หน้าแรกผู้จัดการ Online | ข่าว
ข่าว เวียดนาม

เปิดอนุสรณ์สถาน “พระเผาตัวตาย” ในโฮจิมินห์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 กันยายน 2553 23:11 น.
เปิดอนุสรณ์สถาน “พระเผาตัวตาย” ในโฮจิมินห์

ภาพที่ตีพิมพ์โดยนิตยสาร LIFE ในอดีตช็อกคนทั้งโลก วีรกรรมที่ท่านสาธุคุณถิกกวางยวึก (Thich Quang Duc) ก่อในวันที่ 11 มิ.ย.2506 ช่วยสุมไฟความเคียดแค้นชิงชังที่ชาวเวียดนามมีต่อระบอบไซ่ง่อน ซึ่งตกอยู่ภายใต้การครอบงำของสหรัฐฯ ขณะที่สงครามเวียดนามเริ่มทวีความรุนแรงและดำเนินต่อมาอีก 12 ปี
       
ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- มีหลายเหตุการณ์ในช่วงสงครามเวียดนาม ที่ติดอยู่ในความทรงจำของผู้คนทั่วโลก
       
       นอกจากภาพนายตำรวจไซ่ง่อน ใช้อาวุธปืนพกจ่อยิงศีรษะผู้ต้องสงสัยเป็นเวียดกงกลางถนน ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมา หรือภาพเด็กหญิงเปลือยกายวิ่งหนีการทิ้งระเบิดนาปาล์มของสหรัฐฯ อย่างตกใจสุดขีด เหตุการณ์ที่พระสงฆ์รูปหนึ่งเผาประท้วง จนถึงแก่มรณภาพกลางสี่แยก ในย่านใจกลางเมือง ก็เป็นอีกภาพหนึ่งที่ยากแก่การลืมเลือน
       
       ทางการโฮจิมินห์จัดพิธีเปิดป้ายในวันเสาร์ (18 ก.ย.) ที่ผ่านมา อนุสรณ์สถานสำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับที่เกิดเหตุเมื่อ 46 ปีก่อน ในเขตอำเภอที่ 3
       
       นายเลแท็งหาย (Le Thanh Hai) เลขาธิการพรรคสาขาโฮจิมินห์ กับ นายเลห่งม์กวาน (Le Hong Quan) ประธานคณะกรรมการปกครองนครเข้าร่วมพิธี พร้อมด้วยญาติโยมอุบาสกอุบาสิกา และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก หนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋ (Tuoi Tre) กล่าว
       
       การก่อสร้างอนุสรณ์สถานความสูง 6 เมตร กว้าง 4 เมตร เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2550 ใช้ทุนไปกว่า 23,000 ล้านด่ง (เกือบ 118,000 ดอลลาร์) สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญดังกล่าว
       
       ท่านสาธุคุณถิกกวางยวึก (Thich Quang Duc) ซึ่งมีชื่อจริงว่าเลิมวันตึ๊ก (Lam Van Tuc) เกิดปี พ.ศ.2440 เป็นชาว จ.แค๊งฮวา (Khanh Hoa) ในภาคกลางตอนล่าง บวชเป็นสามเณรเมื่ออายุ 15 ปี เมื่ออายุครบ 20 ปี ได้บวชเป็นพระสงฆ์ ในปี 2506 ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการพิธีการสงฆ์แห่งเวียดนาม
       
       ในวันที่ 11 มิ.ย.2506 ท่านสาธุคุณกวางยวึก ได้ไปนั่งประท้วงที่สี่แยกถนนฟานดี่งฟุง (Phan Dinh Phung) ตัดกับถนนเลวันดเวียต (Le Van Duyet) ซึ่งปัจจุบัน เป็นสี่แยกถนนเหวียนดี่งเจียว (Nguyen Dinh Trieu) ตัดกับถนนกั๊กมางถังเติม (Cach Mang Thang Tam) แสดงความไม่พอใจต่อการระบอบไซง่อนภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐฯ ที่กดขี่ปราบปรามพระสงฆ์
       
       และโดยที่ไม่มีฝ่ายใดคาดคิด ท่านสาธุคุณกวางยวึกใช้น้ำมันเบนซินที่เตรียมไปด้วยในแกลลอน เทราดทั่วทั้งตัวก่อนจุดไฟเผา จนถึงแก่มรณภาพที่สี่แยกแห่งนั้น
       
       เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหมือนการสุมไฟความเคียดแค้นชิงชังที่ชาวเวียดนามมีต่อระบอบโงดี่งเดียม (Ngo Dinh Diem) ที่ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของสหรัฐฯ และนำไปสู่การรัฐประหารช่วงชิงอำนาจกันอีกหลายครั้ง
       
       อย่างไรก็ตาม สงครามในเวียดนามดำเนินต่อมาอีกเกือบ 12 ปี ฝ่ายคอมมิวนิสต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากเวียดนามเหนือจึงสามารถยึดกรุงไซ่ง่อนได้
       
       ในปี 2519 หรือ อีก 1 ปีต่อมา เวียดนามเหนือ (สาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม) กับ เวียดนามใต้ (สาธารณรัฐเวียดนาม) ได้ถูกรวมเข้าด้วยกัน กลายเป็นประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มาจนกระทั่งบัดนี้.

เปิดอนุสรณ์สถาน “พระเผาตัวตาย” ในโฮจิมินห์

ภาพจากหนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋ (Tuoi Tre) ทางการนครโฮจิมินห์เปิดอนุสรณ์สถานของท่านสาธุคุณถิกกวางยวึก ในวันเสาร์ (18 ก.ย.) ที่ผ่านมา หลังเหตุการณ์ผ่านไป 46 ปี
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ช่วง 8 เดือนของปีนี้เวียดนามส่งออกข้าวกว่า 4.4 ล้านตัน
เวียดนามตัดสินประหารชาวปินส์ลอบขนโคเคนเข้าประเทศ
ไอซ์บั๊กเก็ตฯ อย่างเดียวเดี๋ยวนี้คนไม่ดู.. ต้องถอดด้วย
สังคมให้อภัยเทพีเวียดนามค้ากามฉาวออกงานการกุศล สวยพริ้งยิ่งกว่าเดิม
อาก้ารุ่นใหม่ ถึก ทน เนี้ยบหัวจดท้าย ยิงหูดับตับไหม้เหมือนเดิม
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 18 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 14 คน
78 %
ไม่เห็นด้วย 4 คน
22 %
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014