หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง | ภาพยนตร์
 

ตำนานสยิววว...ฉากโป๊ในหนังไทย : ลวดลายกามาบนแผ่นฟิล์ม/อภินันท์

โดย อภินันท์ บุญเรืองพะเนา
5 สิงหาคม 2553 14:45 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ตำนานสยิววว...ฉากโป๊ในหนังไทย : ลวดลายกามาบนแผ่นฟิล์ม/อภินันท์

ตำนานสยิววว...ฉากโป๊ในหนังไทย : ลวดลายกามาบนแผ่นฟิล์ม/อภินันท์

ตำนานสยิววว...ฉากโป๊ในหนังไทย : ลวดลายกามาบนแผ่นฟิล์ม/อภินันท์

ตำนานสยิววว...ฉากโป๊ในหนังไทย : ลวดลายกามาบนแผ่นฟิล์ม/อภินันท์

ตำนานสยิววว...ฉากโป๊ในหนังไทย : ลวดลายกามาบนแผ่นฟิล์ม/อภินันท์

ตำนานสยิววว...ฉากโป๊ในหนังไทย : ลวดลายกามาบนแผ่นฟิล์ม/อภินันท์

ตำนานสยิววว...ฉากโป๊ในหนังไทย : ลวดลายกามาบนแผ่นฟิล์ม/อภินันท์

ตำนานสยิววว...ฉากโป๊ในหนังไทย : ลวดลายกามาบนแผ่นฟิล์ม/อภินันท์

ตำนานสยิววว...ฉากโป๊ในหนังไทย : ลวดลายกามาบนแผ่นฟิล์ม/อภินันท์

ตำนานสยิววว...ฉากโป๊ในหนังไทย : ลวดลายกามาบนแผ่นฟิล์ม/อภินันท์

ตำนานสยิววว...ฉากโป๊ในหนังไทย : ลวดลายกามาบนแผ่นฟิล์ม/อภินันท์

ตำนานสยิววว...ฉากโป๊ในหนังไทย : ลวดลายกามาบนแผ่นฟิล์ม/อภินันท์

ตำนานสยิววว...ฉากโป๊ในหนังไทย : ลวดลายกามาบนแผ่นฟิล์ม/อภินันท์

Facebook...teelao1979@hotmail.com
       
        “ผู้หญิง 5 บาป 2” ก็ออกไปแล้ว “น้ำตาลแดง” ก็กำลังจะมา เช่นเดียวกับ “น้ำมันพราย”, “บาปหนา” ไปจนถึง “มหา'ลัยสยิวกิ้ว” ที่กำลังรอจ่อคิวบีบนวดจุดสยิวของคอหนังวัย 20 อัพ นั่นยังไม่นับรวมเหล่าบรรดา “จอมยุทธ์ซุ่ม” อีกจำนวนหนึ่งซึ่งเชื่อกินขนมกินได้เลยว่า ถ้ากระแสตอบรับดี จะมีการ “ปล่อยของ” ตามกันมาอีกเป็นแน่ แต่ไม่ว่าจะยังไง ทั้งหมดทั้งมวลนี้ คืออีกหนึ่งกระแสของหนังไทยที่ต้องบอกว่า “น่าจับตา-น่าสนใจ” เป็นอย่างยิ่ง มันคือการกลับมาของ “หนังอีโรติก”
       
        แน่นอนครับ ที่ผมใช้คำว่า “กลับมา” เพราะอันที่จริง หนังอีโรติกไม่ใช่ของใหม่สดซิงสำหรับวงการหนังบ้านเรา เพียงแต่ที่ผ่านมา มันล้มหายตายจากไปพักใหญ่ ก่อนจะฟื้นคืนชีพมาใหม่อีกครั้ง โดยการหนุนหลังของระบบการจัดเรตติ้งซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว
       
        เหนือสิ่งอื่นใด ผมไม่อยากให้คิดว่าบทความชิ้นนี้จะมาวิพากษ์วิจารณ์อะไรเป็นเรื่องเป็นราว แต่เป็นการบอกกล่าวเล่าสู่กันฟังมากกว่า ในแง่ที่ว่า ความวาบหวิวหรือฉากโป๊เปลือยในหนังไทยนั้น มันมีมาตั้งแต่นมนานกาเลโน่นแล้ว คือตั้งแต่ผมยังไม่เกิดด้วยซ้ำไป แต่จากการสอบถามผู้รู้ รวมทั้งซื้อหนังไทยยุคเก่าๆ มาดูเองบ้าง ก็ยิ่งทำให้เห็นว่า ความโป๊เปลือยนั้นมันอยู่คู่กับหนังไทยมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่โน่นแล้ว
       
        ฉากโป๊ในหนังไทย มันออกสตาร์ทกันตั้งแต่ตอนไหน จุดแรกสุด ผมว่ามันน่าจะเริ่มมาตั้งแต่ยุคของดาราสาวดาวยั่ว ทั้งคุณ “ปรียา รุ่งเรือง” (แม่นาคพระโขนง) “แก่นใจ มีนะกนิษฐ์” และ “ชฏาภรณ์ วชิระปราณี” ที่แม้ว่าเธอทั้งสาม จะไม่ได้โชว์โป๊อะไรกันมาก เพราะแค่เปิดนั่นนิดปิดนู่นหน่อย วับๆ แวมๆ แต่ก็เล่นเอาคนดูหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำได้เหมือนกัน
       
        และที่สำคัญ ดาวยั่วกลุ่มนี้ไม่ได้เล่นหนังสั่วๆ นะครับ เพราะบทที่พวกเธอได้รับ แม้แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีความสลักสำคัญอะไรต่อเรื่องราวเลย แต่กลับเป็นสีสันให้กับหนังอย่างดี ปฏิเสธไม่ได้ว่า เวลาดูหนังบู๊ๆ ของสมบัติ เมทะนี หรือหนังรักๆ ใคร่ๆ ของมิตร ชัยบัญชา คนดูบางคนนี่นั่งลุ้นกันยิ่งกว่าลุ้นหวยเลยว่า ดาวยั่วเหล่านี้เธอจะมาแพลมส่วนไหนให้ชื่นใจบ้าง จะว่าไป มันก็ไม่ต่างอะไรกับหนังตระกูลเจมส์ บอนด์ ที่ต้องมีหญิงสาวหุ่นงามๆ มาเสริมความซู่ซ่าให้เรื่องราวอย่างไรก็อย่างนั้นนั่นแหละครับ
       
        อย่างไรก็ดี ผมคิดว่าคนที่ทำให้วงการหนังตื่นตะลึงและคนดูตาลุกไปเลย ก็คงหนีไม่พ้น “วิยะดา อุมารินทร์” ที่รับบทสาวเหนือขายตัวในหนังของท่านมุ้ย-ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เรื่อง “เทพธิดาโรงแรม” บทของคุณวิยะดาในเรื่องนี้มันฉีกขนบของ “นางเอก” ขาดหลุดลุ่ยล่อนจ้อน เพราะเธอทำให้เห็นว่า จริงๆ แล้ว “นางเอก” ไม่จำเป็นต้องเรียบร้อยเหมือนผ้าผ่านเตารีดหรือเป็นคุณหนูผู้รักนวลสงวนตัวเสมอไป แต่สามารถเล่นบทบาทได้หลากหลาย ไม่เว้นแม้แต่บทโป๊เปลือยวาบหวาม
       
        แรงกระเพื่อมของคุณวิยะดา ทำให้ดาราสาวระดับหลายดาวของวงการ เริ่ม “เอาอย่าง” กันมากขึ้น ขณะที่หนังไทยก็เริ่มที่จะสนุกกับการยัดฉากเซ็กซ์เข้าไปในหนัง (สาเหตุหนึ่ง เพราะการล่มสลายไปของระบอบเผด็จการและการเบ่งบานของเสรีภาพยุคหลัง 14 ตุลา) ฝ่ายนักแสดงก็ “แรง” พอที่จะเปิดเปลือยเนื้อหนังมังสาอย่างไม่หวงเนื้อหวงตัว เป็น “ลาภทางสายตา” แก่ผู้ชมยิ่งนัก ดาราดังๆ ยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็น “วันดี ศรีตรัง” ก็โชว์เลิฟซีนสุดซาบซ่านในหนังเรื่อง “ชู้” ขณะที่คุณ “อรัญญา นามวงศ์” ก็โชว์ร่างงามระหงในหนังหวิวๆ ของครูเนรมิต เรื่อง “ตลาดอารมณ์”
       
        มันคือยุคทองของความวาบหวิวอย่างแท้จริง ขณะที่ดาราหญิงที่แจ้งเกิดมาจากบทบาทชวนสยิวกิ้วก็มีจำนวนมากชนิดที่นับเรียงรายชื่อกันไม่หวาดไม่ไหว เช่น คุณวันทนา บุญบันเทิง จากเรื่อง “ทองประกายแสด” (ผู้กำกับ รุจน์ รณภพ) หรือแม้แต่เจ้าแม่แห่งความเซ็กซี่ “ปิยะมาศ โมนยะกุล” ก็เกิดมาในยุคนี้พร้อมกับเรื่อง “ขัง 8” ของคุณวินิจ ภักดีวิจิตร
       
        ใช่แต่เพียงเท่านั้น “บาหยัน พันธ์โสภา” เอย “ดลนภา โสภี” เอย “ดวงชีวัน โกมลเสน” เอย รวมไปจนถึง “รุ้งลาวัลย์ ศรีปฏิมากูร” (เรื่อง “สาวสิบเจ็ด”) ก็แจ้งเกิดมาได้เพราะหนังวาบหวิวด้วยกันทั้งนั้น แต่ที่จะข้ามไปไม่ได้เป็นเด็ดขาด ก็ต้องนี่เลยครับ คุณโขมพัสตร์ อรรถยา กับคุณมาลาริน บุนนาค ที่เล่นบทรักสะท้านปฐพี “เลดี้ปะทะเลดี้” ในหนังเรื่อง “เพลงรักทะเลใต้” ไม่แน่ใจว่านี่คือหนังเลสเบี้ยนเรื่องแรกของไทยด้วยหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ มันทำให้ฉากคุณอุ้ม-ลักขณา วัธนวงศ์สิริ ใน “น้ำตาลแดง” ดูเป็น “เด็กๆ” ไปเลย
       
        ในช่วงราวๆ ปี พ.ศ.2520 ต้นๆ ก็ถือเป็นอีกช่วงหนึ่งซึ่งวงการหนังอีโรติกของไทยมีสีสันมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากการเปิดตัวของ “เพ็ญพัตร์ ศิริกุล” ผู้มากด้วยเสน่ห์เย้ายวนของเรือนกาย จากโฉมสะคราญที่ฮอตฮิตในฐานะนางแบบแม็กกาซีน เพ็ญพักตร์พลิกตัวเองมาเล่นเป็นนางเอกในหนังอีโรติกฟอร์มยักษ์ของไฟว์สตาร์เรื่อง “ดอกโสนบานเช้า” ดังเป็นพลุแตก ภาพที่นางเอกของเรื่องสวมชุดบางแจ๋ว มองทะลุถึงเนื้อในไร้บรา ทำหนุ่มๆ ยุคนั้นอ่อนเปลี้ยเพลียแรงไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว
       
        และบางที ต้องขอบคุณคุณเพ็ญพักตร์ เพราะหลังจากหนังที่เธอเล่น โด่งดังและทำเงิน พร้อมกับมีผลงานการแสดงตามมาอีกจำนวนหนึ่ง เช่น “รักพยาบาท”, “สันกำแพง” สาวๆ คนอื่นที่เคยทำมาหากินด้วยการถ่ายแบบมากหน้าหลายตา ทั้งที่ถ่ายนู้ดให้กับปฏิทินแม่โขง ปฏิทินถุงยางอนามัย ไปจนถึงถ่ายแบบวาบหวิวให้กับนิตยสารชื่อดังแห่งยุค อย่าง “หนุ่มสาว”, “แมน”, “พลังหนุ่ม” ได้ถือโอกาสเข้ามาโลดแล่นบนแผ่นฟิล์มกันมากขึ้น และมันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการหนังอีโรติกกันอย่างขนานใหญ่ เพราะจากนี้ไป มันไม่ใช่แค่ “อีโรติกธรรมดาๆ” อีกต่อไปแล้ว แต่มันแทบจะเรียกได้ว่าเป็นหนังโป๊ดีๆ นี่เอง
       
        ในแวดวงคนฉายหนัง ช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ พ.ศ.2520 มีศัพท์เฉพาะคำหนึ่ง คือ “ม้วนเล็ก” มันหมายถึงหนังที่ผ่านการเซ็นเซอร์แล้ว แต่เอามายัดไส้ใส่ฉากเซ็กซ์เข้าไปทีหลัง เพื่อเอาไปฉายเป็นหนังรอบดึกตามโรงหนังชั้นสองในย่านชานเมืองและต่างจังหวัด แต่ก็อย่างที่เดาได้ หนังเหล่านี้ (ที่แสดงโดยดาราซึ่งหลุดออกมาจากนิตยสารวาบหวิวและปฏิทินโป๊เปลือย) ไม่ได้มีคุณภาพอะไรมาก มันคือหนังตลกหนังผีเกรดบีที่มีจุดขายสำคัญอยู่ที่ฉากโป๊เปลือยเท่านั้น หาแก่นสารสาระอะไรไม่ได้ โดยเฉพาะหนังตระกูล “น้ำมันพราย” ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น “อาถรรพ์น้ำมันพราย”, “อภินิหารน้ำมันพราย”, “อิทธิฤทธิ์น้ำมันพราย”, “ตัณหาน้ำมันพราย” ฯลฯ หนังเหล่านี้แทบไม่มีอะไร นอกไปจากตัวละครวิ่งหนีผีแล้วมีฉากเซ็กซ์เข้ามาแทรก คนดูก็เบื่อ คนเล่นก็คงเซ็ง มันก็เลยเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
       
        นั่นคือยุคที่ไม่ต้องมีผงมีผีหรือมีตลกอะไรกันอีกต่อไปแล้ว (ประมาณต้นๆ ทศวรรษ 2530) มันคือยุคของความโจ๋งครึ่มสุดๆ ทรนง ศรีเชื้อ ก็เกิดมาในยุคนี้ กับผลงานระดับตำนานอย่าง “กลกามแห่งความรัก”, “สวรรค์ชั้นเจ็ด” ฯลฯ ซึ่งดูจะมีศิลปะในการนำเสนอมากกว่าใครที่ร่วมยุคสมัยเดียวกัน เพราะพ้นไปจากนั้น พวกเล่นขายฉากสังวาสกันโดยไม่ต้องคำนึงถึงเนื้อหาสาระอะไรทั้งสิ้น
       
        โดยเฉพาะหนังอย่าง “เพ็ญพักตร์” (หนังชื่อเพ็ญพักตร์ แต่เพ็ญพักตร์ไม่ได้เล่นนะครับ อย่าเอาไปมั่วกัน) นั้น ได้กลายมาเป็นหลักกิโลเมตรหลักใหม่ของหนังไทยสายหวิวไปเลยก็ว่าได้ เพราะหลังจากนั้น มันก็มีหนังที่ใช้ชื่อดาราสาวดาวยั่วเป็นชื่อหนังตามมาเป็นพรวน ทั้ง “แสงระวี”, “ลำยอง”, “บุหงา”, “เรียม”, “พิม”, “ภัสสร” ฯลฯ หนังเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความประณีตหรือมีศิลปะในการถ่ายทำและถ่ายทอดอะไรมาก เพียงแค่มี “ฉากอย่างว่า” อยู่ในหนังเท่านั้นเป็นพอ
       และอาจจะเป็นเพราะมันดูโจ๋งครึ่มเกินไปและขาดไร้ศิลปะรวมทั้งเนื้อหาสาระนี่ด้วยส่วนหนึ่ง จึงทำให้เกิดกระแสร้องเรียนหนักขึ้น ในที่สุด ตำรวจก็เข้ามาจัดการแบบเด็ดขาด หนังเหล่านี้ก็เริ่มทยอยหายไปจากโรงหนังชั้นสองในที่สุด แม้จะมีจุดให้เล่นด้วยการทำเป็นหนังแผ่น แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมดังเดิมแล้ว (จำได้ว่า ยุคนี้มีดาราดาวหวิวที่แจ้งเกิดมาอีกคนหนึ่ง คือ มรกต มณีฉาย เจ้าของหน้าอกขนาดบิ๊กไซส์ เธอดังมากๆ จากบทเลิฟซีนในหนัง “มังกรเจ้าพระยา” ของ “ฉลอง ภักดีวิจิตร” หรือ “อาหลอง ทองทั้งชาติ”)
       
        ครับ, แม้ว่าหลังจากโดนตำรวจและกองเซ็นเซอร์กินเรียบไปในช่วงกลางๆ ทศวรรษ 2530 มันจะมีหนังไทยบางเรื่องที่พยายามแหย่แยงเข้าไปในเขตแดนของการนำเสนอเรื่องเพศบ้าง ทั้ง “ขังแปด”, “ชู้”, “จันดารา”, “จ.เจี๊ยวจ๊าว”, “อสุจ๊าก” ฯลฯ ล้วนข้องแวะกับเรื่องเพศ แต่ก็ในขอบเขตที่จำกัดจำเขี่ย
       
        อย่างไรก็ดี มาถึง พ.ศ.นี้ วันที่อิสรภาพของคนทำหนังถ่างกว้างมากขึ้น แม้พูดกันอย่างถึงที่สุด ระบบเรตติ้งที่ใช้อยู่ทุกวันนี้จะยัง “ไม่ได้มีมาตรฐาน” ที่ชัดเจนเท่าไรนัก แต่อย่างน้อยๆ มันก็ก่อให้เกิดการขยับตัวของหนังกลุ่มหนึ่งซึ่งเรียกตัวเองว่า “อีโรติก” อันห่างหายไปจากคนไทยพักใหญ่ จนบางคนอาจจะถึงขั้นหลงลืมไปแล้วว่า จริงๆ แล้ว “หนังสยิว” เหล่านี้เคยมีพื้นที่ไม่น้อยไปกว่า “หนังสยอง” แต่อย่างใด
       
        ส่วนนับจากนี้ไป หนังอีโรติกจะได้รับความนิยมหรือไม่อย่างไร ผมคิดว่าถ้ามองย้อนกลับไปศึกษาหนังแนวนี้ในยุคเก่าๆ จะเห็นว่ามีปัจจัยอย่างน้อยๆ 2-3 อย่างซึ่งถือเป็น “พลังขับเคลื่อนสำคัญ” และเป็นสิ่งเดียวกันที่จะทำให้มันอยู่ในความทรงจำของคนดูไปอีกนาน
       
        เพราะพูดก็พูดเถอะ แม้หนังอีโรติกที่ผมเล่ามา จะมากมายนับไม่ถ้วน แต่ที่สุดแล้วก็มีอยู่ไม่กี่เรื่องที่ได้รับการกล่าวขานถึงอยู่เสมอ เช่น “เทพธิดาโรงแรม” “กลกามแห่งความรัก” หรือ “ตลาดอารมณ์” หนังเหล่านี้ ไม่ใช่แค่มีดาราที่เด่นและกล้าเล่นกล้าแสดงแบบ “เล่นจริง มีอารมณ์จริง” (ยิ่งกว่าน้องจีจ้า) เท่านั้น แต่สิ่งที่เป็นกระดูกสันหลังของมันจริงๆ ก็คือ การมีบทภาพยนตร์ที่ดี
       
        แต่ไอ้การมีบทภาพยนตร์ที่ดีนี่แหละครับ ต่อให้พูดอีกกี่ที มันก็ดูเหมือนจะยังเป็นปัญหาของหนังไทยส่วนใหญ่อยู่วันยันค่ำ แก้ปัญหาตรงนี้ได้ ค่อยไปว่ากันในด้านอื่นๆ
       
        หนังอีโรติกที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีฉากโป๊เปลือยอะไรมากก็ได้ครับ เพราะถ้าต้องการแบบนั้น ไปดูหนังโป๊ดีกว่า ศิลปะของหนังอีโรติกที่ดี ผมว่ามันอยู่ที่ “อารมณ์” ของหนังมากกว่าว่าจะทำออกมาเย้ายวนกวนกระสันต์ได้ดีแค่ไหน โป๊เปลือยนั้นทำง่าย แต่ทำให้มันรู้สึกปั่นป่วนรัญจวนจิตนั้นทำยาก เหมือนทำหนังตลก คุณก็ต้องทำให้คนดูขำ ทำหนังแอ็กชั่น ก็ต้องบู๊กันให้มันสะใจ เช่นเดียวกัน ถ้าทำหนังอีโรติก...ไม่ว่าคุณจะสอดใส่เนื้อหาอะไรลงไป เช่น เทพธิดาโรงแรม ที่พูดถึงชะตากรรมของหญิงสาวได้น่าสะเทือนใจ... แต่ที่สุดแล้ว พอถึงฉากที่ต้องอีโรติก คุณก็ต้องอีโรติกให้มัน “ได้อารมณ์” สมกับที่เรียกตัวเองว่าหนังอีโรติก
       
        และขอทีเถอะครับ ทำหนังอีโรติกทั้งที มีเรตติ้งทั้งที ใช้ให้มันสมศักดิ์ศรีกันหน่อย ลงทุนกันหน่อย ประเภทที่ไปตัดเอาภาพจากหนังเอ็กซ์มายัดใส่หรือว่าใช้สแตนด์อินที่หน้าตาผิวพรรณ มัน “คนละเรื่อง” กับนักแสดงตัวจริงน่ะ เพราะมันรู้สึกไม่สบายตาเลยจริงๆ ขอบอก คือต่อให้เป็นคุณ raku “นักสอย” ขาประจำของแมเนเจอร์ออนไลน์ ผมก็ไม่แน่ใจว่าแกจะ “สอย” ลงหรือเปล่า?? (เอ๊ะ!! หรือว่าแก “สอยไม่เลือก” ?!?!)

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ไอฟาย แต๊งกิ้ว เลิฟยู้ : หนังไทยที่สนุกที่สุดของปี 57
Big Hero 6 หนังสนุก เพื่อทุกคนในครอบครัว
เร็วทะลุเร็ว : ความทะเยอทะยานของปรมาจารย์คิวบู๊ “พันนา ฤทธิไกร”
อุ้มลูกโอบโลก Interstellar : ปาฏิหาริย์ชั้นสอง ของคริสโตเฟอร์ โนแลน
Love, Rosie : อยู่หนใด 'คนที่ใช่' ของความรัก
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 50 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 44 คน
88 %
ไม่เห็นด้วย 6 คน
12 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ตอบกลับ : ความคิดเห็นที่ 6
ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014