หน้าแรกผู้จัดการ Online | สกู๊ปพิเศษ
 

“ธีระพล แสนสุข” พระเอกตัวจริงของพุ่มพวง?

ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 กรกฎาคม 2554 15:44 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“ธีระพล แสนสุข” พระเอกตัวจริงของพุ่มพวง?
พุ่มพวง ดวงจันทร์

“ธีระพล แสนสุข” พระเอกตัวจริงของพุ่มพวง?
พุ่มพวง ดวงจันทร์

“ธีระพล แสนสุข” พระเอกตัวจริงของพุ่มพวง?
“ป๋อ” ณัฐวุฒิ สกิดใจ บท “ธีรพล แสนสุข” มือแซกโซโฟน ผู้ปลุกปั้น “พุ่มพวง” ตัวจริง

“ธีระพล แสนสุข” พระเอกตัวจริงของพุ่มพวง?
“เปา” เปาวลี พรพิมล บท “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ราชินีลูกทุ่ง

“ธีระพล แสนสุข” พระเอกตัวจริงของพุ่มพวง?
จากภาพยนตร์ “พุ่มพวง”

“ธีระพล แสนสุข” พระเอกตัวจริงของพุ่มพวง?
จากภาพยนตร์ “พุ่มพวง”

“ธีระพล แสนสุข” พระเอกตัวจริงของพุ่มพวง?
ลูกสาวธีระพลมอบฉันทะให้ทนายความดำเนินการ

“ธีระพล แสนสุข” พระเอกตัวจริงของพุ่มพวง?
“โอ่ง” อรพิน จิตรหาญ หรือ “สลักจิต ดวงจันทร์”

“ธีระพล แสนสุข” พระเอกตัวจริงของพุ่มพวง?
หนัง “พุ่มพวง” ดัดแปลงจาก “ดวงจันทร์ที่จากไป” ของบินหลา สันกาลาคีรี

ภาพของ “ป๋อ” ณัฐวุฒิ สกิดใจ ที่ยืนเป่าแซกโซโฟนบนใบปิดภาพยนตร์ “พุ่มพวง” คือบทบาทของ “ธีระพล แสนสุข” พระเอกตัวจริง ผู้ปลุกปั้นและสร้าง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” จนมีชื่อเสียง ทั้งคู่แยกทางกันเมื่อนักร้องสาวโด่งดังสุดขีด โดย “แม่เล็ก จิตรหาญ” ยก “อรพิน จิตรหาญ” หรือที่รู้จักกันในนาม “สลักจิต ดวงจันทร์” ให้เพื่อแลกกับอิสรภาพของพุ่มพวง ดวงจันทร์ที่มีรักใหม่กับ “ปุ้ม” ไกรสร แสงอนันต์
       
       

       เพลง “กระแซะเข้ามาซิ - อื้อฮือหล่อจัง” จาก “พุ่มพวง อิน คอนเสิร์ต” ที่ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี (วันเสาร์ที่ 18 มกราคม 2529) ลิขสิทธิ์ AZONA และ B&BM (Big and Best Marketing)
       
        เค้าโครงของหนัง “พุ่มพวง” เรื่องนี้ ดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ชื่อ “ดวงจันทร์ที่จากไป” ของ บินหลา สันกาลาคีรี (วุฒิชาติ ชุ่มสนิท) ที่เคยตีพิมพ์เป็นตอนๆ ลงใน “มติชนสุดสัปดาห์” เมื่อเดือนมิถุนายน 2535 นวนิยายกึ่งชีวประวัติเล่มนี้ นอกจากมีการรวบรวมข้อมูลข่าวสาร บทสัมภาษณ์ของพุ่มพวง ดวงจันทร์ในนิตยสารต่างๆ และยังได้สัมภาษณ์บุคคลที่แวดล้อมพุ่มพวง ดวงจันทร์เข้ามาประกอบด้วย
       
        เช่น ไกรสร แสงอนันต์, มนต์ เมืองเหนือ, ณรงค์ รอดเจริญ (นิตยสารราชาเสียงทอง), ไวพจน์ เพชรสุพรรณ, เล็ก จิตรหาญ, อำนาจ จิตรหาญ, สลักจิต ดวงจันทร์, ไพจิตร ศุภวารี, มานิตย์ อังกินันท์, อนันต์ นนทชัย, ทรนง ศรีเชื้อ, ทัศนีย์ นพวิชัย , แดง ดรัมเมอร์ ฯลฯ ภายใต้โครงเรื่องจริงที่ถูกแต่งแต้มสีสันสร้างจินตนาการนี้ ทำให้ “บางชีวิต” ถูกพลิก “บทบาท” ในรื่อง “ดี - ชั่ว” ไปบ้าง
       
        เพราะฉะนั้น อย่าไปทึกทักว่าเป็นเรื่องจริงเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ และการสร้างหนังพุ่มพวงเรื่องนี้ ก็ต้องเติม “รายละเอียด” ลงไปอีกมากพอสมควร เพราะ “ดวงจันทร์ที่จากไป” เลือกที่จะเดินเรื่องด้วยโครงในแต่ละบทเพื่อให้เห็นภาพรวมของชีวิต “พุ่มพวง ดวงจันทร์” เท่านั้น
       
        วันนี้… เรายังไม่ทราบว่า สุนีย์ (ตุ๊กตา) อยู่คะเชนทร์ ที่อ้างตัวว่าเป็น “ลูกสาว” วัย 40 ของธีระพล แสนสุขคนนี้เกิดกับภรรยาชื่อเรียงเสียงใดและสถานะความสัมพันธ์เป็นอย่างไร!? หากนับย้อนจากอายุดังกล่าว เธอน่าจะเกิดเมื่อประมาณปี 2514 ขณะที่พุ่มพวงเข้ามาอยู่วงไวพจน์ เพชรสุพรรณ เมื่อปี 2518 นั่นหมายความว่า ถ้าเป็นลูกสาวของธีระพล แสนสุขตามกล่าวอ้าง ย่อมเกิดจากผู้เป็นเมียก่อนพุ่มพวง ดวงจันทร์ และการที่จู่ๆ ก็โผล่มา โดยให้ทนายความจากเมืองศรีสะเกษชื่อ โชคทิวกร แก้วเนียม เป็นผู้ยื่นจดหมายร้องความเป็นธรรมกับ “สหมงคลฟิล์ม” อาจจะเป็นการร้องขอความเป็นธรรมจริง หรือเพื่อโปรโมตหนัง “พุ่มพวง” ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น เพราะอย่าลืมว่า ณ ปีนี้กระแส “พุ่มพวง ดวงจันทร์” นิ่งสนิท ไม่มี “ศึกสายเลือด” ให้ชมกันอย่างเมื่อปี 2552
        ...
        พื้นเพ “ธีระพล แสนสุข”
        ธีระพล แสนสุข ซึ่งเป็นนามปากกาของ สนิท อยู่คเชนทร์ หรือ นิด อยู่คเชนทร์ หรือ ธีระพล อยู่คเชนทร์ เกิดเมื่อปี 2495 เป็นชาวนารับจ้างอยู่ที่ อ. องครักษ์ จังหวัดนครนายก เดินทางเข้ามาเป็นแรงงานรับจ้างในกรุงเทพฯ ไอ้หนุ่มลูกทุ่งคนนี้เป็นคนชอบเพลงเป็นชีวิตจิตใจ และหวังจะใช้การประกวดร้องเพลงเพื่อไต่เต้ายกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเองให้ดีขึ้น ซึ่งนักร้องลูกทุ่งหลายๆ คนในเมืองไทยนิยมทำกัน วันหนึ่งเขาไปประกวดร้องเพลงและได้มีโอกาสเข้ามาอยู่ในวงดนตรี ศรีนวล สมบัติเจริญ (หลังสุรพลเสียชีวิตแล้ว)
       
        ระหว่างที่อยู่ในวงนี้ ทำให้เขารู้จักกับเพื่อนๆ ในวงหลายคน เช่น รุ่ง โพธาราม และชาตรี ศรีชล รวมถึงมนต์ เมืองเหนือ การทำงานอยู่ในวงดนตรีนี้เอง เขาเริ่มเรียนรู้ในเรื่องการแต่งเพลงและหัดเป่าแซกโซโฟน จนได้มาเป็นมือเป่าแซกโซโฟนให้แก่วงไวพจน์ เพชรสุพรรณในเวลาต่อมา ที่วงดนตรีไวพจน์ เพชรสุพรรรณ นี่แหละที่ทำให้ ธีระพล แสนสุข กับ รำพึง จิตรหาญ หรือ น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ (พุ่มพวง ดวงจันทร์) ได้มาเจอกัน
       
        ปี 2518 ฝ่ายหญิงอายุเพียง 15 ปี ส่วนฝ่ายชายอายุ 23 ปี ทั้งคู่ได้เสียกัน และเป็นเหตุให้ไวพจน์ เพชรสุพรรณต้องไล่คนทั้งคู่ออกจากวง
       
        “ผึ้งรู้มั้ย ตอนที่ผึ้งบอกกับหัวหน้าว่าจะมากับพี่ พี่รู้สึกยังไง ตอนแรกพี่แทบจะตะโกนลั่นด้วยความดีใจ แต่เพียงเดี๋ยวเดียวพี่ก็กลัว พี่กลัวมากว่าจะเลี้ยงให้ผึ้งมีอย่างที่ผึ้งอยู่กับหัวหน้าไม่ได้ พี่กลัวว่าลำพังแค่นักดนตรีตัวเล็กๆคนเดียวอย่างพี่จะไม่มีแรงพอที่จะดันให้ผึ้งดังได้ตามที่ผึ้งฝัน แต่พี่รู้อย่างหนึ่งว่าทั้งสองแขนสองขาของผัวคนนี้จะทำทุกอย่างเพื่อเมียรักคนเดียว” นี่คือบทสนทนาที่ “บินหลา สันกาลาคีรี” บรรยายไว้ในตอนหนึ่งของ “ดวงจันทร์ที่จากไป”
       
        ธีระพล แสนสุขเริ่มต้นด้วยการพาน้ำผึ้ง เมืองสุพรรณถือพานพุ่มไปหา “มนต์ เมืองเหนือ” ในวันขึ้น 15 ค่ำ มนต์ เมืองเหนือตั้งชื่อให้เธอใหม่เป็น “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ธีระพล แสนสุขกับพุ่มพวง ดวงจันทร์อยู่ร่วมกันเป็น 10 ปี เขาต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อให้ฝันของพุ่มพวง ดวงจันทร์ได้สมปรารถนาตามที่เธอหวังไว้ แม้แต่การเป็น “ผัว” ก็ไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องหลบๆซ่อนๆ เพราะกลัวว่าแฟนเพลงจะเสื่อมศรัทธาในตัวนักร้องสาว
       
        เขาเคยบอกกับเธอว่า “คนที่จะอยู่ได้มันต้องครบเครื่อง เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องลูกล่อลูกชนด้วย เพื่อนเยอะ มีทั้งคนรักและคนเกรงใจ”
        ...
       สุภาพบุรุษตัวจริง
        พุ่มพวง ดวงจันทร์หลังออกจากวงไวพจน์ เพชรสุพรรณ เริ่มชีวิตการเป็นนักร้องในวงขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด และรุ่ง โพธาราม โดยการสนับสนุนของมนต์ เมืองเหนือ และนักจัดรายการจากเมืองพิษณุโลก “คารม คมคาย” ในยุคเริ่มต้น พุ่มพวง ดวงจันทร์ เป็นเพียง “ไม้ประดับ” ของวง และบางเพลงที่ร้องในยุคแรกนั้น มีเพลงร้องแก้กับเพลงดังของนักร้องฝ่ายชาย เช่น “แก้วรอพี่” แก้ “แก้วจ๋า” , “รักไม่อันตราย” ร้องแก้ “รักอันตราย” เป็นต้น
       
        วงดนตรีลูกทุ่งในยุคแรกๆ นั้นมีลูกวงเพียง 20 คน ตระเวนเล่นในพื้นที่แถบ สุโขทัย, กำแพงเพชร, พิษณุโลกและตาก ซึ่งคารม คมคายดูแลอยู่ ต่อมาเลิกทำวงเพราะขาดทุน แม่เล็ก จิตรหาญ ให้เงินมา 4 พันบาทเพื่อเป็นทุนให้ลูกสาวและลูกเขยมาตั้งวงดนตรี “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ค่าเช่าวงในช่วงแรกๆเริ่มต้นที่คืนละ 2 พันบาทและขยับมาเป็น 6 พันบาทในยุคที่พุ่มพวงเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นบ้างแล้ว วงดนตรี “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ถือเป็นวงสุดท้ายก่อนยุคที่ธุรกิจดนตรีลูกทุ่งจะเริ่มปรับโฉมและจัดการบริหารใหม่ ด้วยทีมจัดการต่างๆ และต้องใช้ทุนก้อนใหญ่
       
        ปี 2521 พุ่มพวง ดวงจันทร์ได้รับรางวัลพระราชทานรางวัลนักร้องดีเด่น “เสาอากาศทองคำ” ในเพลง “อกสาวเหนือสะอื้น” ซึ่งเพลงนี้ประพันธ์คำร้องโดย ธีระพล แสนสุข
       
        ธีระพลพาเมียไปพบกับประจวบ จำปาทอง เพื่อทำสัญญาเป็นนักร้องในสังกัด “บริษัทเทปเสกสรรค์ จำกัด” พุ่มพวง ดวงจันทร์ถูกวางให้เป็นนักร้องคู่ขวัญกับเสรี รุ่งสว่าง เรียกว่า “คู่ชีวี” , ส่วนอีก 2 คู่คือ สุชิน สินส่งเสริมกับคัมภีร์ แสงทอง เป็น “คู่ทรัพย์สิน” และชัชฎา ชินรัตน์กับพรชัย พรหมบัญชา เป็น “คู่เสน่หา”
       
        เมื่อบริษัทเสกสรรถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 11 ล้านบาท นักร้องจึงแยกย้ายกันไป พุ่มพวง ดวงจันทร์จึงหันมาเดินสายเอง โดยมีธีระพล แสนสุขเป็นผู้ดำเนินการทางธุรกิจวงดนตรีให้ วงดนตรีพุ่มพวง ดวงจันทร์นี้ดำเนินไปในแนวเดียวกับกลุ่มธุรกิจดนตรีลูกทุ่งแห่งซอยบุปผาสวรรค์ เช่น กลุ่มเปี๊ยก บ้านโป่ง , กลุ่มเสน่ห์ เมืองสิงห์, กลุ่มสรรเสริญ รุ่งเสรีชัย, กลุ่มมุนี-มานิตย์ อังกินันท์ ฯลฯ ในยุคนั้น
       
        “พุ่มพวง ดวงจันทร์” มาโด่งดังสุดขีดด้วยเพลงลูกทุ่งสมัยใหม่ หรือที่เรียกว่า “ลูกทุ่งสตริง” เมื่อปี 2525 ในสูตร “พุ่มพวง-ลพ-ประยงค์หรือเอนก” คือ พุ่มพวงร้อง - ลพ บุรีรัตน์ แต่งเพลง และ เอนก รุ่งเรือง , ประยงค์ ชื่นเย็น เรียบเรียงเสียงประสาน ภายใต้การเซ็นสัญญารับจ้างร้องเพลง ให้แก่บริษัท อโซน่า โปรโมชั่นของปิติ บุญสูง โดยทางบริษัทให้อัตราค่าจ้างร้องเพลงละ 3-4 พันบาท เพลงเหล่านี้คุ้นหูจนมาถึงวันนี้ เช่น สาวนาสั่งแฟน, กระแซะเข้ามาซิ, อื้อฮือหล่อจัง, นัดพบหน้าอำเภอ เป็นต้น
       
        ภายใต้บทเพลงที่โด่งดังนี้เอง ส่งผลให้ธีระพล แสนสุขและพุ่มพวง ดวงจันทร์ กลับมาทำวงดนตรีเมื่อประมาณเดือนกันยายน 2526 ตระเวนเดินสายเปิดการแสดงทั่วประเทศ เป็นวงขนาดใหญ่ มีลูกวงมากถึง 200 คน มีค่าใช้จ่ายตกคืนละ 5 หมื่นบาท การรับงานในแต่ละคืนราคาอยู่ที่ 8 หมื่น - 1 แสนบาท (โดยประมาณ) ส่งผลให้พุ่มพวง ดวงจันทร์ สามารถผ่อนเครื่องดนตรีที่เช่าซื้อหมดภายในเวลาเพียงหนึ่งปีเท่านั้น
       
        พุ่มพวง ดวงจันทร์พบรักใหม่กับพระเอกหนุ่ม “ปุ้ม” ไกรสร แสงอนันต์ โดยทั้งคู่ รู้จักกันและร่วมแสดงหนังด้วยกันมาตั้งแต่ ปี 2527 เรื่อง “มนต์รักนักเพลง” ซึ่งกำกับการแสดงโดย รังสี ทัศนพยัคฆ์ และ ปี 2529 เป็นปีที่ความรักระหว่างธีระพล แสนสุขกับพุ่มพวง ดวงจันทร์มีปัญหากันมาก
       
        ในช่วงจังหวะนี้เองที่ชีวิตครอบครัวของธีระพล แสนสุขได้ผันแปรจาก “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ไปอยู่กินกับ “โอ่ง” อรพิน จิตรหาญ หรือ ที่เรารู้จักกันในนาม “สลักจิต ดวงจันทร์” ซึ่งเป็นน้องคนที่ 10 ในจำนวนพี่น้อง 12 คนของพุ่มพวง ดวงจันทร์ ตามสีสันและเรื่องที่คนส่วนใหญ่เข้าใจคือ โอ่งแย่งสามีของพี่สาว !? หรือ ธีระพลเจ้าชู้เข้าหาน้องเมีย
       
        ความจริง เรื่อง “เจ้าชู้” ของคนในวงการเพลงลูกทุ่งย่อมมีมากบ้าง น้อยบ้างเป็นธรรมดา
       
        แต่ในกรณีของธีระพล แสนสุขที่ร่วมอยู่กินกันมาตั้งแต่พุ่มพวง ดวงจันทร์ยังไม่ได้นับหนึ่งในวงการ และหนุนดันช่วยจนพุ่มพวง ดวงจันทร์มีชื่อเสียง เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เขาคือ “พระเอกตัวจริง”ในชีวิตของราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ และเป็นคนที่หาได้ยาก แม้ “พระเอก” ในโลกภาพยนตร์ก็ทำได้ไม่ถึง ! ชะตากรรมกำหนดให้ “ทั้งคู่” ต้องแยกทางกันในวันที่พุ่มพวง ดวงจันทร์โด่งดังสุดขีดในระดับ “ราชินีเพลงลูกทุ่ง” ของเมืองไทย
       
        แม่เล็กเห็นว่า ลูกเขยคนนี้เป็นคนเก่ง ดูแล “พุ่มพวง” มาเป็นอย่างดี จึงตัดสินใจยก “โอ่ง” สลักจิต ดวงจันทร์ให้มาแทนตำแหน่งพี่สาว เพื่อแลกเปลี่ยนกับอิสระของพุ่มพวง เพื่อให้ลูกสาวได้สมหวังกับคนรักใหม่อย่าง ไกรสร แสงอนันต์ (ลีละเมฆินทร์) อย่างน้อยๆ “เรือล่มในหนอง” ก็ยังดีเสียกว่าไปล่มที่ห้วย หนอง คลองอื่น กับใครก็ไม่รู้ !!
       
        พุ่มพวงได้ยก “วงดนตรีพุ่มพวง ดวงจันทร์” ให้แก่น้องสาว และให้ธีระพล แสนสุขเป็นผู้ดูแลวงดนตรีต่อไป ส่วนพุ่มพวงหันมา “รับจ้างร้องเพลง” ในวงเพียงอย่างเดียว โดยมีไกรสร แสงอนันต์เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวของพุ่มพวง ดวงจันทร์
       
        แต่สุดท้ายเรื่องก็จบลงตรงที่ธีระพล แสนสุขถูก “น้องชาย” พุ่มพวงยิงตายภายในบ้านเมื่อปี 2530 เรื่องนี้ผ่านมา 24 ปีแล้ว บางเรื่องขอ “สงวน” ไว้ไม่อยากกล่าวถึง เพราะเกี่ยวพัน พาดพิงกับผู้ยังมีชีวิตอยู่
       
        “ธีระพล แสนสุข คนนี้เป็นทั้งพี่ เพื่อนเสมอมา แม้ช่วงชีวิตที่ครองเรือนร่วมกันจะไม่ได้ยาวนานดังเคยฝัน แต่เขาก็ยังดำรงตนเป็นเพื่อนร่วมงานผลักดันให้วงดนตรีพุ่มพวงเดินหน้าไม่หยุดยั้ง หากว่าความตายเกิดจากสิ้นสุดวัยตามอายุขัย ความอาดูรคงไม่มากมายเช่นการพลัดพรากด้วยเหตุวิวาททะเลาะของอีกฝ่ายเช่นนี้ และหากว่าคู่กรณีเป็นคนที่บังเอิญชะตาลิขิตให้มาเจอเพื่อฆ่ากันโดยเฉพาะ ดวงใจคงไม่ปวดร้าวดังที่ความจริงฟ้องว่า ผู้ที่ฆ่าเขาคือ น้องชายแท้ๆ ของเธอเอง น้องชายที่มีกินและมีใช้เพราะคนชื่อธีระพลเป็นคนหนึ่งที่เอาหยาดเหงื่อแลกมาให้” นี่คือความที่บินหลา สันกาลาคีรีเขียนไว้ในนวนิยายกึ่งชีวประวัติเรื่อง “ดวงจันทร์ที่จากไป” บทที่ 33 “ดวงตาคู่นั้น”
        ...
        หนังไม่เล่าเรื่อง “ครอบครัวใหม่”
        แม้ว่า นวนิยายกึ่งชีวประวัติ “ดวงจันทร์ที่จากไป” จะจบลงเมื่อพุ่มพวง ดวงจันทร์ตัดสินใจยุบวงและบินไปเที่ยวอเมริกากับไกรสร แสงอนันต์ แต่การทำหนังเรื่อง “พุ่มพวง” ในครั้งนี้ ตัดสินใจจบตรงที่ “พุ่มพวง ดวงจันทร์ อิน คอนเสิร์ต” ณ ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี เมื่อวันเสาร์ที่ 18 มกราคม 2529
       
        คอนเสิร์ตในครั้งนั้น จัดโดย สมาคมภริยาแพทย์แห่งประเทศไทย เพื่อหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลและส่วนหนึ่งเพื่อดำเนินกิจการของสมาคม โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระราชาทินัดดามาตุและพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาเป็นประธานในการทอดพระเนตรการแสดงในครั้งนั้น
       
        บัณฑิต ทองดี ผู้กำกับภาพยนตร์ “พุ่มพวง” ได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร “Bioscope” ฉบับเดือนกรกฎาคม 2554 ถึงการเลือกช่วงชีวิตในการทำหนังเรื่องนี้ว่า
       
        “จากชีวิตวัยเด็กมาเป็นวัยรุ่น ตั้งแต่ที่พ่อเอามาฝากอยู่ 2-3 รอบ ไม่เรียนหนังสือมาร้องเพลงอยู่หน้าบ้านครูไวพจน์ จนได้เข้าวงในที่สุด แต่ผมว่ามันอาจเป็นแค่หนังเด็กเรื่องหนึ่งเลยเพิ่มชีวิตในช่วงที่สองคือ ช่วงที่เจอสามีคนแรก แล้วเขาผลักดันให้พุ่มพวงเข้าสู่วงการ จนได้เป็นราชินีลูกทุ่ง มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากเลย แต่เราไม่เล่าชีวิตตอนมีครอบครัวใหม่ เน้นสร้างแรงบันดาลใจมากกว่าว่าเขาต้องผ่านอุปสรรคอะไรมาบ้าง ไม่ได้ให้ดูหนังและจบด้วยน้ำตา”
       
        และเหตุผลที่ไม่เลือกชีวิตในช่วงที่ 3 กับครอบครัวใหม่ - “ปุ้ม” ไกรสร แสงอนันต์ (ลีละเมฆินทร์) เพราะกลัวเจอกับผลกระทบกับคนที่ยังมีชีวิตอยู่
       
        “กระทบเยอะแน่ๆ หนักแน่ๆ ทุกช่วงชีวิตของพี่ผึ้งเข้มข้นมาก ไม่น่าเชื่อว่า คนคนหนึ่งจะโดนอะไรโหดร้ายแบบนี้”
       
        การที่หนังเรื่อง “พุ่มพวง” ได้นำเสนอชีวิตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ “ธีระพล แสนสุขและพุ่มพวง ดวงจันทร์” ส่งผลให้ “ป๋อ” ณัฐวุฒิ สกิดใจเป็นพระเอกของเรื่อง แม้ว่าในชีวิตจริงของพุ่มพวง ดวงจันทร์จะเริ่มนับถอยหลังและยังดำเนินต่อไปสู่ชีวิต โดยก้าวไปสู่ชีวิตในช่วงที่ 3 เพื่อมาสร้างครอบครัวใหม่กับ “ปุ้ม” ไกรสร แสงอนันต์ (ลีละเมฆินทร์)
       
        ภาพที่โลดแล่นบนแผ่นฟิล์มภายใต้บทบาทของการแสดงของ “ป๋อ” ณัฐวุฒิ สกิดใจ ทำให้อดคิดถึงสุภาพบุรุษที่ชื่อ “ธีระพล แสนสุข” คนนี้ไม่ได้ เขาคนนี้แหละที่เป็นผู้ผลักดันให้ชีวิตของพุ่มพวง ดวงจันทร์ เป็น “ราชินีลูกทุ่ง” ตัวจริงหาใช่คนอื่นไม่ !!
        ...
        หมายเหตุ เนื่องจากภาพ “ธีระพล แสนสุข” เป็นรูปที่หายากมาก ผู้อ่านท่านใดต้องการเอื้อเฟื้อภาพเพื่อให้งานชิ้นนี้สมบูรณ์ขึ้น ช่วยฝากลิงค์ไฟล์ภาพไว้ด้วย

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เจ้าหนู “โจนาธาน ลิปนิกสกี - Jerry Maguire” ยอมรับหนีอดีตไม่พ้น
"รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน" ละครตลกสำหรับคนที่รู้จักญี่ปุ่น?
คนบันเทิงดีกรีนักเรียน "ฮาร์วาร์ด"
สายใยแห่งความผูกพัน "จา - พันนา" หรือจะเป็นเพราะความกตัญญู?
ย้อนรอยเส้นทางรัก "ทาทา ยัง" ก่อนซบอกหนุ่ม "หมอ" (อีกครั้ง)
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 99 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 98 คน
99 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
1 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014