หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ลูกทาส

ลูกทาส ตอนที่ 13 จบบริบูรณ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
25 มีนาคม 2557 18:50 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ลูกทาส ตอนที่ 13 จบบริบูรณ์
        ลูกทาส ตอนที่ 13 (อวสาน) ต่อ
       
       พระยานิติธรรมเล็งปืนไปที่เค้ง แต่ก็ยังช้ากว่าเค้งที่ขว้างกรรไกรขาเดียวกระแทกปืนของเจ้าคุณจนหลุดกระเด็น เจ้าคุณไม่เป็นวิชาการต่อสู้ เลยถูกเค้งใช้วิชามวยจีนเล่นงานทันที
        
       เค้งทั้งเตะต่อย จนเจ้าคุณถอยร่นไม่เป็นกระบวน เค้งม้วนตัวเตะ ต่อยเจ้าคุณจนเลือดกบปาก ร่วงลงกับพื้น
       อ้นกำลังสู้กับพวกอั้งยี่อยู่ พอเห็นเจ้าคุณถูกเล่นงาน ก็เข้าไปช่วยทันที
       อ้นใช้ดาบฟันใส่เค้ง แต่เค้งเก่งกว่าเยอะ พลิกตัวหลบแล้วใช้ฝ่ามือฟาดใส่อ้นจนกระอักเลือด
       ทรุดลงกับพื้น อ้นตะเกียกตะกายมาบังพระยานิติธรรมไว้ ไม่ให้เค้งทำร้ายพระยานิติธรรมธาดา
       เค้งยิ้มเหี้ยม ย่างสามขุมเข้ามาหาทั้งสองคน
       แต่ทันใดนั้น นักเลงที่น้อมจ้างมา ก็บุกตะลุยเข้าใส่พวกอั้งยี่ พร้อมกับส่งเสียงโห่ร้องลั่น พวกนักเลงมีอาวุธครบมือ ร่วมกับพวกทาส เลยช่วยกันสู้กับพวกอั้งยี่ได้อย่างสูสี หลังจากที่พวกทาสเสียเปรียบมาพักใหญ่
       อ้นดีใจมาก
       "พวกนักเลงวัดนามบัญญัติมาช่วยพวกเราตามที่เจ้าแก้วบอกจริงๆด้วยขอรับ"
       เค้งเห็นท่าไม่ดี เพราะพวกนักเลงก็มีฝีมือแถมรวมกับพวกทาสแล้วก็เยอะกว่าพวกตน คงจะฆ่าหมดทั้งเรือนตามแผนไม่ได้แน่
       เค้งหันไปพูดกับพวกอั้งยี่
       "พวกลื้อยันมันเอาไว้ ส่วนพวกลื้อตามอั๊วไปที่ห้องเก็บสมบัติเดี๋ยวนี้"
       เค้งรีบนำอั้งยี่กลุ่มหนึ่งไปทันที พระยานิติธรรมธาดาแม้จะบาดเจ็บ แต่ก็ปล่อยให้เค้งปล้นสมบัติไปไม่ได้
       
       น้ำทิพย์ดิ้นจนหลุดจากผ้าที่มัด แล้วรีบดึงผ้าที่อุดปากออกทันที ก่อนจะวิ่งไปหาแก้ว ที่ถูกยิง
       จนสลบเลือดนองพื้นทั้งน้ำตานองหน้า มาโนชยืนยิ้มสะใจอยู่ใกล้ๆ
       "แก้ว ฟื้นสิแก้ว แก้ว"
       มาโนชหัวเราะสะใจดังลั่น
       น้ำทิพย์หันไปมองมาโนชด้วยความแค้น เกลียดชังสุดๆ
       "ไอ้แก้ว ในที่สุดมึงก็มีวันนี้ วันที่มึงตายด้วยน้ำมือกู ไอ้ลูกทาสเอ๊ย ถ้ามึงอดใจรอให้กูลิ้มชิมรสเสียก่อน กูก็จะคืนน้ำทิพย์ให้มึงเพื่อกินเดนเหลือต่อจากกูอยู่แล้ว มึงไม่น่ารีบร้อนเข้ามาหาที่ตายเลย"
       " แกอย่าได้หวังเลยว่าจะทำลายฉันได้ ฉันยอมตายเสียดีกว่า ที่จะยอมคนอย่างแก"
       มาโนชหัวเราะเยาะเย้ยเสียงดัง
       
       พวกอั้งยี่กำลังใช้ก้อนหิน ทุบทำลายกุญแจที่ล็อกห้องเก็บหีบสมบัติ แต่ทุบเพียงไม่กี่ที กุญแจก็พัง เค้งถีบใส่ประตูห้องเก็บสมบัติจนเปิดออก
       พอเปิดออก ก็เห็นหีบสมบัติวางอยู่ในห้องเต็มไปหมด เค้งพาพวกอั้งยี่เข้ามาขนหีบสมบัติทันที
       -แต่ขณะที่กำลังขนของออกไป ก็เจอพระยานินิติธรรม อ้น และพวกทาส ดักทำร้ายอยู่ที่หน้าห้อง
       ใช้ทั้งดาบทั้งไม้ไล่ฟันไล่ตีพวกอั้งยี่จนบาดเจ็บไป
       เค้งตกใจ จะรีบเข้าไปช่วย แต่พวกทาสรีบดันประตูปิดทันทีไม่ให้พวกอั้งยี่ออกมาจากห้อง
       พวกอั้งยี่ผลักประตูจะออกไป แต่ประตูแคบ ออกได้พร้อมกันไม่เกินสองคน เลยทำให้พระยา
       นิติธรรมกับอ้นดักทำร้ายได้ง่ายๆ ก่อนจะรีบปิดประตูอีก
       เค้งตกใจที่พระยานิติธรรมใช้แผนนี้ ล่อให้พวกตนออกไปทีละคนสองคนแล้วก็ทำร้าย
       เค้งเลยรีบถอยหลังแล้ววิ่งกระโดดกระแทกประตูจนเปิดออก พร้อมกับตัวของเค้งที่หลุดออกมา
       จนพระยานิติธรรมกับอ้นเลยทำร้ายไม่ทัน
       พวกอั้งยี่ก็กรูกันออกมา อ้นเลยต้องหันไปรับมือ ปล่อยให้เค้งใช้วิชามวยจีนสู้กับเจ้าคุณ
       ตัวต่อตัว เจ้าคุณสู้เค้งไม่ได้ โดนเตะต่อย ทำร้ายจนบาดเจ็บไปไม่น้อย
       อ้นรีบเข้าไปช่วย แต่สองรุมหนึ่ง ก็ยังเจอวิชามวยจีนของเค้งทำร้ายจนสะบักสะบอมไปทั้งคู่
       
       น้ำทิพย์กวาดตามองหาช่องทางเอาตัวรอด ไปทางหน้าต่างระเบียง
       "ก็เอาซิ ที่นี่ก็สูงอยู่ กระโดดลงไปเลยสิ จะได้ตายสมใจ แต่ถ้าเก่งแต่ปาก ก็ยอมให้ฉันเชยชมเสีย แล้วฉันจะสงเคราะห์ด้วยการให้เป็นเมียน้อยก็แล้วกัน"
       "ฉันยอมตายเสียดีกว่า"
       ขาดคำ น้ำทิพย์ก็ลุกขึ้นแล้วจะกระโดดลงไปจริงๆอย่างที่มาโนชท้า แต่มาโนชไวกว่า ดึงเธอกลับมาได้
       "คิดว่าฉันจะปล่อยให้ตายง่ายๆรึ ถ้าจะตาย ก็ต้องหลังจากได้ชื่อเป็นเมียฉันแล้วเท่านั้น"
       มาโนชเข้าปลุกปล้ำน้ำทิพย์ทันที น้ำทิพย์กรีดร้องสุดเสียง พยายามสู้เต็มที่ แต่ก็สู้แรงมาโนชไม่ไหว
       ทันใดนั้นเอง แก้วก็ลุกขึ้น กระชากคอมาโนชด้วยมือเดียวออกมา เพราะแก้วถูกยิงที่ไหล่ทำให้ไม่สามารถใช้มืออีกข้างได้ แก้วชกมาโนชเต็มเหนี่ยวจนล้มคว่ำไป ท่ามกลางความตกใจของทุกคน
       
       บนเรือนไชยากร อ้นถูกเค้งม้วนตัวเตะ จนเลือดกบปากล้มลงกับพื้น
       "เจ้าอ้น" เจ้าคุณเรียกอย่างเป็นห่วง
       ขาดคำ เค้งก็เตะจนเจ้าคุณร่วงไปอีกคน แล้วชักกรรไกรขาเดียวออกมา จ้วงแทงพระยานิติธรรมทันที
       เจ้าคุณรีบใช้มือรับกรรไกรขาเดียวไว้ จนถูกคมกรรไกรบาดมือ เลือดไหลอาบ แต่ก็สามารถจับกรรไกรของเค้งไว้ ไม่ให้จ้วงแทงตนได้
       พวกอั้งยี่คอยดูอย่างลุ้นระทึก
       "ยืนดูอะไร รีบขนสมบัติหนีไปสิ อีกเดี๋ยวอั๊วฆ่าพวกมันสองคนเสร็จ ก็จะตามไป" เค้งตะคอก
       พวกอั้งยี่รีบกลับเข้าไปขนสมบัติทันที
       จังหวะนั้นเอง เค้งกดกรรไกรลงไปเรื่อยๆ เจ้าคุณสู้แรงไม่ไหว จนในที่สุด กรรไกรก็ปักลงไปที่หัวไหล่จนพระยานิติธรรมธาดาร้องด้วยความเจ็บปวด
       อ้นที่นอนรวยรินอยู่กับพื้น รีบลุกขึ้น จะใช้ไม้ฟาดไปที่ด้านหลังเค้งทันที แต่เจอเค้งเตะสวนเข้าเต็มหน้าจนอ้นสลบเหมือด
       เจ้าคุณใช้จังหวะนั้นรีบดึงกรรไกรขาเดียวออก แล้วบิดข้อมือเค้งให้กรรไกรในมือเค้งแทงสวนเข้าที่ท้องเค้งเอง จนกรรไกรมิดด้าม
       เค้งตาเหลือกค้าง ก่อนร่างจะค่อยๆทรุดลงไปขาดใจตาย ท่ามกลางความตกใจสุดๆของพวกอั้งยี่ที่เรียก
       " ยี่กอ"
       
       พวกอั้งยี่ขวัญเสียหนัก ตกใจกลัว รีบทิ้งหีบสมบัติแล้วหนีเอาตัวรอดไปทันที พระยานิติธรรมธาดาทรุดลงนั่งอย่างหมดแรง แทบเอาชีวิตไม่รอด

ลูกทาส ตอนที่ 13 จบบริบูรณ์
        ฝ่ายลอย กับเฉียวหู ดวลดาบกันอย่างดุเดือด ผลัดกันรุกผลัดกันรับ เช่นเดียวกับลูกศิษย์หมื่นลพที่ไล่ถล่มพวกอั้งยี่ จนเริ่มแตกพ่ายกันไปทีละคน
        
       ลอยและเฉียวหูสู้กันด้วยเพลงดาบอย่างสูสี ก่อนที่เฉียวหูจะได้โอกาสกระแทกข้อมือลอยจนดาบหลุด
       เฉียวหูฉวยโอกาสไล่ฟันลอย แต่ลอยก็ใช้วิชามวยไทยสู้กับเฉียวหู ก่อนจะกระแทกจนดาบของเฉียวหูหลุดบ้าง
       ลอย เฉียวหู หันมาสู้กันด้วยมือเปล่าระหว่างมวยจีนกับมวยไทย ผลัดกันรุกรับ ต่างฝ่ายต่างโดน
       แต่ก็ไม่มีใครยอมใคร สู้กันได้ซักพัก ลอยก็เริ่มได้เปรียบ ลุยเตะจนเฉียวหูจนถอยกรูด
       เฉียวหูกัดฟันลุยสวน ม้วนตัวเตะเข้าเต็มชายโครงของลอย แต่ลอยยอมโดนเตะ แล้วจับขาเฉียวหูไว้ ก่อนจะใช้แม่ไม้มวยไทย หักขาเฉียวหูทันที เฉียวหูร้องด้วยความเจ็บปวดสุดๆ
       เฉียวหูโดนหักขาร่วงลงไป พยายามกระเสือกกระสนจะลุกขึ้นแต่ก็ไม่ไหว โดนจับตัวเอาไว้ได้
       ส่วนพวกอั้งยี่คนอื่นๆ ก็โดนเล่นงานจนบางคนก็บาดเจ็บ บางคนก็หนีเตลิดไปจนหมด
       
       ห้องชั้นบนในโรงสีข้าว มาโนชโดนแก้วต่อยหน้าจนเลือดกบปาก มาโนชจะยิงแก้วอีก แต่แก้วเข้าไปจับข้อมือบิดจนปืนหลุด
       มาโนชกัดฟันจับไปที่แผลที่โดนยิงของแก้ว แล้วกดสุดแรง แก้วเจ็บปวดต้องปล่อยข้อมือมาโนช ทำให้มาโนชได้โอกาสตีเข่าไปที่ลำตัวของแก้วเข้าไปหลายที ก่อนจะต่อยแก้วจนผงะออกไป
       มาโนชจะเข้ามาหยิบปืน แต่ช้าเกินไป น้ำทิพย์เข้ามาแย่งปืนไว้ได้ก่อน
       "เอามานี่"
       มาโนชกับน้ำทิพย์ต่างฝ่ายต่างยื้อยุดฉุดกระชากแย่งปืนกัน แก้วได้โอกาส เข้าไปล็อกคอมาโนชด้วยแขนข้างเดียว แล้วลากมาโนชออกมาให้พ้นจากน้ำทิพย์ แก้วล็อกแน่น เป็นตายก็ไม่ยอมปล่อย
       มาโนชถอยหลัง เอาตัวของแก้วกระแทกกับที่กั้นระเบียง แต่แก้วก็ไม่ยอมปล่อย มาโนชเลยกระแทกซ้ำอีก ซ้ำอีกๆ กะให้แก้วปล่อยตนให้ได้
       ทันใดนั้น ไม้ที่กั้นระเบียงอยู่ซึ่งไม่แข็งแรงนักก็พังลง ทั้งตัวของแก้วและมาโนช ต่างพลัดตก
       ออกไปทันที
       น้ำทิพย์ตกใจสุดชีวิต
       "แก้ว"
       น้ำทิพย์พุ่งตามไปดูพบว่า แก้วใช้มือข้างที่ไม่โดนยิงเกาะยึดพวกขื่อคานโรงสีเอาไว้ทัน ส่วนมาโนช
       ตกไปตายอนาจที่พื้นเบื้องล่างแล้ว แก้วมีสีหน้าเจ็บปวดทรมานจะไม่ไหวแล้ว น้ำทิพย์รวมแรงที่มีทั้งหมดรีบช่วยดึงแก้วขึ้นมาได้ แก้วและน้ำทิพย์สวดกอดกันเอาไว้แน่น
       น้ำทิพย์ร้องไห้จนตัวสั่นสะท้านสวมกอดแก้วไว้อย่างไม่ยอมปล่อย แก้วเองก็กอดน้ำทิพย์
       ปลอบประโลมเอาไว้
       
       ตำรวจพาน้ำทิพย์ในสภาพอิดโรยเดินกลับขึ้นเรือนมา ไชยากร และนิ่ม รออยู่ด้วยความเป็นห่วง รีบเข้าไปหาน้ำทิพย์ทันที น้ำทิพย์น้ำตาคลอ เข้าไปกอดพ่อทันที
       "คุณพ่อ"
       ไชยากรห่วงลูกสุดๆ
       "ขวัญเอ๋ยขวัญมานะลูก เป็นยังไงบ้าง"
       น้ำทิพย์น้ำตาคลอ
       "ลูกปลอดภัยดีค่ะ แล้วคุณพ่อกับแม่นิ่มเป็นอย่างไรบ้างคะ"
       "ก็โดนทำร้ายเจ็บตัวอยู่บ้าง แต่ไม่เป็นอะไรมากดอก เพียงแต่..."
       ไชยากรหน้าเสียไม่สบายใจที่เรือนถูกปล้น น้ำทิพย์เห็นสีหน้าพ่อ ก็สังหรณ์ใจ
       "เกิดอะไรขึ้นคะ"
       "พวกอั้งยี่มันบุกเข้ามาปล้นค่ะ แต่ท่านเจ้าคุณนิติธรรม กับคนของแม่ฉันมาช่วยเอาไว้ทัน มันเลยเอาทรัพย์สมบัติไปไม่ได้" นิ่มบอกแต่หน้าเสียสงสารบ่าวไพร่สุดๆ
       "แต่ก็ต้องมีคนมารับเคราะห์ ทั้งตายทั้งบาดเจ็บอยู่หลายคนเหมือนกัน"
       น้ำทิพย์หน้าถอดสี คิดไม่ถึงว่าทางบ้านจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น
       "แล้วน้องล่ะคะ"
       "พอพวกโจรบุกขึ้นมา นมอ้อนก็รีบพาไปซ่อนตัว ปลอดภัยดีทุกอย่างค่ะ"
       น้ำทิพย์ถอนใจโล่งอกไปได้บ้าง
       ไชยากรแค้นมาก หันไปถามตำรวจที่มาส่งน้ำทิพย์
       "แล้วตกลงรู้ตัวไอ้คนบงการแล้วหรือไม่"
       ตำรวจหน้าเสียบอก
       "รู้แล้วขอรับ คนบงการก็คือคุณมาโนช หลานชายของท่านเจ้าคุณขอรับ"
       ไชยากรตกใจมาก พูดอะไรไม่ออก
       "พี่มาโนชร่วมมือกับพวกอั้งยี่มาฉุดลูกค่ะ โชคดีที่แก้วตามมาช่วยเอาไว้ได้ทัน แต่แก้วก็ถูกยิงบาดเจ็บ ตอนนี้หมอกำลังผ่าเอากระสุนออกอยู่ค่ะ ส่วนพี่มาโนช ตายแล้วค่ะ"
       ไชยากรหน้าเสียขึ้นไปอีก ที่รู้ข่าวการตายของมาโนช
       "เวรกรรมแท้ๆเลย ...ท่านเจ้าคุณก็เหลือเกิน นี่ถ้าเชื่อที่แก้วมาเตือนตั้งแต่ต้น ก็คงไม่ต้องสูญเสียกันขนาดนี้ดอกค่ะ" นิ่มบอก
       
       ไชยากรนิ่งขรึมไป กระอักกระอ่วนใจ รู้สึกกว่าเรื่องนี้คงต้องรับผิดอยู่ไม่น้อยจริงๆ ที่ไม่เชื่อคำพูดของแก้ว

ลูกทาส ตอนที่ 13 จบบริบูรณ์
        เวลาเช้า บริเวณลานกว้างหน้าเรือนไชยากร พวกทาสหญิงกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น ต่อหน้าไชยากร นิ่ม น้อม อบเชย และอ้อน อ้อนร้องไห้ สงสารพวกทาส
       
       "พวกผู้หญิงหลบซ่อนทัน จึงไม่มีใครเป็นอะไรเจ้าค่ะ แต่พวกผู้ชาย ถูกฆ่าไปถึงสิบห้าคน ที่เหลือก็บาดเจ็บมากบ้างน้อยบ้างกันถ้วนทุกคน"
       "เพราะพวกทาสช่วยกันปกป้องเรือนไว้ ถึงได้เจ็บตายกันถึงเพียงนี้ ถ้าต่างคนต่างหนีเอาตัวรอด ก็คงไม่เป็นอย่างนี้ดอก" อบเชยว่า
       ไชยากรหน้าเครียดๆสั่ง
       "แม่นิ่ม เป็นธุระจัดงานศพให้คนที่ตายด้วย แลให้เงินทำขวัญพวกทาสทุกคน อย่าให้ขาดตกบกพร่องล่ะ"
       "ค่ะ ฉันจะทำอย่างดีที่สุดค่ะ"
       น้อมไม่อยากเชื่อหูตัวเอง อดแดกดันไม่ได้
       "อุ๊ย ใจกว้างขนาดนี้เชียว ทุกทีเห็นรังเกียจพวกทาสยังกะอะไรดี ตอนนี้กลับมาเห็นค่าแล้วรึ"
       น้อมชายหางตาค้อนใส่ไปมา ไชยากรหน้าบึ้งตึง เดินเลี่ยงไปทันที นิ่มอ่อนใจสุดๆ
       "แม่ มีคนบาดเจ็บล้มตายขนาดนี้ ยังจะแขวะท่านเจ้าคุณอีกรึ"
       น้อมทำท่าจะเถียง แต่พอเหลือบเห็นทุกคนมองมาที่ตนเป็นตาเดียว ด้วยสายตาเชิงตำหนิ เลยทิ้งค้อน แต่ก็ไม่พูดอะไรอีก นิ่มมองตามสามีด้วยสายตาสงสาร เห็นใจ
       
       ภายในบ้านเช่า แก้วยันกายลุกขึ้นนั่ง ทั้งๆที่บาดเจ็บ ด้วยสีหน้าตื่นตกใจ ไม่อยากเชื่อสายตา
       "ท่านเจ้าคุณ"
       ไชยากรยืนมองแก้ว ที่นอนพักรักษาตัวอยู่
       " นี่ท่านเจ้าคุณมาได้อย่างไรกันขอรับ แล้วท่านเจ้าคุณมาคนเดียวหรือขอรับ"
       ไชยากร หน้าบึ้งตึงอยู่
       "แล้วเอ็งเห็นคนอื่นมากับข้าด้วยหรือไม่เล่า ถามโง่ๆ"
       แก้วหน้าเสีย
       "ท่านเจ้าคุณมีอะไรจะใช้กระผมหรือขอรับ"
       ไชยากรท่าทางหยิ่งไว้ตัว
       "ได้ยินว่าเอ็งถูกยิงบาดเจ็บ ข้าก็เลยมาเยี่ยม"
       แก้วยกมือไหว้
       "ขอบพระคุณขอรับ เมื่อคืนหมอผ่าเอากระสุนออกให้แล้ว แต่กระผมสลบ เพิ่งฟื้นเมื่อรุ่งสางนี่เองขอรับ ตอนนี้ยังปวดแผลอยู่ แต่ก็ดีขึ้นมากแล้วขอรับ"
       ไชยากรพยักหน้ารับ
       "ถ้าเอ็งขาดเหลือเงินทองค่ารักษา ก็บอกข้ามา ข้าจะให้ ถือว่าข้าขอบใจเอ็ง ที่เอ็งเคยเตือนข้าเรื่องพ่อมาโนช"
       ไชยากรชี้หน้า แก้ว แล้วพูดต่อ
       "แต่เอ็งอย่าได้คิดเป็นอันขาด ว่าข้าทำดีกับเอ็งแล้ว เอ็งจะตีตัวขึ้นมาเสมอข้าได้"
       " กระผมไม่เคยคิดตีตัวเสมอท่านเจ้าคุณเลย ที่กระผมเพียรพยายามอยู่ทุกวันนี้ ก็เพื่อแสดงให้เห็น ว่าถึงแม้ กระผมจะเกิดมาเป็นทาสแต่ใจกระผมมิได้เป็นทาสด้วย วันหนึ่งที่มีโอกาส กระผมก็สามารถได้ดีเช่นคนอื่นที่เกิดมาเป็นไทได้เช่นกัน"
       ไชยากรยิ้มมุมปาก หมั่นไส้
       "เอ็งพูดเช่นนี้ คงแค้นเคืองที่ข้าเคยกดหัวเอ็งสินะ แล้วเหตุใดไม่ล้างแค้นเสียเลยเล่า เพราะนางกิ่งแม่เอ็ง ก็ตายเพราะข้า"
       แก้วก้มลงกราบเท้า ไชยากรตกใจ คิดไม่ถึง
       "กระผมไม่เคยลืม ว่าหากท่านเจ้าคุณมีเมตตาสักเพียงนิด แม่ของกระผมก็คงไม่ตาย แต่กระผมก็ไม่เคยลืมอีกเช่นกัน ว่าท่านเจ้าคุณเลี้ยงดู ให้ข้าว ให้น้ำแลหยูกยารักษายามเจ็บไข้ แก่พ่อแม่แลตัวกระผม กระผมจึงไม่เคยคิดแค้นท่านเจ้าคุณเลย ขอท่านเจ้าคุณ อย่าได้คลางแคลงใจไอ้แก้วในข้อนี้อีกเลยขอรับ"
       ไชยากรเห็นแก้วพูดจากใจจริง ไม่โกรธเคือง ก็ขบกรามแน่น ไม่พูดอะไร ก่อนจะเดินลงจากเรือนไป
       แก้วแปลกใจ ไม่รู้ว่าไชยากรคิดอะไรอยู่กันแน่
       
       บรรยากาศในกระทรวงยุติธรรม มีข้าราชการมาทำงานมากมาย บุญเจิมยื่นจดหมายฉบับหนึ่ง ให้ข้าราชการคนหนึ่งรับไป
       "พี่แก้วให้ฉันมายื่นจดหมายลาให้พระคุณเจ้าค่ะ"
       ข้าราชการ 1ยิ้มแย้ม
       "ข่าวเรื่องเสมียนแก้วสู้กับพวกอั้งยี่ โด่งดังไปทั่วพระนคร ถึงไม่ส่งจดหมายลา ฉันก็ต้องให้หยุดพักรักษาตัวอยู่แล้ว เอ่อ แล้วหล่อนชื่ออะไรล่ะ ถ้าเจ้านายฉันถาม ว่าใครเป็นคนมาส่งจดหมายลา ฉันจะได้กราบเรียนท่านถูก"
       "ฉันชื่อบุญเจิมเจ้าค่ะ"
       ข้าราชการ 1 หน้าเจื่อนไปทันที พอจะรู้เรื่องของบุญเจิมอยู่บ้าง เลยรีบพยักหน้าแล้วเดินเลี่ยงไปทันที
       บุญเจิมมองตามแบบงงๆ ขณะกำลังจะเดินกลับ ก็มีข้าราชการสองคนเดินคุยผ่านมา
       ข้าราชการ 2
       "พวกอั้งยี่มันร้ายกาจออกจะตาย เสมียนแก้วยังกล้าต่อกรด้วย คนกล้าอย่างนี้ ภายหน้าต้องได้เป็นใหญ่เป็นโตแน่"
       ข้าราชการ 3
       "กล้าก็จริง แต่ดันมีเมียเป็นพวกขี้คุกเสียได้ แล้วใครจะไว้ใจให้ทำเรื่องสำคัญกัน ฉันว่าเป็นเสมียนไปจนตายนั่นแหละ"
       
       บุญเจิมได้ยินเต็มสองหู ทั้งเสียใจ ทั้งสงสารแก้วสุดๆ ที่ตนกลายเป็นตัวถ่วงความเจริญของแก้ว

ลูกทาส ตอนที่ 13 จบบริบูรณ์
        เวลาบ่าย ภายโบสถ์ในวัดแห่งหนึ่ง บุญเจิมกำลังนั่งพับเพียบร้องไห้สะอึกสะอื้น พร้อมกับพูดคุยกับพระพุทธรูปที่ใส่อัฐิของคอก
       
       "ข้าควรจะทำอย่างไรดีไอ้คอก ยิ่งข้าอยู่ ก็ยิ่งฉุดให้พี่แก้วตกต่ำลง แต่ข้าจะไป พี่แก้วก็ไม่ยอม ข้ารู้ ว่าพี่แก้วติดค้างหนี้น้ำใจข้า แต่ข้าก็ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนทำลายความเพียรของพี่แก้วเลย ข้าไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้ว เอ็งช่วยบอกข้าทีเถิด"
       บุญเจิมสีหน้าอัดอั้นตันใจน้ำตาไหลพรากๆ เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็จนปัญญาจะแก้ไขได้แล้ว
       ขณะนั้นเอง เสียงพระสงฆ์รูปหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
       "ไม่มีใครตอบสีกาได้ดอก"
       บุญเจิมหันกลับไป เห็นพระภิกษุวัยกลางคนรูปหนึ่ง กำลังยืนมองตนอยู่ เธอเช็ดน้ำตาแล้วพนมมือ "ทำไมหลวงพ่อพูดอย่างนั้นล่ะเจ้าคะ"
       "เพราะทุกข์ของสีกา เกิดจากใจของสีกาเอง ถ้าจะดับก็ต้องดับที่ใจของสีกา ไม่ใช่ถามคนอื่นหรือถามพระพุทธรูป"
       "อีชั้นเป็นคนโง่เขลา ถ้าจะให้ดับทุกข์ที่มีด้วยตัวของตัวเอง คงทำไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ หลวงพ่อเมตตาชี้ทางให้อีชั้นด้วยเถิดเจ้าค่ะ"
       พระยิ้มบางๆ
       "อาตมาเองก็ช่วยสีกาไม่ได้ดอก แต่ธรรมะของพระพุทธองค์ทรงสอนไว้ว่า ให้พิจารณาว่าเหตุแห่งทุกข์นั้นว่าเกิดจากอะไร แล้วใช้ปัญญาของตัวเอง แก้ไขที่เหตุนั้น โยมลองพยายามดูก่อนเถิด"
       บุญเจิมนิ่งคิดตามที่พระภิกษุสอน ค่อยๆคิดทบทวนไปทีละน้อย
       
       น้อม และอบเชย ยกสำรับอาหารเย็นมาให้แก้วที่บ้านเช่าตอนหัวค่ำ โดยมีน้ำทิพย์ และอ้อน
       กำลังช่วยดูแลให้แก้วลุกขึ้นนั่งทานอาหาร
       "นี่ถ้าพวกฉันไม่แวะมาเยี่ยม พ่อแก้วมิต้องอดข้าวเย็นดอกรึ นังบุญเจิมนี่ไว้ใจไม่ได้เลยจริงๆ"
       น้อมทิ้งค้อนอย่างหงุดหงิด แก้วหน้าเครียด
       "แต่กระผมเป็นห่วงนังเจิมมันมากกว่านะขอรับ จนป่านนี้แล้วยังไม่กลับอีก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น"
       "ไม่มีอะไรดอก พอเอาจดหมายไปส่งให้แก้วเสร็จ ก็คงไปเลือกซื้อของเพลิน จนมืดค่ำเท่านั้นเอง" อบเชยบอก
       "แต่นังเจิมมันไปตั้งแต่เที่ยงแล้วนะแม่อบเชย ถ้าจะเลือกซื้อของอะไร ก็น่าจะกลับได้แล้ว" แก้วว่า
       น้ำทิพย์ไม่สบายใจ
       "หรือว่าบุญเจิมจะหนีไปอีกจ๊ะ"
       น้ำทิพย์เหล่มองนมอ้อนที่ชักร้อนตัว
       "นมไม่เกี่ยวนะคะคุณน้ำทิพย์ นมสัญญาแล้ว ว่าจะไม่พูดจาว่าร้ายนังบุญเจิมอีก นมก็ไม่ทำจริงๆเจ้าค่ะ"
       "ถ้าอย่างนั้น แก้วรออีกซักพักก่อนแล้วกันนะจ๊ะ ถ้าบุญเจิมยังไม่กลับมา ฉันจะให้คนออกตามหาให้"
       "ขอรับ"
       แก้วสีหน้าเครียดกังวล ห่วงบุญเจิมว่าจะมีอันตรายหรือไม่ก็หนีไปอีก
       
       ผ่านเวลาหลายวัน ในสถานที่ต่างๆ อบเชยกำลังเดินตามหาบุญเจิมอยู่ในตลาด เจอพ่อค้าแม่ค้าคนไหนก็เข้าไปถาม แต่ก็ไม่มีใครเห็นบุญเจิมเลย อบเชยไม่ย่อท้อออกตามหาต่อไป, น้อมกำลังคุยกับตำรวจ 2 นายเพื่อให้ช่วยตามหาบุญเจิม บอกรูปพรรณสัณฐานบุญเจิม น้อมเห็นตำรวจหนุ่มหน้าตาดีก็มีมือไม้ถึงตัวบ้างตามนิสัย, ตอนกลางคืน เห็นน้ำทิพย์กำลังสอบถามพวกทาสที่ส่งไปตามหาบุญเจิม แต่ก็ไม่มีใครเจอ
       จนน้ำทิพย์หน้าเสียเพราะห่วงบุญเจิม, ตอนกลางวัน น้ำทิพย์ออกตามหาบุญเจิมด้วยตนเองที่ย่านร้านค้า มีบ่าวติดตามมาด้วย แต่ก็ไม่มีใครเห็นบุญเจิมเลย น้ำทิพย์ได้แต่ถอนใจออกมาอย่างจนใจ ไม่รู้จะไปตามหาที่ไหนแล้ว
       
       เช้าวันหนึ่ง น้ำทิพย์ประคองแก้วเดินมาที่บริเวณวัด
       "ฉันก็ส่งคนออกตามหาแล้ว แก้วไม่เห็นต้องมาด้วยตัวเองเลย ยังบาดเจ็บอยู่แท้ๆน่าจะพักฟื้นอยู่ที่เรือน"
       "กระผมร้อนใจขอรับ คงรอฟังข่าวอยู่ที่เรือนไม่ได้ดอกขอรับ แลที่วัดนี้ ยังเป็นที่ไว้อัฐิไอ้คอกด้วย นังเจิมอาจจะมาที่นี่ก็เป็นได้"
       
       ขณะนั้นเอง แก้วและน้ำทิพย์ก็เหลือบเห็นอุบาสิกาคนหนึ่ง กำลังกวาดลานวัดอยู่
       "ลองถามอุบาสิกาท่านนั้นดูก่อนเถอะ"
       แก้ว และน้ำทิพย์รีบเดินเข้าไปหา
       "อุบาสิกาขอรับ"
       อุบาสิกาหันกลับมา ปรากฏว่าเป็นบุญเจิมที่สวมชุดอุบาสิกา นุ่งขาวห่มขาวแล้วนั่นเอง น้ำทิพย์ตกใจมาก นึกไม่ถึง
       "บุญเจิม"
       แก้วตกใจมาก นึกไม่ถึง
       "เกิดอะไรขึ้น ทำไม"
       บุญเจิมน้ำเสียงนิ่ง สงบ
       "นี่คงมาตามหาฉันล่ะสิ ขอโทษด้วยนะที่ทำให้เป็นห่วง เมื่อคืน ฉันอยู่ที่วัดทั้งคืน เพิ่งปลงตกคิดได้เมื่อรุ่งสางนี่เอง ก็เลยตัดสินใจถือศีล หากมีวาสนา ก็จะได้บวชในภายภาคหน้า"
       แก้วและน้ำทิพย์อึ้งๆ ชำเลืองมองหน้ากันเล็กน้อย
       " นี่ก็กะว่าสายๆจะกลับเรือนไปบอกอยู่พอดี"
       แก้วไม่สบายใจมาก
       "เป็นเพราะข้าใช่หรือไม่ เพราะเอ็งเกรงว่าจะเป็นตัวถ่วงข้า แต่จะหนีไปอีก ข้าก็ไม่ยอม จึงตัดสินใจทำเช่นนี้"
       "แรกเริ่มเดิมทีก็เป็นเช่นนั้น แต่หลังจากฉันปลงตกใจ ฉันก็สงบลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แลฉันก็อยากถือศีล อุทิศส่วนกุศลให้กับคอกด้วย หากเป็นไปได้ ฉันก็อยากรับใช้บวรพระพุทธศาสนาตลอดไป"
       
       แก้วและน้ำทิพย์ค่อยๆยกมือไหว้ อนุโมทนาหนทางบุญของบุญเจิม
        
       อ่านต่อหน้า 4

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ลูกทาส ตอนที่ 13 จบบริบูรณ์
ลูกทาส ตอนที่ 12
ลูกทาส ตอนที่ 11
ลูกทาส ตอนที่ 10
ลูกทาส ตอนที่ 9
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 46 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 46 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015