หน้าแรกผู้จัดการ Online | เมืองไทยรายสัปดาห์
 

สนธิยกกลอนสอนเมียที่ดีต้องมี 5 หน้าที่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 ธันวาคม 2547 07:27 น.
       สนธิ ยกคำกลอนสอนภรรยาที่ดีมีห้าหน้าที่ ไม่จำเป็นต้องเป็นโสเภณีที่ดีอย่างเดียว นอกจากนี้ให้จับตาประชุมอาเซียน 4 ประเทศรวมตัวกัน ทั้งพม่า ลาว เขมร เวียดนาม หวังไม่ให้ประเทศนายหน้าสหรัฐเข้าไปแทรกแซง
       
       สโรชา – สวัสดีค่ะ คุณผู้ชม พบกับรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ อาหารสมองก่อนเข้านอนนะคะ พบกับคุณสนธิ ลิ้มทองกุล และดิฉัน สโรชา พรอุดมศักดิ์ วันนี้มีหลายเรื่องทีเดียวนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวการประชุมระหว่างประเทศสมาชิกใหม่ของอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นลาว กัมพูชา เขมร หรือแม้กระทั่งพม่า ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและก็มีนัยต่อการเมืองระหว่างประเทศ รวมไปถึงจุดยืนของประเทศไทยในฐานะสมาชิกอาเซียนด้วย วันนี้คงต้องคุยกันเรื่องนี้ และอีกเรื่องหนึ่งที่พลาดไม่ได้เลย เป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ สำหรับคำพูดของคุณพี่แดง ส.ว. ระเบียบรัตน์
       
        สนธิ – เจ้าเก่า
       
       สโรชา – ประโยคเด็ดที่หยิบยกมาพูดคุยมากที่สุดคงจะเป็นภรรยาที่ดีต้องเป็นโสเภณีของสามี อันนี้ฮือฮากันไปทั่วเลยค่ะ แต่ก็ยุติธรรมนิดนึงนะคะ เป็นธรรมหน่อย ท่านส.ว. ท่านบอกว่า ท่านพูด ท่านไปสัมมนาและพูดทั้งหมดชั่วโมงครึ่ง ถ้าเกิดฟังทั้งชั่วโมงครึ่งแล้ว จะได้รู้ว่าท่านพูดถึงเรื่องอะไร คือเรื่องการครองเรือนอย่างยั่งยืน ยาวนาน ครองเรือนอย่างมีความสุข ทำอย่างไร ถ้าเกิดฟังทั้งหมดจะไม่ตกใจกับประโยคนี้ แต่เผอิญสื่อหยิบยกมาแค่ประโยคเดียว วันนี้ตกลงต้องมาคุยกันว่าสามีและภรรยาที่ดีในใจของคุณสนธิเป็นอย่างไรบ้างนะคะ
       
       สนธิ – หรือไม่อย่างนั้นสามีที่ดีของภรรยาต้องเป็นแมลงสาบปีกทับหรือไง
       
        สโรชา – ก็ต้องมาคุยกันค่ะ เดี๋ยวมาคุยกัน ซึ่งเอสเอ็มเอสในสัปดาห์นี้เราก็เรียนถามคุณผู้ชมเกี่ยวกับเรื่องนี้ละคะว่า ในความคิดเห็นของคุณผู้ชมหน้าที่ของภรรยาที่ดีจำเป็นต้องเป็นโสเภณีของสามีหรือไม่ ถ้าจำเป็นต้องกดเอ็มที 1 ไม่จำเป็น กดเอ็มที 2 ส่งมาที่ 84820 ค่ะ หรือโทร.มาที่ 02-201-6055-60 ค่ะ ขอบคุณฟรีอินเตอร์เน็ตที่เอื้อเฟื้อระบบเอสเอ็มเอสให้กับเราค่ะ และสำหรับวันนี้คุณผู้ชมที่จะร่วมสนุกกับเอสเอ็มเอสจากเมืองไทยรายสัปดาห์นะคะ เราจะแจกโทรศัพท์มือถือพานาโซนิกรุ่นใหม่ล่าสุด พานาโซนิก เอ็กซ์ 100 ค่ะ เท่ห์เกินใครกับดีไซน์ใหม่ของมือถือติดกล้องค่ะ นอกจากนี้ยังมีเสื้อทีเชิ้ต ของฟรีอินเตอร์เน็ตแจกกัน 3 ตัวค่ะ ช่วงท้ายรายการเราจะสุ่มหมายเลขผู้โชคดีนะคะ และท้ายสุดก่อนที่จะพักโฆษณา มีข่าวประชาสัมพันธ์กันซักนิดนึง สำหรับโครงการผู้จัดการสุขภาพสัญจร งานอุทยานอนุรักษ์สุขภาพครั้งที่ 6 นะคะ ทั้งนี้จะจัดระหว่างวันที่ 3-6 ธ.ค.นี้ค่ะ 10.00-20.00 น. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ชั้น 4 ปากซอยรามคำแหง 30 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันพรุ่งนี้ระหว่างเวลา 14.00 -17.00 น. พุทธปัญญากับสุขภาวะแบบองค์รวม โดยหลวงปู่พุทธะอิสระ กับดร.บรรจบ บรรณรุจิ นะคะ ตรงนี้สามารถสอบถามรายละเอียดได้ค่ะ ที่ 02-629-2211 ต่อ 1117 และ 1152 ค่ะ พักซักครู่เดี๋ยวกลับมาคุยกันค่ะ
       
       
***************

       
       สโรชา – กลับสู่เมืองไทยรายสัปดาห์นะคะ เราเริ่มต้นกันที่ท่าน ส.ว.ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ค่ะ ได้มีข่าวฮือฮาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งนะคะ หลังจากที่ท่านไปร่วมสัมมนา รู้สึกหัวข้อประมาณว่า บทบาทของผู้หญิงยุคไอที อะไรประมาณนี้ ซึ่งท่านก็ไปบรรยายและก็มีประโยคบางประโยคซึ่งสื่อหยิบยกออกมาและก็เป็นที่ฮือฮาพอสมควรค่ะ
       
       สนธิ – คุณระเบียบรัตน์หรือคุณแดงของพวกเราไปพูดที่มหาวิทยาลัยราชภัฏวลัยลงกรณ์ จ.ปทุมธานี ไปพูดเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2547 พูดในโอกาสของวันสมาคมแม่บ้านกระทรวงมหาดไทย เพราะว่า สามีของท่านเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย จริงๆ ก็พูดถูก ถ้าหากเรามองเนื้อหาทั้งหมดแล้ว ก็เป็นการแนะนำผู้หญิงว่าทำตัวยังไงให้รักษาสามีเอาไว้นะครับ รู้สึกวันนี้คุณสโรชาคงออกความเห็นมากไม่ได้นะ เพราะยังไม่มีครอบครัว แต่ที่สำคัญ ที่หนังสือพิมพ์เอามา เอามาตอนที่เนื้อหาที่สำคัญ คือตอนที่คุณระเบียบรัตน์ไปแนะนำว่า จะใช้เคล็ดลับอย่างไร ถึงจะให้สามีหลง คือ ผมขออ้างคำพูดนะครับ พูดว่า เวลาอยู่กับสามีที่บ้าน ภรรยาไม่ต้องใส่ชุดชั้นใน หรือใส่กางเกงใน เวลาอยู่บนเตียงควรทำตัวให้เหมือนโสเภณี เพื่อให้สามีหลงใหล ข้อสำคัญต้องบอกรักพ่อ คือคุณระเบียบรัตน์จะเรียกสามีว่าพ่อ ทุกวัน และสิ่งสำคัญต้องเป็นคนที่ทันสมัย พร้อมเป็นที่ปรึกษาทุกเรื่องกับสามีได้ เพราะถ้าสามีมาปรึกษาแล้วเราไม่รู้เรื่อง อาจจะไปปรึกษาคนอื่นหรือไปมีเมียน้อยและท้ายที่สุดจะนอกใจเมีย
       
       ทีนี้นักข่าวก็ตกใจเหมือนกัน ก็เลยโทรศัพท์ไปถามคุณระเบียบรัตน์ คุณระเบียบรัตน์ก็อธิบายบอกว่า หลักการครองเรือนของพี่ก็คือต้องซื่อสัตย์ ไม่ตกอยู่ในความประมาท ผู้หญิงต้องดูแลสังขารของตนให้ดี อย่าปล่อยตัวจนเป็นพะโล้ หรือนมยาน ทีนี้ คุณระเบียบรัตน์ก็พูดต่อ บอกว่า เวลาที่อยู่บ้านจะต้องแต่งตัวให้สวยตลอด ตื่นนอนขึ้นมาเมื่อไหร่ต้องแต่งหน้าก่อนคือทำตัวไม่ให้ห่างจากเป็นเจ้าสาววันแรก ต้องเป็นคนมีมันสมอง ติดตามข่าวสารบ้านเมืองทุกเรื่อง สิ่งสำคัญคือเรื่องเซ็กส์ ควรจำไว้ว่า ผู้หญิงคือโสเภณีของสามี การอยู่บนเตียงกับสามี ก็เหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวของเรา ใครที่ขี้หนาวใส่ชุดนอนมิดชิดก็ควรไปเปลี่ยนใหม่ ต้องใส่ชุดนอนวับๆแวมๆ สรุปแล้วผู้หญิงไม่ควรประมาท อย่าปล่อยให้ใครมาแย่งสามีเรา
       
       นั่นคือประเด็นที่ฮือฮากันมากนะครับ ผมคิดว่าไม่ทราบคุณสโรชาจะเก็บไว้เตือนใจตัวเองหรือเปล่า แต่มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจอยู่อย่างหนึ่ง คือ ผมคิดว่าบางครั้งเราอาจจะแปรความหมายของคุณระเบียบรัตน์ผิดไป ว่าภรรยาคือโสเภณีของสามี ผมคิดว่านัยคุณระเบียบรัตน์พยายามจะพูดบอกว่า คือพูดง่ายๆ ว่า ในเรื่องของกามารมณ์ เซ็กส์ในห้องนอน ระหว่างสามีกับภรรยา คำว่าเป็นโสเภณีของสามี หมายความว่าให้ตอบสนองความต้องการของผู้ชาย คือสามีนั่นเอง
       
       สมมติว่าคุณสโรชาเคยดูหนังฝรั่งใช่ไหมครับ ฝรั่งสมมติว่า ผู้หญิงเกิดเหนื่อยง่วงนอน แฟนจะไปสะกิด ไอ สลีป ทูมอร์โรว อะไรทำนองนี้ เข้าใจหรือเปล่า คุณระเบียบรัตน์บอกว่า ผู้หญิงไทยถ้าต้องการรักษาน้ำใจสามี เหนื่อยแค่ไหน ถ้าสามีสะกิดก็จะต้องลุกขึ้นมาช่วยสามีให้สามีความสุขในทางด้านกามารมณ์
       
       นัยตรงนั้นต่างหากที่บอกว่า เป็นโสเภณีของสามี คือคำว่าโสเภณี คือคนซึ่งเมื่อจ่ายเงินไปแล้วก็จะต้องมาร่วมหลับนอนด้วย โดยไม่มีข้อยกเว้น คุณจะปวดหัว คุณจะไม่ชอบผู้ชายไม่เป็นไร แต่ทีนี้ที่น่าสนใจอย่าง คุณระเบียบรัตน์ จำได้ไหม เป็นคนซึ่งต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพสตรีมาตลอด ความเท่าเทียมกันระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย แต่พอมาเรื่องนี้ คุณระเบียบรัตน์ กลับบอกว่า ถ้ามาเรื่องเซ็กส์บนเตียงกับสามีแล้ว สิทธิสตรีไม่มีเท่าสามี ต้องเปรียบเทียบให้ดูนะครับ เพราะแกจะต่อสู้ตลอดเวลา หมายความว่าผู้หญิงมีสิทธิเท่าเทียมผู้ชายได้ ยกเว้นเรื่องบนเตียง ต้องยอม คือจะปวดหัวยังไงก็ตาม จะง่วงนอนยังไงก็ตาม จะเพลียยังไงก็ตามจะมีความเครียดยัง ไงก็ตาม ถ้าผัวตัวเองสะกิดปั๊บต้องลุกขึ้นมาถอดเสื้อผ้าทันทีเลย ทำนองนั้นมากกว่า
       
       แต่ว่า คำพูดที่คุณระเบียบรัตน์พูดนี้ ฝรั่งก็เคยพูด นานมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อประมาณเกือบ 10 ปีที่แล้ว อดีต ภรรยาของมิก แจ็คการ์(MICK JAGGER) ชื่อ เจอร์รี ฮอลล์(JERRY HALL) เป็นนางแบบมาจากรัฐเท็กซัส เคยมีครั้งหนึ่ง หนังสือฝรั่งสัมภาษณ์ถามเจอร์รี ฮอลล์ ผมจำได้ เขาถามบอกว่า คุณใช้เคล็ดลับอะไรในการเก็บรักษามิก แจ็คการ์ไว้ โดยที่มิก แจ็คการ์ อยู่กับคุณมาตั้งนมตั้งนานโดยที่ไม่เลิกกับคุณ เพราะว่านักร้องฝรั่งส่วนใหญ่จะอยู่ซักพักแล้วก็ไปมีกิ๊ก เจอร์รี ฮอลล์ พูดน่าสนใจมาก เขาบอกว่า แม่เขาสอนเขาว่าวิธีที่จะครองเรือนให้เป็นสุข หนึ่ง จะต้องเป็นแม่ครัวที่เก่ง ก็คือว่าต้องเข้าครัว ทำครัวเหมือนเราเป็นแม่ครัวร้านอาหาร สอง จะต้องเป็นคนใช้ที่ดี คือว่าต้องปัดกวาดเช็ดถูบ้าน ให้สะอาดไม่มีที่ติ สาม ต้องเป็นโสเภณีของสามีด้วย นั่นคือสามีต้องการอะไร ต้องการเมื่อไหร่ ต้องการที่ไหน ต้องการในห้องรับแขก ต้องการใต้โต๊ะกินข้าว ต้องการในห้องนอน เมื่อไหร่ก็ต้องบริการให้เต็มที่ แต่ว่าแม้กระนั้นก็ตาม เจอร์รี ฮอลล์ ก็อยู่กับมิก แจ็คการ์ได้ 10 ปี มีลูก 4 คนและก็หย่ากันไป คนก็มาถกเถียงกัน
       
       เราต้องมาดูว่า คำว่าสามี ประเด็นหนึ่ง คำว่าโสเภณีมีความหมายกว้างหรือแคบแค่ไหน และในลักษณะที่เป็นกุลสตรีไทย ถึงแม้ว่าจะเป็นการพูดภายในหมู่สมาคมแม่บ้านข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ในลักษณะแบบนี้ควรพูดในที่สาธารณะหรือเปล่า เพราะการพูดเช่นนี้ต้องถือว่าพูดในที่สาธารณะนะครับ ปัจจัยมองว่าการครองเรือน กามารมณ์เป็นปัจจัยหนึ่ง แต่ไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญ และบางครั้งผมเองก็ยังไม่แน่ใจว่าคุณระเบียบรัตน์พูด คุณระเบียบรัตน์พูดบอกว่า เวลาอยู่บ้านต้องแต่งตัวให้สวยตลอด ตื่นนอนมาต้องแต่งหน้าก่อน ทำตัวไม่ให้ห่าง ไปจากเจ้าสาววันแรก และต้องเป็นคนมีสมอง ติดตามข่าวสารบ้านเมือง ใครที่หนาว ใส่ชุดนอนมิดชิด ก็ควรเปลี่ยนใหม่ ต้องใส่ชุดนอนวับๆ แวมๆ และถ้าวันหนึ่ง คุณสโรชา ซัก 52 ปี หรือ 55 ปี คุณสโรชาใส่วับๆ แวมๆ ให้แฟนดู เผลอๆ แฟนจะฆ่าคุณสโรชาเอานะ คุณเข้าใจหรือยัง
       
       เพราะฉะนั้นผม คิดว่าในบางครั้ง มันกลับไม่ใช่ มันอยู่ที่ความเหมาะสม อยู่บ้านไม่ควรจะใส่ชุดชั้นในและถ้าเกิดอายุมากขึ้น ซัก 40 ปี ใช้งานมาก มันเป็นกระเบื้องแผ่นเรียบ คุณไม่ใส่ชุดชั้นใน และคุณจะทำยังไง อันนี้ผมยกตัวอย่างให้ฟัง ไม่ใส่กางเกงใน โชคดี อาจจะที่บ้านของคุณระเบียบรัตน์ ชั้นหนังสือไม่ได้อยู่ข้างบนนะ สูงๆ ที่ต้องปีนกระไดขึ้นไป ไม่งั้นละวุ่นตายเลย
       
       แต่ว่าผมอยากจะฝาก มีพระธรรม คำบท คำกลอนเรื่องภรรยา และสามี ผมอยากจะอ่านให้ฟังนิดนึง หน้าที่ภรรยาที่ดี ภรรยาดีมีห้าท่านว่าไว้ หนึ่ง เข้าใจจัดการงานเคหา สองสงเคราะห์เพื่อนผัวตัวไปมา สามเสน่หาสามีไม่นอกใจ ข้อสามนี่ก็คือกามารมณ์ เสน่หา สี่รักษาทรัพย์ไว้มิให้ขาด ห้าหมั่นปัดกวาดบ้านเรือนไม่เฉือนไถล สมบัติห้าถ้ามีในสตรีใด เธอทำได้นับว่าเลิศประเสริฐเอย เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า ในเรื่องของกามารมณ์นั้น เป็นหนึ่งในห้าอย่างไม่ใช่เป็นเคล็ดลับอย่างเดียวที่จะรักษาใจสามีได้ ต้องทั้งห้า ทีนี้คุณสโรชาก็จะถามผมว่า ถ้าอย่างนั้นแล้วสามีที่ดีควรจะเป็นอย่างไร
       
       สโรชา – สามีที่ควรจะเป็นอย่างไร ต้องมีบัญญัติไว้ซิ
       
       สนธิ – สามีดีมีห้าท่านว่าไว้ หนึ่งใส่ใจยกย่องประคองขวัญ สองไม่ดูถูกภรรยาให้จาบรรณ สามผูกพันไม่นอกใจจนวายปราณ สี่มอบความเป็นใหญ่ให้เสร็จสรรพ ให้เมียเป็นใหญ่ ห้าให้เครื่องประดับสำรองร่าง ซื้อข้าวของให้ สมบัติ ห้ามีครบจบไม่จาง เป็นเยี่ยงอย่างยอดสามีดีนักแล
       
       เพราะฉะนั้นแล้วจริงๆแล้วในลักษณะของพระธรรมคำสั่งสอนในการที่จะมีภรรยาที่ดีนี้ ก็บอกมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องซึ่งคุณระเบียบรัตน์น่าที่จะมาพูดหรือว่า จริงๆแล้วคนไทยหรือคนซึ่งมีลักษณะอย่างนี้น่าที่จะเอามาประกอบกันว่าในการที่จะต้องมาอยู่หรือว่ามาร่วมเป็นสามีภรรยากันแล้ว สำคัญมาก
       
       ในพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าท่านบอกเลยว่า ภรรยานั้นมีอยู่ 7 ประเภท
       
       ภรรยาประเภทแรก เรียกว่า วธกาภรรยา ภรรยาเยี่ยงเพชฌฆาต คือภรรยาที่มิได้อยู่กินด้วยความพอใจ ชอบดูหมิ่นและทำลายสามี อันนี้เขาเรียกภรรยาเยี่ยงเพชฌฆาต
       
       ประเภทที่สอง โจรีภรรยา ภรรยาเยี่ยงโจร คือภรรยาที่ล้างผลาญทรัพย์สมบัติ เอาเงินผัวไปช็อปปิ้งซื้อข้าวซื้อของ ไม่ได้สนใจเลยว่าจะมีเก็บหรือไม่มีเก็บ
       
       ประเภทที่สาม อัยยาภรรยา ภรรยาเยี่ยงนาย คือภรรยาที่เกียจคร้าน ไม่ใส่ใจการงาน ปากร้าย หยาบคาย ชอบข่มสามี
       
       สี่มาตาภรรยา ภรรยาเยี่ยงมารดา คือภรรยาที่หวังดีเสมอ คอยห่วงใยเอาใจใส่ สามีหาทรัพย์มาก็พยายามมุ่งประหยัด พยายามรักษาไว้
       
       ห้า ภคินีภรรยา ภรรยาเยี่ยงน้องสาว คือภรรยาผู้เคารพรักสามี ดั่งน้องรักมีใจอ่อนโยนรู้จักเกรงใจ คล้อยตามสามี
       
       หก สขีภรรยา ภรรยาเยี่ยงสหาย คือภรรยาที่เหมือนเพื่อน มีจิตภักดี เวลาพบสามี ก็ร่าเริงยินดี วางตัวดี ประพฤติ มีกิริยามารยาทงาม เป็นคู่คิด คู่ใจ
       
       เจ็ด ทาสีภรรยา ผมคิดว่าคุณสโรชาคงไม่ต้องการเป็นหมายเลขเจ็ด ภรรยาเยี่ยงนางทาสี คือภรรยาที่ยอมอยู่ใต้อำนาจสามี สามีตะคอก ตบตี ก็อดทนไม่แสดงความโกรธตอบ

       
       แต่ว่าในทางพระไตรปิฎกก็บอกว่า ทั้งหมด 7 ประเภท 3 ประเภทแรกถ้าเอามาแล้ว อัปมงคลหมด ก็คือ วธกาภรรยา ภรรยาเยี่ยงเพชฌฆาต โจรีภรรยา ผลาญเงินผัว อัยยาภรรยา ภรรยาเยี่ยงนาย
       
       สโรชา – 3 อันนี้ไม่ได้เลย
       
       สนธิ – ไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นแล้วผมคิดว่าในทางธรรมเขาก็สอนเอาไว้ เพราะฉะนั้นแล้ว การที่คุณระเบียบรัตน์พูด ผมก็ไม่อยากจะตำหนิคุณระเบียบรัตน์ แต่ผมคิดว่า โดยพื้นฐานแล้วคุณระเบียบรัตน์บางครั้งไปแนะนำอะไร ผมว่ามันไม่เข้าท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่นุ่งกางเกงใน คุณระเบียบรัตน์บอกว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างนั้น มันอาจจะได้ในระดับหนึ่ง ถ้าไปทำอย่างนั้นแล้ว เท่ากับครอบครัวนั้นพยายามให้สามีหมกมุ่นในเซ็กส์ ใช่ไหมครับ สมมติภรรยาสามีแต่งงานได้ซัก 5 ปี 10 ปี ภรรยายังสาวอยู่ ตีซักประมาณ 35 หรือ 37 ก็ถือว่ายังไม่แก่ รูปร่างดี ใส่ชุดนอน ไม่ยอมใส่เสื้อชั้นใน ไม่นุ่งกางเกงใน สรุปแล้วคือยั่วสวาทสามีทั้งวันทั้งคืนทำไง นึกออกไหมครับ มันไม่ได้
       
       สโรชา - ไม่ควร อยู่ในพอเหมาะพอควร อะไรประมาณนี้
       
       สนธิ – มันต้องพอเหมาะพอควร
       
       สโรชา – แต่การที่ดูแลตัวเอง ใส่ใจตัวเอง ไม่ให้แก่เกินไปก็คงจะโอเค
       
       สนธิ – นั่นไม่เสียหายนะครับ แต่ถ้าถึงขนาดคุณระเบียบรัตน์บอกว่า จะดูแลนมก็ไม่ให้ยานนะ ผมคิดว่า ถ้าอายุมันมาก ถ้ามันจะยานก็ปล่อยให้ยาน จะไปทำศัลยกรรมทั้งจมูก หู ดึงหน้า ทั้งทำนม ทำนองนี้ อีกหน่อยผู้หญิงก็มีหนวดขึ้นมาได้ ยุ่งตายเลยนะงานนี้
       
       สโรชา – ค่ะ ก็นำมาพูดคุยกันนะคะ ในค่ำคืนนี้ สำหรับการครองเรือนที่ให้ยั่งยืนทำอย่างไร ก็นำมาฝากกันในค่ำคืนนี้นะคะ พักซักครู่ค่ะ เดี๋ยวกลับมาเราจะมาคุยกันถึงเรื่องอาเซียน การเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดยืนของประเทศไทย ในฐานะสมาชิกของอาเซียนอีกหนึ่งประเทศ ซักครู่เดียวค่ะ
       
       
***************

       
       สโรชา – กลับมาสู่เมืองไทยรายสัปดาห์นะคะ ไปคุยกันถึงเรื่องราวอาเซียนกันบ้างค่ะ มีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนไปเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานะคะ ซึ่งก็มีข้อสรุปออกมาเกี่ยวกับเรื่องการค้า การผลักดันให้อาเซียนเป็นหนึ่งเดียวให้เร็วขึ้น จาก 2020 ร่นมาเป็น 2011 กับ 2015 ใช่ไหมค่ะ แต่ว่าจริงๆ แล้วมีนัยทางการเมืองมากกว่านั้น
       
       สนธิ – ผมดูการประชุมอาเซียนครั้งนี้ ที่มหานครเวียงจันทน์ ที่กรุงเวียงจันทน์ ผมดูอีกมิติหนึ่ง คือมันมีอยู่ 2 มิติ งวดนี้ มิติการตกลงอะไรกันผมไม่สนใจ มิติที่สำคัญ คือบทบาทของจีนกับอินเดียงวดนี้เด่นชัดมาก จะเห็นว่า พระเอกของอาเซียนงวดนี้ กลับกลายเป็นมานโมฮัน ซิงห์ กับเวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรีจีนและนายกรัฐมนตรีอินเดีย ปรากฏว่า 2 คนที่มาอาเซียนงวดนี้กำลังบอกทั้งโลก บอกว่า งานนี้ อาเซียนยังไงก็ตาม อินเดียกับจีนต้องเข้ามาเป็นพี่เบิ้ม ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จีน อินเดียอาจจะเป็นคู่แข่งกัน แต่ในเชิงเป็นประเทศโลกที่สาม หรือประเทศที่กำลังพัฒนา เขามีอะไรหลายอย่างที่คล้ายกัน อย่างเช่นปัญหาผู้ก่อการร้ายแคชเมียร์ของอินเดีย กับจีน ปัญหาของพวกกบฏซินเกียง หรือว่า ความไม่สงบในทิเบต บางครั้ง ลักษณะจะคล้ายๆ กัน ประเทศที่ประชากรพอๆ กัน กำลังพัฒนาประเทศ กำลังเร่งทำรายได้ มีเงินตราต่างประเทศมากขึ้น ส่งออกได้มากเหมือนกัน
       
       แต่ที่น่าสนใจไปมากกว่านั้นคือบทบาทของ 4 ประเทศ คือพม่า ลาว เขมร และเวียดนาม ที่จู่ๆ ผู้นำ 4 ประเทศ ลุกขึ้นมาจับมือกันเอง จัดการประชุมเองและบอกว่าจะขอรวมกลุ่ม เหมือนกับว่ากางมุ้งหนึ่งมุ้งในอาเซียน ตรงนี้ต่างหากที่ผมสนใจ ถึงแม้ว่าโดยนัยแล้ว การประกาศออกมาครั้งนี้ เพื่อชี้ให้เห็นว่าจะรวมตัวเพื่อต่อรอง ในการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อต่อรองในการเจรจาทางการค้า เพื่อต่อรองในเรื่องเงื่อนไขการลงทุน แต่ว่าเบื้องลึกเข้าไปจริงๆ เท่าที่ผมดู คือเขากำลังจะบอกว่าในประเทศกลุ่มอาเซียนเหมือนกันว่า พวกผม 4 คนนี้เป็นเอกภาพนะ เพราะฉะนั้นแล้วใครจะเป็นนายหน้าใคร มาเป็นตัวแทนใครก็ตามที่จะมาแทรกแซงเข้าในบรรดาพวกผม 4 คนนี้ พวกผมจะไม่ยอม
       
       จริงๆ นัยวันนี้ เขากำลังหมายถึงประเทศสิงคโปร์ และประเทศไทย นะครับ คุณสโรชา วันนี้ผมเคยพูดเรื่องสิงคโปร์มาแล้ว ผมพูดจนกระทั่ง ท่านโฆษกกระทรวงกลาโหม ท่านพล.ต.พลางกูร กล้าหาญ ท่านออกมาแถลงการณ์ ว่า ผมไปกล่าวหาว่าประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นมิตรประเทศไทย อันจะก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ไม่ดี ผมเป็นนักประวัติศาสตร์ ผมรอได้ ผมขออยู่อย่างหนึ่ง วันที่คำทำนาย ผมเป็นจริง ผมอยากจะให้พล.ต.พลางกูร กล้าหาญ ท่านกล้าลุกขึ้นมาและยอมรับกับผม ณ วันนี้ เอาละผมจะสงบปากสงบคำ แต่สิ่งหนึ่ง ซึ่งทั้งพม่าและเขมร ทำให้กลุ่มอาเซียนดูแล้ว เขาไม่พอใจสิงคโปร์แล้วทุกวันนี้
       
       สโรชา – ทำไมค่ะ
       
       สนธิ – สมัยก่อนเขานึกว่าสิงคโปร์เข้าไปประเทศเขาเพราะการค้า มาวันนี้ภาพมันชัดว่าสิงคโปร์นั้นคือนายหน้าและตัวแทนของสหรัฐอเมริกา อันนี้สำคัญมากนะครับ อย่าลืมนะครับ ในการโจมตีค่าเงินบาท เศรษฐกิจในประเทศไทยครั้งนั้น สิงคโปร์เป็นฐานเริ่มการโจมตี โดยเงินกองทุนทั้งหลายในสิงคโปร์มาโจมตีค่าเงินบาท เช่น ยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ วันนี้นายลี กวน ยู พูดตลอดเวลา สิงคโปร์พูดตลอดเวลาอยากจะให้สหรัฐอเมริกามาตั้งฐานทัพในสิงคโปร์ เพียงแต่สหรัฐอเมริกายังไม่กล้าทำอะไรโฉ่งฉ่างไปเท่านั้น ความขัดแย้งของสิงคโปร์ มาเลเซียมีอยู่แล้ว มีอยู่ตลอดเวลา ณ วันนี้ แล้วมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
       
       เพราะฉะนั้นแล้วสิงคโปร์ในขณะนี้ พึ่งใครไม่ได้ ต้องมาพึ่งประเทศไทย จุดยืนประเทศไทยสำคัญมากๆ สำคัญยังไงรู้ไหม เพราะคุณมองกลุ่มประเทศ 10 ประเทศ คุณแบ่งกลุ่มนี้เป็น 2 กลุ่มก่อนและจะมีกลุ่มย่อย 2 กลุ่มคือกลุ่มที่นับถือศาสนาพุทธ จะพุทธหินยาน พุทธมหายาน เราจะมีไทย มีพม่า มีเขมร เวียดนามและกลุ่มพวกมุสลิม เรามีบรูไน มาเลเซีย และเรามีอินโดนีเซีย ทีนี้ในบรรดาอาเซียนจะมีอยู่ 2 ประเทศที่โดดเด่น โดดเด่นตรงไหนรู้ไหม โดดเด่นตรงที่ว่า ถ้านับว่าไม่ใช่ประเทศมุสลิมก็นับได้ ถ้านับว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับชาวมุสลิมมากก็นับได้เช่นกัน 2 ประเทศนั้น ประเทศแรกคือประเทศไทย ประเทศที่สอง คือฟิลิปปินส์ ประเทศไทยแรกคือประเทศไทยถึงจะเป็นประเทศพุทธแต่การที่เรามีประชากรชาวไทยมุสลิม อยู่ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ หรือ 17 เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องถือว่าเยอะพอสมควร ถูกไหมครับ ต้องถือว่าไม่น้อย ฟิลิปปินส์ก็มีหมู่เกาะมินดาเนา ซึ่งเป็นคนมุสลิมเช่นกัน เป็นเพียงแต่ว่าฟิลิปปินส์ คนส่วนใหญ่จะนับถือคริสต์ เพราะฉะนั้นแล้ว ประเทศไทยถ้าจะนับว่าเป็นพันธมิตรหรือเป็นแอสโซซิเอทของกลุ่มประเทศมุสลิมก็ย่อมพูดได้ ถูกไหม
       
       อันที่สอง เมื่อมามองเชิงพุทธ ประเทศไทยก็เป็นหัวโจกในการที่เกี่ยวพันกับทางเขมร พม่า ลาว เวียดนามก็อยู่ได้เช่นกัน ประเทศไทยมีความเกี่ยวพันกับลาวมากไหม เกี่ยวกับเขมรมากไหม มาก เพราะว่าโดยรากเหง้า วัฒนธรรมแต่ดั้งเดิมใกล้เคียงกันมาก วัฒนธรรมขอม ไปจนกระทั่งคนลาว คนอีสาน ก็ต้องถือว่าเป็นพี่น้องเดียวกัน เพราะฉะนั้นแล้วทั้งอาเซียน 10 ประเทศ คุณสโรชา เมื่อดูให้ดีๆ แล้ว ประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้องถือว่าเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ถูกไหมละครับ เพราะว่าอย่างที่ผมบอกไง มุสลิมก็นับว่าเราเกี่ยวพันกับเขา
       
       สโรชา – เป็นพันธมิตรไปหมด
       
        สนธิ – ถูก เพราะโดยเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม เราเกี่ยวกับทุกคนไปหมดเลย ไม่เหมือนสิงคโปร์ สิงคโปร์ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนจีน แต่ตัวเองเชื้อสายมาจากประเทศจีน สิงคโปร์ไม่มีเชื้อชาติ ตัวเองคือโบรกเกอร์ประจำภูมิภาคนี้ ประชากรก็เล็ก มาเลเซียชัดเจนเป็นมุสลิมส่วนใหญ่ อินโดฯ ก็เช่นกัน ประเทศไทยต่างหากกลับเป็นประเทศที่ทั้งมาเลย์ อินโดฯ มุสลิม หรือนอนมุสลิม อย่างเช่นฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นคริสต์ส่วนใหญ่ก็คบประเทศไทยได้ เพราะฉะนั้นแล้วการวางตัวของประเทศไทยจึงสำคัญที่สุด จุดยืน หรือโพซิชั่นนิ่งของประเทศไทยในวันนี้ ที่เราจะกำหนดทิศทางการเดินทางการทูต นโยบาย และยุทธศาสตร์ของประเทศ ถ้าเรากำหนดให้ดี อีก 10 ปี 15 ปี เราก็ดี ถ้าเรากำหนดไม่ดี อีก 10 ปี 15 ปีเราจะมีแต่ความเดือดร้อนตลอดเวลา จากการที่กำหนดยุทธศาสตร์ ไม่รอบคอบ
       
       ถามต่อว่า ประเทศไทยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมานั้น ปัญหาทางภาคใต้ที่เกิดขึ้น เราเข้าใจ และเราก็รู้ว่าเกิดจากกลุ่มคนที่ไม่หวังดี กลุ่มคนซึ่งรับคำสอนของศาสนาอิสลามมาในทางที่ดี แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็รู้ว่าปัญหาทางภาคใต้และหลายๆ ปัญหา ที่เกิดการก่อการร้ายขึ้นมา ส่วนหนึ่งก็เป็นการสร้างขึ้นมาของประเทศไทยตะวันตกเหมือนกัน เพื่อที่จะดึงให้ประเทศไทยนั้น เข้าไปอยู่ในค่ายเขา ไม่ว่าจะเป็นการจับนายฮัมบาลี การจับนายฮัมบาลี จริงๆ แล้ว นายฮัมบาลี เป็นคนซึ่งสหรัฐอเมริกาเป็นคนสร้างขึ้นมานะ แล้วสหรัฐอเมริกามาชี้ให้คนไทยจับ ยังไม่พอ ยังเอาเงินก้อนหนึ่งมาให้เป็นรางวัล ก็คือพูดง่ายๆ ว่าดึงคนไทยเข้าไปอยู่ในแคมป์ของเขาตลอดเวลา ในขณะเดียวกัน เราไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะเราไม่ทำ เราก็เจอประเทศผู้ก่อการร้ายเลวๆ ที่กระทำการไล่ฆ่าคนอยู่ทุกวันทางภาคใต้ซึ่งจนวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังบ้าง ซึ่งทุกคนได้ประโยชน์กันหมด คือวันนี้เราเดินอยู่บน เรากำลังเดินไต่เส้นเชือก ซึ่งขึงข้ามหุบเหว เราต้องเดินให้ระวัง ถ้าเดินไม่ระวังแล้ว เราอาจจะตกเหวได้
       
       เพราะว่าถ้าเมื่อใดก็ตาม เราถูกดึงเข้าไปสู่กระบวนการเป็นหน้าด่านของการต่อต้านผู้ก่อการร้ายของสหรัฐอเมริกาหรือตะวันตกนั้น วันนั้นชีวิตเราจะอยู่ไม่เป็นสุข คุณสโรชา สังเกตอะไรอย่างไหม ตอนที่ 4 ประเทศ ลาว เขมร เวียดนามและพม่าคุยกัน 3 ประเทศ ลาว เขมร เวียดนามไม่สนใจเลยว่า พม่าเพิ่งปฏิวัตินายขิ่น ยุ้นต์ไป ไม่มีพูดถึง และเขาไม่สนใจว่าพม่านั้นจะมีประชาธิปไตยหรือไม่มี ผมกำลังจะตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าสมมติว่าตะวันตกมาบีบอาเซียน หรือบีบไทย บอกว่าให้เอาพม่าออกซะ หรือพม่าจะต้องเป็นประธานจัดซัมมิตอาเซียน ปี 2549 อีก 2 ปีข้างหน้า ถ้าพม่าจัดแล้ว ถ้าออสเตรเลียไม่ไป หลายๆ ประเทศไม่ไป ที่เป็นประเทศทางตะวันตก
       
       ผมถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นไหม ผมตอบคุณได้ว่าไม่เกิดอะไรขึ้น ไม่เป็นไรเลย เพราะว่าจีนยังคงไปอยู่ อินเดียก็ยังคงไปอยู่ เขมร เวียดนาม ลาวก็ไปอยู่ มาเลย์ ก็ไป ไม่ไปเขาก็ไม่แคร์ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมจะชี้ให้เห็นว่า ตั้งแต่นายพลตัน ฉ่วย ปฏิวัติและโค่นล้มขิ่น ยุ้นต์ ที่โค่นล้มขิ่น ยุ้นต์ เพราะว่าญาติพี่น้องนายขิ่น ยุ้นต์ไปทำมาหากินกับประเทศสิงคโปร์และประเทศไทยมากจนเกินไป เมื่อปฏิวัติเสร็จ นายตัน ฉ่วย เดินทางไปเยือนอินเดียทันทีเลย ชี้ให้เห็นว่า สิงคโปร์นั้นเขาไม่ไว้ใจ และเขาก็ไม่ไว้ใจประเทศไทยเช่นกัน
       
       สโรชา – แต่นี่เริ่มแล้วนะคะ บุชออกมาเรียกร้องแล้วว่าให้ปล่อยอองซาน ซูจี โดยไม่มีเงื่อนไข เพราะฉะนั้นแล้ว จุดที่เขาบีบ เขาก็จะบีบมาทางด้านประเทศไทยเช่นกัน เพราะประเทศไทยเป็นหัวหอกที่สำคัญ และผมเดาไม่ผิด ผมทำนายไว้ที่นี้ ท่านรัฐมนตรีสุรเกียรติ์ เสถียรไทยซึ่งกลุ่มอาเซียน ตลอดจนประเทศจีน ประเทศทางเอเชียสนับสนุนให้เข้าไปชิงตำแหน่งเลขาธิการองค์กรสหประชาชาติติดอยู่ที่อเมริกายังไม่แสดงทีท่า
       
       สโรชา – เขารอ
       
       สนธิ – ไม่ได้รอ จะใช้เงื่อนไขของการสนับสนุนท่านสุรเกียรติ์ให้เป็นเลขาธิการยูเอ็น เพื่อแลกเปลี่ยนกับเงื่อนไขที่เขาบอกว่า ถ้าคุณจะต้องประกาศตัว ต้องให้อเมริกาเข้ามาเพื่อต่อต้านก่อการร้าย แล้วคุณจะต้องแสดงจุดยืนในเรื่องของพม่า ให้ชัดว่าไม่เอารัฐบาลชุดนี้ ถึงจะสนับสนุน นี่แหละคือเงื่อนไขที่สำคัญที่สุด เป็นเรื่องที่แน่นอนจะต้องมา ความเป็นนักประวัติศาสตร์บางครั้ง อ่านเกมได้ล่วงหน้า เพราะว่าเกมการเมืองและเกมการทูตนั้น ไม่ได้ห่างไปจากสมัยโบราณเลยแม้แต่นิดเดียว ทุกอย่างยังเหมือนกัน
       
       เพราะฉะนั้นแล้ว ผมจึงบอกว่า อาเซียนกำลังเปลี่ยนไปอย่างมาก และจะเห็นได้ชัดว่าไปงวดนี้บทบาทของท่านนายกฯ ทักษิณด้อยไปเลย เพราะสมัยก่อนการประชุมอาเซียนนั้นบทบาทท่านจะเด่นแต่วันนี้ไม่มี เพราะว่าในเมื่อเขาต้องการเอาเรื่องตากใบมาพูด เราไปห้ามเขา เราก็ห้ามไม่ได้ ใช่ไหมครับ เมื่อเราห้ามไม่ได้ เท่ากับว่าในที่สุดแล้ว ความเป็นสากลในหลายๆ เรื่องนั้น เราไปปิดกั้นเขาไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
       
       สโรชา – แต่เราก็ทำความเข้าใจกับมาเลเซียไปแล้ว
       
       สนธิ – ถูกต้องครับ เป็นข้อดีที่เราไปทำความเข้าใจกับเขาในที่ประชุม แต่ผมกำลังบอกว่า อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในประเทศหนึ่ง ถ้าไปกระทบกระเทือนเชื้อชาติ สัญชาติ หรือศาสนาของอีกประเทศหนึ่งนั้น ประเทศเพื่อนบ้านจะไม่พูดไม่ได้ เหมือนอย่างผมบอกว่า ถ้าว่าทางการมาเลเซียนั้น เอาคนมุสลิมมารังแกคนไทยพุทธที่อยู่กลันตัน ตรังกานู แล้วมีการฆ่าฟันกัน เวลาประชุมอาเซียนไทยก็ต้องเรสเรื่องนี้ขึ้นในที่ประชุมเหมือนกัน
       
       เพราะฉะนั้นแล้วผมก็คิดว่าให้จับตาดูอาเซียนดีๆ ผมพูดได้ว่า 28 พ.ย. 2548 การประชุมอาเซียนที่กรุงเวียงจันทน์นั้นเป็นจุดเปลี่ยนจุดแรกของการสร้างมุ้งในอาเซียน โดยที่ 4 ประเทศ คือ ลาว เขมร เวียดนาม พม่า นั้นมารวมตัวกันเป็นเอกภาพ เพื่อต่อรอง ไม่ใช่ต่อรองในแง่เศรษฐกิจอย่างเดียว ต่อรองในจุดยืนทางการเมืองของการไม่ให้ ประเทศใดประเทศหนึ่งในกลุ่มอาเซียน มาทำตัวเป็นนายหน้าสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของเขา
       
       สโรชา – ค่ะ เพราะฉะนั้นติดตามกันต่อไปนะคะ สำหรับการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของเราค่ะ พักซักครู่เดี๋ยวกลับมาดูผลโพลกันค่ะ ซักครู่เดียวค่ะ
       
       
***************

       
       สโรชา – กลับมาช่วงสุดท้ายของเมืองไทยรายสัปดาห์ค่ะ มาดูผลโพลกันก่อนนะคะ สัปดาห์นี้เราเรียนถามคุณผู้ชมว่า หน้าที่ของภรรยาที่ดีจำเป็นต้องเป็นโสเภณีของสามีหรือไม่ คุณผู้ชมตอบกลับมานะคะ จำเป็นประมาณ 36 เปอร์เซ็นต์ ไม่จำเป็น 64 เปอร์เซ็นต์ ไปสุ่มผู้โชคดีสำหรับที่จะรับโทรศัพท์มือถือพานาโซนิกรุ่นใหม่ล่าสุด พานาโซนิก เอ็กซ์ 100 นะคะ ไปดูหมายเลขผู้โชคดีค่ะว่า ใครจะได้รับ ปรากฏทางหน้าจอแล้วนะคะ สำหรับพานาโซนิก เอ็กซ์ 100 จำนวน 1 เครื่อง ประจำสัปดาห์นี้ค่ะ ไปดูทีเชิ้ตจากฟรีอินเตอร์เน็ต 3 ตัวนะคะ หมายเลขผู้โชคดีที่ปรากฏทางหน้าจอค่ะ ทางรายการจะติดต่อกลับไปเพื่อที่จะมารับของรางวัลนะคะ มีคุณผู้ชมถามมาค่ะว่า คุณกนกวรรณ จากกทม. บอกว่าอยากจะให้ คุณสนธิพูดกลอนอีกครั้งหนึ่ง กลอนสอนหญิงนะคะ
       
       สนธิ – กลอนสอนหญิง ไม่เอาสอนชายเหรอ พูดช้าๆ นะครับ กลอนนี้เป็นพระธรรมบทกลอน เป็นอนุสรณ์ในการฉลองพระชนมายุครบ 72 พรรษาของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช กิตติโสภณมหาเถระ เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2510 หน้าที่ภรรยาที่ดี คุณสโรชาจำให้แม่นๆ นะ
       
       สโรชา – เดี๋ยวจด
       
       สนธิ – ภรรยาดีมีห้าท่านว่าไว้ หนึ่ง เข้าใจจัดการงานเคหา สองสงเคราะห์เพื่อนผัวตัวไปมา สามเสน่หาสามีไม่นอกใจ สี่รักษาทรัพย์ไว้มิให้ขาด ห้าหมั่นปัดกวาดบ้านเรือนไม่เชือนไถล สมบัติห้าถ้ามีในสตรีใด เธอทำได้นับว่าเลิศประเสริฐเอย เอาสามีอีกที หน้าที่สามีที่ดี สามีดีมีห้าท่านว่าไว้ หนึ่งใส่ใจยกย่องประคองขวัญ สองไม่ดูถูกภรรยาให้จาบรรณ สามผูกพันไม่นอกใจจนวายปราณ สี่มอบความเป็นใหญ่ให้เสร็จสรรพ ห้าให้เครื่องประดับสำรองร่าง สมบัติห้ามีครบจบไม่จาง เป็นเยี่ยงอย่างยอดสามีดีนักแล
       
       สโรชา – ครบถ้วนนะคะ สำหรับสามีและภรรยาที่ดี สำหรับค่ำคืนนี้ วันนี้วันที่ 3 วันอาทิตย์นี้วันที่ 5 ธ.ค.
       
       สนธิ – สาเหตุที่เราติดดอกไม้ วันพ่อแห่งชาติ
       
       สโรชา – คุณสนธิมีอะไรจะฝากช่วงท้ายรายการ สำหรับวันพ่อแห่งชาติไหมค่ะ
       
       สนธิ – คือ คนที่เป็นพ่อทุกคนในทางข้อเท็จจริง ในทางพันธุกรรม เราก็มีพ่อของเรา พ่อบางคนก็ยังมีชีวิตอยู่ อย่างพ่อของผมก็เสียชีวิตไปแล้วนะครับ แต่ว่าทั้งหมดแล้ว ถ้าเกิดเป็นคนไทย เราจะมีพ่ออยู่องค์เดียว ผมเรียกว่า พ่อของแผ่นดินนะครับ ก็คือในหลวงของเราเป็นทั้งพ่อ เป็นทั้งพระ พระองค์ท่านเป็นทั้ง พระราชาซีอีโอ สมควรที่เราจะบูชาในรูปแบบสูงสุด แต่พวกเราคนไทย ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลทุกรัฐบาล ชอบมีแต่อามิสบูชา คือบูชาด้วยดอกไม้ หรือรูปแบบพิธีกรรม แทบจะไม่มีการปฏิบัติบูชา คือบูชาด้วยการปฏิบัติตามคำสอน
       
       ผมอยากให้ปีนี้เป็นปีแรก ที่พวกเราทุกคน รวมทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน นักการเมืองตัวดีเลย ผมอยากให้ ถ้ารักและเคารพในหลวงจากใจจริงๆ ไม่ใช่รักและเคารพด้วยลมปาก และแสดงออกเพียงเพื่อให้เห็นว่าตัวเองนั้นฟังโอวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วทุกคนจะชอบพูดจะนำไปปฏิบัติตามแต่ไม่เคยปฏิบัติตาม
       
       ผมคิดว่าในเรื่องที่พระองค์ทรง พระองค์ทรงทำงานให้ประเทศชาติตั้งแต่ปี 2496 ผมอายุได้ 6 ขวบ พระองค์ท่านทรงปฏิบัติงานทำให้กับประชาชนชาวไทย พระองค์ท่านคือเทพที่สำคัญที่สุดในประเทศไทย ทำไมผมถึงเรียกว่าเทพ เพราะพระองค์เปรียบเสมือนกับพระเจ้าองค์หนึ่งเหมือนกัน เพราะว่าความที่พระองค์ท่านพูดอะไรแต่ละเรื่องเกี่ยวกับคนไทยแนะนำให้คนไทยทำ เป็นเรื่องที่ควรทำ และเป็นเรื่องจริงทั้งนั้น คือถ้าเราปฏิบัติตามตั้งแต่ต้นก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น
       
       ยกตัวอย่างพระองค์ท่านเคยพูดมานานแล้ว ว่าหนองงูเห่า มันเป็นหนอง เป็นหนองเก็บน้ำ ชื่อก็บอกว่าเป็นหนอง แต่ว่ารัฐบาลหลายๆ รัฐบาลตลอดจนพวกคอร์รัปชั่น ซื้อที่ซื้อทางสมัยนั้น อยากจะทุจริต ดันเอาที่หนองมาทำเป็นสนามบิน สนามบินเขาทำกันที่ดอน เขาถึงเรียกกันว่าดอนเมือง แต่ดันทะลึ่งทำกันที่หนอง คือ หนองงูเห่า แล้วมันจะจีรังยั่งยืนได้ยังไง นี่เพียงเล็กๆ น้อยๆ ที่พระองค์ท่านเคยตรัสเอาไว้นานแล้ว ไม่เคยเอาไปคิดกัน
       
       พระองค์ท่านพูดถึงเศรษฐกิจที่พอเพียง พระองค์ท่านบอกว่าเราต้องอยู่อย่างสันโดษ คำว่าสันโดษ พระองค์ท่านไม่ได้หมายความว่าเราไปปลูกกระท่อมอยู่ที่ปลายนาแล้วเราไม่พูดจากับใคร คำว่าสันโดษในทางธรรมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องสอนพวกเราคือว่า นั่นคือธรรมขั้นสูง คือว่า เรามีอะไร มีแค่ไหนให้ใช้เพียงแค่นั้น เมื่อเราเข้มแข็งแล้ว พอเพียงตัวเราแล้ว เราค่อยต่อยอดไปทีละนิด และพระองค์ท่านเน้นในเรื่องหน้าที่ความรับผิดชอบ ที่สำคัญพระองค์ท่านเน้นในเรื่องของศีลธรรมของสังคม เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่พระองค์ท่านพูด จริงๆ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในแผ่นดินไทย เมื่อมามองย้อนหลังถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาที่พระองค์ท่านได้ตรัสมา พระองค์ท่านตรัสมาเป็นสิบๆ แล้ว ทุกปีก็พูด พูดแล้วพูดอีก พูดจนกระทั่ง ผมเชื่อว่าในใจพระองค์ท่านไม่อยากจะพูดอีกต่อไปแล้ว
       
       เพราะฉะนั้นแล้วผมเลยใคร่ขอวิงวอนว่าปีนี้ถ้าเรารักในหลวง เราปฏิบัติบูชากัน แล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นสิริมงคลกับตัวเราและเป็นสิริมงคลกับประเทศชาติ
       
       สโรชา – ค่ะ ก็ทำตัวเป็นคนดี เป็นคนไทยที่ดีนะคะ ถวายแด่ในหลวงของเรา ซึ่งเชื่อว่าความสงบในภาคใต้น่าจะเป็นของขวัญชิ้นสำคัญที่จะถวายแด่พระองค์ท่านในปีนี้ค่ะ หมดเวลาแล้วค่ะ สำหรับเมืองไทยรายสัปดาห์ พบกันใหม่ในสัปดาห์หน้านะคะ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ดิฉัน สโรชา พรอุดมศักดิ์ ลาไปเพียงเท่านี้ค่ะ สวัสดีค่ะ
       
       
***************


ข่าวล่าสุด ในหมวด
คำต่อคำ “สนธิ”ชี้คำตัดสินศาลเขมร มัด “มาร์ค”และพวก ผิด ม.119-120 คบคิดยกอธิปไตยให้ต่างชาติ
คำต่อคำ"สนธิ" ลั่นอยู่ยาว 25 ม.ค.นี้ ปกป้องแผ่นดินเพื่อไม่ให้เสียชาติเกิด
คำต่อคำ"สนธิ" ให้ฉายาสื่อเครือเนชั่น เป็นพวก"สื่อตีกิน"
คำต่อคำ“สนธิ” ซัด “มาร์ค”อ่อนแอ ปล่อยคนใน รบ.รับแทนเขมร-เชื่อ MOU43 ขายดินแดนล่วงหน้า
คำต่อคำ"สนธิ" เชื่อปี 54 พิษดินแดน-ค่าเงิน ทำการเมืองเน่ากว่าเก่า
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 105 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014