยการศาลรัฐแคลิฟอร์เนียได้ถอนการฟ้องร้องนายพลวังปาว และ หลังจากนายพลผู้นี้ถึงแก่กรรม ศาลได้สั่งปล่อยผู้ต้องหาชาวม้งคนอื่นๆ อีกรวมทั้งหมด 11 คน หลังจากพบว่าฝ่ายอัยการมีหลักฐานไม่เพียงพอ.
       
       
สหายร่วมรบ


       
5


       
6


ข่าวล่าสุด ในหมวด
สภายุโรปเลือกลาวเป็นปลายทางท่องเที่ยวอันดับ 1 ปี 2556
ลาวยืดอกแถลง เวียงจันทน์เหลือคนจนไม่ถึง 100 ครัวเรือน
ไข้เลือดออกระบาดหนักในลาว หามส่งโรงหมอกว่า 400 คน
เวียดนามขึ้นแท่นเบอร์ 1 ให้ทุนนักศึกษาลาวมากที่สุด
เครื่องบินตกในภาคเหนือลาว เคราะห์ดีไม่มีผู้เสียชีวิต
5 อันดับข่าวยอดนิยมของหมวด
ชมคลิป/ภาพชุดจุใจ.. หุ่นบินพิฆาต X-47B ขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบิน
มังกรเวียดคึกคักรับข่าว เจ้าแม่ AV “มิยาบิ” เยือน
ภาพชุดเต็มตาหุ่นพิฆาต X-47B .. วันก่อนบินขึ้น วันนี้บินลง
เรือหลวงนราธิวาสแวะเยือนอวดธงในนครโฮจิมินห์
เครื่องบินวิ่งหลุดรันเวย์ในพม่า มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แบ่งปันให้เพื่อน
จำนวนคนอ่าน 12034 คน จำนวนคนโหวต 22 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 13 คน
60 %
ไม่เห็นด้วย 9 คน
40 %
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2013