หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง | สกู๊ปพิเศษ
 

ดาวประดับฟ้า "มัณฑนา โมรากุล" (ตอนที่ 2 ):เธอไม่ได้เกิดมาเป็น ”นักร้อง” หากแต่เกิดมาเพื่อสร้างมาตรฐาน

ดูวีดีโอประกอบ ดูวีดีโอประกอบจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 มกราคม 2553 19:10 น.
1 | 2
หน้าถัดไป
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ดาวประดับฟ้า มัณฑนา โมรากุล (ตอนที่ 2 ):เธอไม่ได้เกิดมาเป็น ”นักร้อง” หากแต่เกิดมาเพื่อสร้างมาตรฐาน
มัณฑนา โมรากุล

ดาวประดับฟ้า มัณฑนา โมรากุล (ตอนที่ 2 ):เธอไม่ได้เกิดมาเป็น ”นักร้อง” หากแต่เกิดมาเพื่อสร้างมาตรฐาน
มัณฑนา โมรากุล

ดาวประดับฟ้า มัณฑนา โมรากุล (ตอนที่ 2 ):เธอไม่ได้เกิดมาเป็น ”นักร้อง” หากแต่เกิดมาเพื่อสร้างมาตรฐาน
มัณฑนา โมรากุล วัย 72 ปี

ดาวประดับฟ้า มัณฑนา โมรากุล (ตอนที่ 2 ):เธอไม่ได้เกิดมาเป็น ”นักร้อง” หากแต่เกิดมาเพื่อสร้างมาตรฐาน
เอื้อ สุนทรสนาน – มัณฑนา โมรากุล

ดาวประดับฟ้า มัณฑนา โมรากุล (ตอนที่ 2 ):เธอไม่ได้เกิดมาเป็น ”นักร้อง” หากแต่เกิดมาเพื่อสร้างมาตรฐาน
ครูแก้ว อัจฉริยะกุล

ดาวประดับฟ้า มัณฑนา โมรากุล (ตอนที่ 2 ):เธอไม่ได้เกิดมาเป็น ”นักร้อง” หากแต่เกิดมาเพื่อสร้างมาตรฐาน
จุฬาตรีคูณ ของ พนมเทียน

ดาวประดับฟ้า มัณฑนา โมรากุล (ตอนที่ 2 ):เธอไม่ได้เกิดมาเป็น ”นักร้อง” หากแต่เกิดมาเพื่อสร้างมาตรฐาน
ดารารายพิลาส

วันสบายๆ ที่บรรยายายกาศรายล้อมด้วยความเงียบ ลองฟังเพลงอย่างละเอียดทั้งดนตรี เสียงร้อง และอารมณ์ ของเพลง จะเห็นความแจ่มชัดในความสามารถ เพราะนี่คือความไม่ธรรมดาของนักร้องหญิงคนแรกของวงหัสดนตรีกรมโฆษณาการ ปรากฏการณ์ นี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในวงการเพลง
       
        เพราะเธอ... มัณฑนา โมรากุลไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็น”นักร้อง” หากแต่เกิดมาเพื่อสร้างมาตรฐานและบรรทัดฐานให้กับของการร้องเพลงไทยสากล
        ...
       ชีวิตนักร้องกรมโฆษณาการ
        "แนวของดิฉันคือ ต้องรอ้งเต็มเสียง เต็มคำ ออกเสียงอักขระต้องชัด เสียงไม่เพี้ยน ไม่หลงเสียง แต่ร้องแบบนี้ถ้าเสียงตกต้องเลิกเลยนะคะ เพราะจะได้ยินเสียงชัดเจนทีเดียว ตอนที่ดิฉันอัดเพลง เพชรบุรีแดนใจ กับ ผู้แพ้รักนั้น คุณรุ่งฤดี แพ่งผ่องใสกำลังจะอัด พัทยาลาก่อนอยู่พอดี คุณรุ่งฤดียังมาดูถามว่า เวลาร้องดิฉันไม่ได้อ้าปากมากนัก แต่ทำไมเสียงออกมาแน่นแล้วก็ชัด"
       
        "เสียงดิฉันเป็นคนเสียงใหญ่ค่ะ ดิฉันไม่ค่อยชอบร้องเพลงคู่กับหัวหน้าเอื้อ หัวหน้านั้นเสียงแหลมกว่าดิฉัน แต่คนก็ชอบกันนะคะ สังเกตดูเพลงคู่ที่ดิฉันร้องกับหัวหน้ามีไม่กี่เพลงหรอกค่ะ เช่น คูหาสวรรค์ลดำเนินทราย เป็นต้น แต่ถ้าร้องคู่กับคุณวินัย จุลบุษปะก็จะเข้ากันได้ดี อย่างเพลง เงาแห่งความหลัง, เงาของใคร, จะเพราะมาก อย่างดอกฟ้าร่วงนี่ก็นำมาอัดใหม่เป็นสเตอริโอแล้ว หรือเพลงลูกน้ำเค็ม นี่ดิฉันชอบมากร้องกับวินัยที่ร้องว่า หายเหนื่อยด้วยกัน แหอวนเรานั่น เย็บถักรักมั่นพร้อมมั่นทุกครา ไม่ถอนหายใจเลยค่ะ"
       
        ระหว่างการเป็นนักร้องประจำวงหัสดนตรีโฆษณาการ เธอก็มีเรื่องสนุกสนานมากมายเล่าเป็นเกร็ดให้ฟังอยู่หลายเรื่อง เธอยอมรับว่า “ชอบแกล้งคน” คนแรกที่เธอแกล้งคือ รุจี อุทัยกร ขณะซ้อมเพลง “เย็น เย็น” ซึ่งเป็นเพลงประสานเสียงที่ผู้หญิงร้องคู่กันเป็นเพลงแรกของกรมโฆษณาการ ผลงานของครูเอิบ ประไพเพลงผสม มัณฑนาเลือกร้องเสียง 1 ส่วนรุจีต้องร้องเสียง 2
       
        “ เรายืนร้องเสียงดังกลบหูยายรุ (รุจี อุทัยกร)หมด พอเสียงร้องเข้าหูมันก็ร้องเละเทอะ(ฮา) หัวหน้า...รี(จุรี โมรากุล) เค้ากลบเสียงหนูหมด อ้าว...รีเธอเสียงดังมาก เดินห่างจากรุจีออกไปศอกหนึ่ง ตกลงคราวนี้กูร้องเสียงค่อย แกล้งรุจี นี่เป็นความร้ายของดิฉันตอนสาวๆ กลายเป็นว่าทางโน้นร้องคนเดียว เอาใหม่ยืนชิดมาหน่อย ก็ดังอีก"
       
        "ขนาดรุจีเอาไมค์จ่อเสียงยังดังสู้ดิฉันไม่ได้ หัวหน้าเอื้อรู้ว่า ดิฉันแกล้ง เดินผ่านมาเอาไม้คันชักมาตีก้นฉัน บอกว่า เดี๋ยวเหอะ จะแกล้งให้มันถึงเที่ยงเลย ตอนหลังรุจีเดินมาบอกว่า รี อย่าแกล้งรุเลยนะ รุเจ็บคอ ร้องเสียงต่ำๆ เจ็บคอหรือ แล้วกูล่ะโน้ตอีกตั้ง 2 ตัว โธ่...รีก็รู้ว่ารุเสียงต่ำกว่ารี อ้าว...อ้าว ตกลงผ่าน คือ คนที่จะประสานเสียงได้ต้องเก่ง ต้องเป็นโน้ต โถ...ตอนนั้นเลือดมันร้อน"
       
        "อีกเพลง “เริงสุข” ร้องหมู่ - มาเถิดสนุกกันไป เริงใจของเราเอง ต้องร้องประสานกับเลิศ ประสมทรัพย์, ล้วน ควันธรรม), หัวหน้าเอื้อ สุนทรสนาน, จันทนา โอบายวาท, จุรี โอศิริ สนุกมาก อัดกันครึ่งวันไม่เสร็จ ล้วนเสียงดังมาก หัวหน้าก็เสียงแบนแต๋ จุรี โอศิริ ต่อกันครึ่งวันยังร้องไม่ได้ งั้นรี (หมายถึง มัณฑนา) ร้องเสียง 2 แล้วมาหอนเสียง 1 คอที่พองตั้งแต่เสียง 2 จะทำอย่างไง เห็นกูเป็นอะไรวะ ให้หอน 1 ร้อง 2 ฉันไม่ยอม จุรี(โอศิริ) นั่นแหละหอนไปให้ได้ เท่าไรก็ไม่ขึ้น ครึ่งวันไม่เสร็จ"
       
        "จันทนา โอบายวาทย์เป็นคนสนุกสนาน ชอบแปลงเพลงอย่างเพลงคะนึงครวญ-อยู่เดียวเปลี่ยวอกเอ๋ย ฉันเคยโดนเธอปล้ำ (เนื้อเดิม-ฉันเคยฟังเธอพร่ำ) , เพลงรำวงสงกรานต์ - ไปเล่นจ้ำบ๊ะ (เนื้อเดิม -ไปสรงน้ำพระ ณ วันสงกรานต์กันเอย) เราก็เอ๊ะ...จันทนามันร้องอะไร เราเติบโตมาในรั้วในวัง ไม่เคยชินกับคำพูดพวกนี้ เจอคำพวกนี้หน้าแดงเลย ฝ่ายหัวหน้าก็ถามว่า เมื่อกี้ร้องอะไรนะ"
       
        "อีกหนหนึ่งไปร้อง “งอนแต่งาม” ที่ทำเนียบรัฐบาล เพลงเนื้อหาแบบนี้ดิฉันไม่เคยร้อง มันเหมาะกับสุปาณี พุกสมบูรณ์มากกว่าดิฉัน แล้วไม่บอกดิฉันล่วงหน้า ดิฉันก็นั่งเฉย หัวหน้าเอื้อร้องจบท่อนผู้ชายแล้วเราก็นั่งเฉย หัวหน้าเอาไม้คันชักมาชี้หน้าดิฉัน โกรธมากแหม...เอาไม้มาชี้กู กูลูกคุณหลวงนะ พอร้องเพลงเสร็จขึ้นรถออกจากทำเนียบเลย ทางวงต้องไปร้องเพลงงานนอกต่อ แต่ดิฉันไม่ไป มันชี้หน้าเรา เราลูกคุณหลวง(ฮา) นอนดีกว่า มัณฑนานี้ขึ้นชื่อเรื่องงอนกับถือตัวเป็นที่หนึ่ง แล้วไม่ชอบให้ใครมาล้อชื่อพ่อแม่ เราถูกเลี้ยงมาอย่างเด็กโบราณ”
        ...
       อริยวรรต - ดารารายพิลาส
        วันหนึ่ง ฉัตรชัย วิเศษสุววรรณภูมิ (พนมเทียน) ได้นำจินตนิยายเรื่องจุฬาตรีคูณมาเสนอกับนางเอกละครวิทยุอย่าง มัณฑนา โมรากุล เธอพาไปพบครูแก้ว อัจฉริยะกุล ต่อมา ครูแก้วดัดแปลงเป็นบทละครวิทยุ พร้อมกับร่วมเขียนเพลงกับครูเอื้อเพื่อประกอบละครเรื่องนี้ ละครเรื่องนี้แหละที่ทำให้พนมเทียนเป็นนักเขียนแถวหน้าในเวลาต่อมา
       
        ละครวิทยุคณะแก้วฟ้า เอื้อ สุนทรสนาน รับบท อริยวรรต, มัณฑนา โมรากุล รับบท ดารารายพิลาส, วินัย จุลบุษปะ รับบท ขัตติยะราเชนทร์ และเพ็ญศรี พุ่มชูศรี รับบท อาภัสรา
       
        ต่อมาในปี พ.ศ. 2494 คณะเทพไท โดย พฤหัส บุญหลงได้นำมาดัดแปลงเป็นละครเวทีเล่นที่ศาลาเฉลิมไทย เพื่อที่จะหาทุนสร้างพระราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 ณ บริเวณลานหน้าสวนลุมพินี คณะกรรมการจัดงานเชื้อเชิญมัณฑนา โมรากุลรับบท “ดาราราย” ได้ค่าตัว 8,000 บาท บทอริยวรรต แสดงโดย ฉลอง สิมะเสถียร ส่วนคู่รอง นำแสดงโดย สวลี ผกาพันธุ์และชาลี อินทรวิจิตร ละครเรื่องนี้ผู้ชมหนาแน่น เล่นอยู่ร่วมเดือน ประสบความสำเร็จมาก เพลงในละครเรื่องนี้ มีทั้งสิ้น 5 เพลงคือ จุฬาตรีคุณ, ใต้ร่มมลุลี, ปองใจรัก, เจ้าไม่มีศาล และอ้อมกอดพี่ ต่อมาเมื่อบทประพันธ์เรื่องนี้ ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ทุกเพลงจากผลงานของแก้ว อัจฉริยะกุลและเอื้อ สุนทรสนานก็ยังถูกหยิบมาใช้อยู่เรื่อยๆ นับเป็นเพลงอมตะ และไพเราะที่สุดชุดหนึ่งของวงดนตรีสุนทราภรณ์เลยทีเดียว
       
        จุฬาตรีคูณเคยถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ 2 ครั้ง ครั้งแรก ดอกดิน กัญญามาลย์ เป็นผู้กำกับการแสดง โดยมีไพรัช กสิวัฒน์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง คู่เอกคือ มิตร ชัยบัญชา, เพชรา เชาวราษฎร์ ส่วนคู่รองคือ สมบัติ เมทะนีกับเนาวรัตน์ วัชรา สร้างอีกครั้งโดยพรพจน์ฟิล์ม นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี,เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, ปิยะ ตระกูลราษฎร์และวาสนา สิทธิเวช และรูปแบบละครเวทีกลับมาอีกครั้งเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2537 กำกับการแสดงโดย กัณฑรีย์ นาคประภา นำแสดงโดย คาเมล ชาวาลา,ชนานา นุตาคม, ชัชวิน ภูมิดิษฐ์, ปัทมา ปานทอง เปิดการแสดงที่ศาลาเฉลิมกรุงมณีทัศน์
       
        มัณฑนา โมรากุล ย้อนความหลังถึงละครเวทีเรื่องดังกล่าวให้ฟังว่า
        “ตอนซ้อมบทตัวละครชื่อ ดาราราย ต้องร้องไห้ไป หัวเราะไป ยายข้างบ้านเป็นคนจีนก็นึกว่า ดิฉันบ้า(ฮา) มันเดินไปถามพี่สะใภ้ คุณมัณฑนาอีเป็นอะไร อีเข้าห้องน้ำก็ร้องไห้ไป หัวเราะไป พี่สะใภ้บอก มันซ้อมละครอายจะตายตอนนั้น น้าสมพงษ์ ทิพยกลินบอกว่าเล่นทั้งเรื่อง ดีหมด ยกเว้นตอนกอดฉลอง สิมะเสถียร (ซึ่งเธอใช้ข้อศอกยันไว้) อ้าว...ก็เมียเค้า(กัณฑรีย์) จ้องมาตาเขม็งอย่างนั้น ฉันไม่ใช่ดารามืออาชีพนะ ไม่ใช่แบบสุพรรรณ (บูรณพิมพ์) ถึงกล้ากอดกับ ส. (อาสนจินดา) กลม หนูเป็นข้าราชการ”
       
        นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเพลงที่มัณฑนา โมรากุลร้องเพลงสลับหน้าเวที เช่น ธรณีกันแสง , หากภาพเธอมีวิญญาณ (แทนเสียง สุพรรณ บูรณพิมพ์ ในละครเรื่องจอมมาร - เฉลิมไทย) , เงาแห่งความหลัง (คู่กับวินัย จุลบุษปะ เป็นเพลงหน้าม่านของละครเวทีเรื่อง จอมมาร) ,ดอกไม้ใกล้มือ (เพลงหน้าม่าน ละครเวทีเรื่อง จอมภพมฤตยู - เฉลิมไทย), จันทร์กะพ้อร่วง (ประกอบละครเวทีเรื่อง แผ่นดินของเรา สวลี ผกาพันธุ์ร้องคนแรก แต่เมื่อบันทึกแผ่นเสียง มัณฑนา โมรากุล เป็นผู้ขับร้อง) , อารมณ์รัก (ประกอบละครเวที ผู้ชนะสิบทิศ – เฉลิมไทย) เป็นต้น
        ...
       หลังแต่งงานอำลาวงการ
        ละครเวทีเรื่องนี้ทำให้เธอรู้จักกับเพื่อนของวินัย จุลบุษปะคนหนึ่งชื่อ บุญยงค์ เกียรติวงศ์ คบหากันไม่ถึงปี มัณฑนา โมรากุลยื่นลาออกจากกรมโฆษณาการเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2494 ตัดสินใจแต่งงานเมื่อวันที่ 29 ฑฤศจิกายน พ.ศ. 2494 การยื่นใบลาครั้งนั้น ครูเอื้อ สุนทรสนานไม่อนุมัติ เธอขาดราชการจนครบ 3 เดือนจึงได้ออกสมใจ
       
        ปีถัดมา พ.ศ. 2495 พลโทหม่อมหลวงขาบ กุญชร มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมโฆษณาการ ริเริ่มงานเพลงแบบสังคีตสัมพันธ์ (ดนตรีไทยบรรเลงร่วมกับดนตรีสากล) เห็นว่า มัณฑนา โมรากุลเหมาะที่จะร้องเพลงประเภทนี้ จึงติดต่อผ่านไปทางครูผัน โมรากุล แต่ครั้งนั้น เธอไม่อาจจะมาร้องเพลงได้ด้วยเหตุผลทางครอบครัว
       
        แม้ว่ามัณฑนา โมรากุลจะไม่ได้หวนคืนวงการบันเทิง แต่กระนั้นก็ยังมีโอกาสได้บันทึกแผ่นเสียงอีก 7 ครั้งคือ
       
        ครั้งที่ 1 – กลับมาร้องบันทึกกับห้างกมลสุโกศลโดยบันทึกกับแผ่น ตราสุนัขแดง ที่ห้องบันทึกเสียงโรงภาพยนตร์เฉลิมไทย เมื่อลาออกไปได้ราว 8 เดือน มีเพลง ลาแล้วจามจุรี อาลัยลา เพลงงอนแต่งามเท่านั้น ส่วนเพลงที่เตรียมไว้จะบันทึกเป็นต้นว่า กล่อมวนา, อกหัก, หวานคำ, วาสิฏฐี ก็ต้องยุติเสียก่อนเพราะมีเหตุขัดข้องของเวลาที่ได้กำหนดไว้
       
        “เรานึกว่า9 เพลงนี่ไม่เกิน 2 ชั่วโมงหรอก เพราะเราเสียงดีอยู่แล้ว ความที่อยากได้เงิน 2 หมื่นบาทนี่แหละ อัดที่ห้องอัดเล็กเฉลิมไทย ดันมาไฟดับเกือบชั่วโมง เลยร้องได้แค่ 3 เพลง อาลัยลา,ลาแล้วจามจุรี ,งอนแต่งามต้องข้ามเพลงไป 6เพลง ในจำนวนนั้นมีเพลงกล่อมวนาและวาสิฏฐีด้วย ครั้นเราจะทู่ซี้อยู่ เดี๋ยวสามีมาพังห้องอัด หรือมาชี้หน้า เราจะเกิดความอาย ก็เลยกลับ เสียดายเพลงกล่อมวนาที่ไม่ได้ร้อง หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ยังพูดเลยว่า ใคร ๆ ก็ร้องสู้ดิฉันไม่ได้”
       
        เพลงกล่อมวนานี่แหละที่เธอค้นพบการใช้ “เสียงสมอง” แทน “เสียงธรรมชาติ” เทรนด์ทุกวัน จนค้นพบเสียงสมอง (ใช้กล้ามเนื้อคอและเพดานอ่อน บังคับลมให้ม้วนเบื้องสูงขึ้นจมูกน้อยๆ แล้วม้วนให้ลมนั้นอ่อนลงสู่เบื้องล่าง เป็นไปอย่างราบเรียบไม่สะดุด) เสียงสมองถ้าร้องดังจะเพราะกว่าเสียงธรรมชาติ
       
        ครั้งที่ 2 – ประมาณปี พ.ศ. 2500 ได้ร้องเพลง “รอยร้าว” หนึ่งเพลง อัดให้ตราเอกชัย ผาสุขในจังหวะวอลซ์ หมายเลขแผ่น AP 10 วงของสุรพล พรภักดี ซึ่งผู้แต่งคือ คุณสุรพบ เป็นศิลปินที่ตาพิการ ได้มาขอให้ช่วยร้องเพราะตั้งใจแต่งเพลงนี้ให้เธอร้องมาแต่แรก
       
        ครั้งที่ 3 - ประมาณปี พ.ศ. 2501 – 2502 ทำแผ่นเสียงตราดอกกุหลาบด้วยตนเอง มีเพลงที่ร้องเองด้วยคือ ดอกราตรี แว่วรักลอยลม ดอกทานตะวัน กอดคุณด้วยใจ รวม 4 เพลง
       
        ครั้งที่ 4 – ประมาณปี พ.ศ. 2502 – 2503 ทำแผ่นเสียงตราดอกกุหลาบออกมาอีกครั้งหนึ่ง เช่นคอยความรัก เป็นต้น
       
        ครั้งที่ 5 – อัดเสียงลงแผ่นสุนทราภรณ์หน้าสีส้ม มีเพลงผู้แพ้รัก เพชรบุรีแดนใจ ดอกฟ้าร่วง และลาแล้วสามพราน แต่เป็นชนิดความเร็ว 45 รอบต่อนาที
       
        ครั้งที่ 6 – บันทึกเสียงให้ “พรพิรุณ” และสถิตภูษา เป็นตราคนคู่ มีเพลง สิ้นรัก แว่วสวาท เดนรัก เป็นต้น
       
        ครั้งที ่7 – แผ่นลองเพลย์ 33 รอบครึ่ง ตราดอกกุหลาบมีสองระยะ แผ่นแรกเป็นการนำเสียงจากแผ่นครั่งเก่ามารวมกับเพลงอัดใหม่ อาทิ เพลงชื่อ ฉันเห็นใจ อีกแผ่นหนึ่งเป็นแผ่นสุดท้ายที่ทำคือ ชุดแผ่นชื่อ รักยิ่งชีพเพลงที่บันทึกมีเพลงรักยิ่งชีพ , ทุเรียนดีดี, น้ำเหนือบ่า (ร้องใหม่), ใจเจ้าเอย มาลัยดอกรัก เป็นต้น เข้าใจว่า บันทึกในราวปี พ.ศ. 2513 – 2514

1 | 2
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สายใยแห่งความผูกพัน "จา - พันนา" หรือจะเป็นเพราะความกตัญญู?
ย้อนรอยเส้นทางรัก "ทาทา ยัง" ก่อนซบอกหนุ่ม "หมอ" (อีกครั้ง)
นานาทัศนะ 7 สาว "G-Twenty" กับผู้ชายหล่อ ผู้ชายรวย และผู้ชายดี
จาก "เคน" ถึง F4 จำกันได้รึเปล่าสุดยอดขวัญใจวัยรุ่นเมื่อ 10 ปีก่อน
"อีเวนต์จับมือ" : เมื่อแฟนคลับได้สัมผัส "ไอดอล"
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 45 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 44 คน
98 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
2 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014