หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ คุ้มนางครวญ

คุ้มนางครวญ ตอนที่ 12

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
8 กุมภาพันธ์ 2557 16:13 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
คุ้มนางครวญ ตอนที่ 12
        คุ้มนางครวญ ตอนที่ 12 (ต่อ)
       
       บ้านเรือนในหมู่บ้านข่าระแด เป็นเรือนยาวยกพื้นสูง โครงเรือนสร้างจากไม้ไผ่ลำโต มุงฝาและหลังคาด้วยใบไม้ ใบหญ้า ตัวเรือนนั้นมีขนาดยาวมาก เพราะเป็นที่อยู่ของทุกคนในหมู่บ้าน ด้านหน้าเรือนเป็นลานกว้าง ก่อกองไฟใหญ่ไว้ และมีคบไฟรายรอบหมู่บ้าน
       
       โดยในขณะนั้นพวกข่าระแดทั้งชายหญิง 30 คนมาชุมนุมกันโดยพร้อมเพรียง ข่าระแดเพศหญิงนั้นแทบไม่แตกต่างจากเพศชาย แต่ที่คอมีสร้อยลูกปัดเป็นแผงใหญ่กว่าปิดบังทรวงอกไว้
       
       กรงไม้ซึ่งสร้างขึ้นหยาบๆ มีลักษณะต่ำเตี้ย ดารารายและหลวงเทพภักดีถูกมัดมือเท้า นั่งเหยียดขาอุดอู้อยู่ในกรงนั้น
       “พวกมันประชุมกันอยู่ เจ้ารู้ไหมว่ามันว่าอะไร”
       “มันพูดภาษามัน ฟังดูคล้ายภาษาเม็ง”
       “นั่นซี ว่ายังไง”
       “ข้าไม่รู้ภาษาเม็ง ข้าจะรู้เรื่องได้อย่างไร”
       “อ้าว ก็เห็นเจ้าเป็นหลานจอมพราน รู้ดี รู้ทุกเรื่องไง”
       ดารารายตาเขียวใส่
       “ใช่แล้ว ข้ารู้ทุกเรื่อง ข้ารู้ว่าถ้าเจ้าไม่ขี้คร้าน ซักเลือดผีขาเดียวออกให้หมด เราก็ไม่ถูกกล่าวโทษแบบนี้”
       “ไม่เห็นต้องกลัว เราเลือดสีแดง มิใช่เขียว พิสูจน์ง่ายนิดเดียว” หลวงเทพว่า
       “ใช่ พอมันเชือดคอเจ้าเมื่อใด มันก็รู้แล้วว่ามิใช่”
       หลวงเทพงง “ทำไมต้องเชือดคอข้า”
       “ก็ที่ข้ารู้มา พวกข่าระแด กินเนื้อคนเป็นอาหาร”
       หลวงเทพสะดุ้งเฮือก ทันใดชาวป่าบ้ายอกับสมุน 3-4 คนก็มาถึง เปิดกรงดึงดารารายและหลวงเทพออกมา ทั้งคู่ดิ้นรน
       
       ต่อมาหลวงเทพและดารารายถูกผลักให้คุกเข่าลงบนพื้น พวกข่าระแดจ่อแหลนคุมเชิง ในลาน บรรดาข่าระแดส่งเสียงอื้ออึง
       หลวงเทพและดารารายเงยหน้าดู เห็นตรงหน้ามีเก้าอี้ไม้สูง มีหัวหน้าเผ่าข่าระแดนั่งอยู่ ที่คอมีลูกปัดและเขี้ยวสัตว์หลายอัน มีเขี้ยวสัตว์อันหนึ่งใหญ่กว่าเขี้ยวสัตว์อันอื่น
       ชาวป่าบ้ายอเอาแหลนตีก้นหลวงเทพเบาๆ แล้วเดินไปยืนใกล้หัวหน้าเผ่า
       หลวงเทพกระซิบถามดาราราย “มันจะทำอะไรเรา”
       “คงจะตกลงกันว่าจะต้มหรือย่างเจ้าดี”
       หัวหน้าเผ่ามองดูหลวงเทพและดาราราย ชาวป่าบ้ายอเข้าไปพูดรายงานกันเบาๆ แล้วหันมา
       “พวกเจ้ามีเลือดผีขาเดียวติดตัว แก่บ้านให้ทดลองว่าเจ้าเป็นพวกมันหรือไม่”
       ดาราราย หลวงเทพ มองหน้ากัน
       “ทดลองอะไร”
       หัวหน้าเผ่าปลดเขี้ยวสัตว์ใหญ่ ชาวป่าบ้ายอรับมา แล้วออกคำสั่ง สมุนข่าระแด 6-7 คนเข้าจับดาราราย หลวงเทพ ให้ยืดตัวตรง โดยยังคุกเข่า
       ส่างจ้อยบอก “เขี้ยวเสือไฟไล่ผีได้”
       ดารารายทวนคำ “เขี้ยวเสือไฟ”
       ส่างจ้อยเอาเขี้ยวเสือไฟทาบหน้าผากหลวงเทพ หลวงเทพสะดุ้ง ส่างจ้อยสะดุ้งตาม ชาวป่าข้างหลังก็กลัวๆ ขยับถอย หลวงเทพยิ้ม ส่างจ้อยกล้าๆกลัวๆ
       “เจ้าไหวตัวทำไม”
       “ก็เขี้ยวเสือไฟเจ้าเย็นเฉียบ”
       ดารารายส่ายหัวอ่อนใจ ส่างจ้อยเอามาทาบหน้าผากดารารายบ้าง ดารารายยิ้มละไม ชาวป่าทุกคนร้องฮือฮา มีท่าทางคลายใจลง
       หัวหน้าเผ่าพูดเบาๆ ส่างจ้อยถ่ายทอดคำพูด
       “แก่บ้าน ถามเจ้า ไยมีเลือดผีขาเดียวติดตัว”
       “โธ่ ทำไมไม่ถามกันแต่แรก”
       ดารารายหันไปถลึงตาใส่กระซิบบอก
       “เจ้าเงียบไว้ ข้าพูดเอง” แล้วดารารายหันไปทางส่างจ้อย “ท่านผู้นี้คือครูบาภักดิ์ เป็นหมอยา หมออาคม”
       หลวงเทพสะดุ้งนิดๆ ดารารายจ้อต่อ
       “ท่านครูตามล่าผีขาเดียว ฆ่ามันไปหลายตัว จนเลือดมันติดตัว”
       ส่างจ้อยหันไปพูดกีๆกูๆ หัวหน้าเผ่าพูดตอบ มีท่าทีดีใจ ชาวป่าอื่นๆดูคลายใจหมด
       “ครูบาเจ้า ไล่ผีได้หรือไม่”
       “ย่อมได้”
       ส่างจ้อยบอก “ตามข้ามา”
       
       ภายในเรือนยาวมีห้องไม้ไผ่ห้องหนึ่ง กลางห้องมีแคร่วาง ในห้องมีการตกแต่งบางอย่างด้วยดอกไม้ร้อย ของกระจุกกระจิกอย่างห้องผู้หญิง
       หลวงเทพ ดารารายเข้ามา ส่างจ้อยเดินตาม หัวหน้าเผ่ายืนอยู่ใกล้แคร่ บนแคร่ปูหนังสัตว์ มีสาวน้อยถูกมัดมือมัดเท้าตรึงไว้กับแคร่ ตัวสั่นเทา ตาปิดเพ้อไม่ได้สติ มีหญิงสาวใหญ่นั่งดูแลแบบกลัวๆ หัวหน้าเผ่ากับเมียมีท่าทีเป็นทุกข์
       ส่างจ้อยมองดูหญิงสาวอย่างห่วงใย
       “ลูกสาวแก่บ้าน ถูกผีเข้า เขี้ยวเสือไฟไล่ไม่ออก เจ้าช่วยได้หรือไม่”
       หลวงเทพอึกอัก ดารารายรุนหลัง เข้าไปดูใกล้ๆ กระซิบบอก “เจ้านั่งลงดูซิ”
       หลวงเทพนั่งลงเก้ๆ กังๆ เอามืออังหน้าผาก แล้วสะดุ้ง
       “ตัวร้อนเป็นไฟเลย”
       ส่างจ้อยตาโต ออกอาการหวงแหน “ทำไมต้องจับตัว”
       ดารารายอธิบาย “ท่านครูคือพรตพรหมจรรย์ ไม่นับเป็นชาย ไม่มีอันใดดอก”
       หลวงเทพอึ้ง หันมา “เจ้าพูดอะไร”
       ส่างจ้อยยังคงฮึดฮัด หัวหน้าเผ่าถาม ส่างจ้อยแปล
       “แก่บ้านถามว่า เจ้าไล่ผีได้หรือไม่”
       หลวงเทพ ได้แต่ “เอ้อ อ้า...” ไป
       ดารารายตอบแทน “ย่อมได้...เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”
       หลวงเทพมองหน้าดาราราย
       “ท่านครูจะอ่านมนต์ขับผีอยู่ที่นี่ ส่วนข้าจักไปเก็บว่านยามาทำพิธี ใช่หรือไม่ ท่านอาจารย์”
       หลวงเทพตาเหลือก กลัวดารารายใช้ลูกเล่นหนีไปคนเดียว ฝืนใจพูด
       “ใช่แล้ว”
       หลวงเทพดึงดารารายมากระซิบ “นี่เจ้าจะลูกเล่นหนีไปล่ะซี”
       “แล้วเจ้าจะทำไม”
       “เจ้าหนีไปเถิด ไม่ต้องเป็นห่วงข้า ไว้ข้าจะหาหนทางเอง”
       ดารารายอึ้ง มองหลวงเทพอย่างผิดคาด “หากเจ้าหามิได้เล่า”
       “ถ้าเช่นนั้น ข้าไม่ถูกต้ม ก็คงถูกย่าง”
       ดารารายมองหลวงเทพ แล้วลุกขึ้นออกไปกับส่างจ้อย หลวงเทพมองตาม
       
       เรือนยาวข่าระแดในเวลายามสายของวันต่อมา แลเห็นสาวน้อยข่าระแดในแคร่ไม้ไผ่หยุดสั่นเทาแล้ว นางแม่นั่งบีบเท้าลูกอย่างห่วงใย
       โดยที่กลางห้อง หลวงเทพภักดีนั่งขัดสมาธิ หลับตา พนมมือ สวดพึมพำไม่เป็นภาษาอยู่
       ผ่านไปครู่หนึ่งหลวงเทพก็ค่อยๆ หรี่ตาดู นางแม่นั่งพิงฝาหลับอยู่
       หลวงเทพลืมตาโพลง ค่อยๆเอามือจับขาที่เป็นเหน็บออก แล้วลุกขึ้นย่องกริบออกมา
       เมื่อถึงประตู หัวหน้าเผ่าก็สวนเข้ามา กับลูกบ้านถือแหลน 2 คน หลวงเทพสะดุ้ง หัวหน้าเผ่าพูดรัวๆถาม
       หลวงเทพทำทรงภูมิธรรม สุขุมคัมภีรภาพชี้มือไปบนฟ้าพูดส่งเดช
       “ตะวันเริ่มสูงแล้ว จงเปิดช่องให้แสงเข้ามา”
       หลวงเทพทำท่าเปิดประตู และชี้ไปที่แผงหน้าต่าง หัวหน้าเผ่าพยักหน้า ให้ลูกบ้านทำตาม
       หลวงเทพทำเดินสงบมานั่ง พนมมือ สวดมนต์ต่อ ถอนใจเฮือกแล้วหลับตาลง
       
       หลวงเทพยังคงนั่ง แต่ตัวโงก สัปหงก มีเงาร่างคนมาบังแสง หลวงเทพผวาลืมตาขึ้น เห็นดารารายคุกเข่าอยู่ตรงหน้า ในมือมีชามดิน มีน้ำคั้นเขียวข้นคลั่ก แถมดารารายยักคิ้วให้
       “เจ้า! เจ้ากลับมาทำไม”
       ดารารายถลึงตา หลวงเทพมองดูรอบๆ เห็นส่างจ้อย หัวหน้าเผ่า นางแม่ และ 2 ลูกบ้านอยู่กันครบ ส่างจ้อยมองจับสังเกตจ้องตาเขม็ง
       “ท่านให้ข้าไปเก็บว่านยามาทำพิธี ข้าได้มาแล้วท่านครู”
       ดารารายยกชามดินมาส่งให้ หลวงเทพรับมางงๆ
       “ท่านจงเสกเป่าอาคมแล้วเอาไปป้อนนางเถิด”
       หลวงเทพรับมุก ทำเป็นสำรวมจิตเป่าพรวด แล้วลุกขึ้นเซแซดๆ เพราะเป็นเหน็บอีก ดารารายคว้าไว้ พาเดินไปที่เตียง นั่งลง
       ส่างจ้อยก้าวมาขวาง พูดด้วยความเป็นห่วงสาวน้อยเกินควร
       “จะทำอันใดอีก”
       “ป้อนว่านยาเสกให้นาง ผีป่าจักออกจากตัว” ดารารายบอกกับหลวงเทพ “ป้อนเลยท่านครู”
       หลวงเทพพยักหน้า นางแม่ประคองลูกสาวขึ้น หลวงเทพกรอกยาลงคอไป
       
       หลวงเทพและดารารายนั่งกินอาหารและน้ำอยู่ที่นอกชานเรือน ในชามดินตรงหน้า มีเนื้อสัตว์ย่าง เผือกมันเผากับน้ำผึ้ง
       มีบรรดาสาวๆข่าระแด ทาหน้าหลากสี เอาพวกลูกไม้ป่าสุกมาเพิ่ม พลางหัวเราะคิกคัก ส่างจ้อยอยู่กับลูกบ้านถือแหลน 4 คนตวาด บรรดาสาวๆหน้าม่อย หลบไปในเรือน หลวงเทพพูดถามเบาๆ
       “เจ้ากลับมาทำไม”
       “ข้าเป็นทายาทจอมพราน ย่อมไม่ทิ้งเพื่อน”
       หลวงเทพยิ้มเป็นนัย “แต่ข้าอยากเป็นเพื่อนร่วมสุขกับเจ้า มิใช่เพื่อนร่วมตายแบบนี้”
       ดารารายหน้าตึงใส่ แต่ดวงตากลับยิ้มเป็นประกาย
       “พูดเรื่องเป็นเรื่องตายอันใด”
       หลวงเทพกระซิบ “พอพวกมันจับได้ว่าเราเป็นหมอผีปลอม มันคงจับเรากินแน่”
       “ภูตผีอันใด ข้าดูแล้ว ลูกสาวแก่บ้านเป็นไข้ป่า มิใช่ถูกผีเข้า”
       “แล้วว่านยานั่น”
       “คือยารักษาไข้ป่า มีสรรพคุณชะงัดนัก”
       หลวงเทพยิ้มแป้น “เจ้านี่สมกับเป็นทายาทจอมพรานจริงๆ”
       จู่ๆ มีเสียงร้องไห้โฮออกมาจากในเรือน เป็นเสียงนางแม่กับสาวๆเมื่อครู่ หลวงเทพกับดารารายหน้าซีด ถือของกินค้าง ส่างจ้อยคำรามตาขวาง
       “นางตายแล้ว เจ้าต้องตายตามนางไป”
       ส่างจ้อยเอาแหลนจ่อคอหลวงเทพ ลูกบ้านอีก 4 คนก็ยื่นแหลนมาจ่อ หลวงเทพ ดาราราย
       หลวงเทพ ดาราราย หน้าซีด
       นางแม่น้ำตาอาบแก้มโผล่มาพูดรัวเร็ว มีสาว 2 นางปาดน้ำตาป้อยๆ มาพยักพเยิด ส่างจ้อยยืนตะลึงแล้วยิ้ม ลดแหลนลง
       หลวงเทพและดารารายยังงงๆ
       หัวหน้าเผ่าประคองลูกสาวเดินออกมาจากช่องประตู ลูกสาวถึงอ่อนเพลียแต่ก็ยังยิ้มสดใสส่างจ้อยน้ำตาเอ่อ ต้องปาดทิ้ง ยิ้มตอบ แล้วคุกเข่าพรวดลง หมอบกราบหลวงเทพ ดารารายบรรดาข่าระแดทุกคนลงหมอบกราบตาม
       
       หลวงเทพหัวเราะออกมา พร้อมกับดึงดารารายมากอด ดารารายตาเหลือก

คุ้มนางครวญ ตอนที่ 12
        คืนนั้นที่ลานกว้างมีงานฉลอง กลางลานก่อกองไฟมหึมา ไฟลุกเป็นเปลวสูง รอบด้านก็จุดคบเพลิงสว่างไสว มีกองไฟย่างหมูป่า นก อยู่ตามจุดต่างๆ ชาวป่าทุกคนออกมานั่งล้อมวงกินอาหาร
       
       ที่ตรงหน้ามีแคร่ ดาราราย หลวงเทพ หัวหน้าเผ่า เมีย และลูกสาวร่วมวงกินอาหาร ส่างจ้อยอยู่ใกล้ๆ
       ชาวป่าอีกกลุ่ม เคาะไม้ เป่าใบไม้ เป็นเพลงฟังดูไพเราะอยู่ข้างๆ บรรยากาศรื่นเริงอย่างยิ่ง
       หัวหน้าเผ่าลุกขึ้น จูงลูกสาวที่หายดี ดูสดใสมายืนเด่น แล้วพูดกีๆกูๆเร็วปรื๋อ
       ดาราราย หลวงเทพมอง ส่างจ้อยลุกขึ้นแปล หน้าตายิ้มย่องผ่องใส
       “ท่านหมอผีได้ช่วยลูกข้า ไล่ผีออกไป ให้ลูกข้าฟื้นจากตาย”
       หัวหน้าเผ่าพูดต่อ ส่างจ้อยแปล “พวกข้าเป็นหนี้ท่าน ลูกสาวข้า”
       หัวหน้าเผ่าพูดต่อ ส่างจ้อยชะงักกึก หน้าเสีย อึ้งไป หัวหน้าเผ่ากระทุ้ง ส่างจ้อยขบกราม กล้ำกลืนฝืนพูด
       
       “จักเป็นเมียท่าน”
       หลวงเทพเบิกตาโพลง ดารารายอุทานเบาๆ
       “อ้าว” / “เฮ้ย”
       หัวหน้าเผ่ายิ้มย่อง นางเมียจับลูกสาวให้หมุนตัวโชว์รอบๆ ลูกสาวก้มหน้างุดเหมือนไม่ยินดีนัก เหลือบดูส่างจ้อย ส่างจ้อยเมินหน้า
       หัวหน้าเผ่าจูงลูกสาวมาตรงหน้าหลวงเทพ พลางยิ้มหวาน หลวงเทพโบกมือวุ่น
       “ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ดี”
       ดารารายลุกขึ้น หันไปหาส่างจ้อย “ท่านครูข้า ถือพรต มีลูกเมียไม่ได้”
       ส่างจ้อยตาโต ยิ้มออก รีบพูดแปล หัวหน้าเผ่าชะงัก แล้วพูดตอบ ดารารายกับหลวงเทพมอง ส่างจ้อยหน้าเสียอีก
       “อันใด”
       “ถ้าเช่นนั้น ก็ยกให้เป็นเมียเจ้าหนุ่มน้อยแทน”
       ส่างจ้อยพูดแปลอย่างขมขื่น ดารารายเบิกตากว้าง สาวน้อยเหลือบดูดาราราย แล้วมองดูส่างจ้อย หลวงเทพกลั้นหัวเราะ มองดูดาราราย ดารารายโบกมือวุ่น
       “ไม่ได้ ไม่ได้”
       หัวหน้าเผ่าเริ่มตาขุ่น ตวาดถาม
       ส่างจ้อยแปลอินเนอร์เดียวกันเป๊ะ “มีอันใดไม่ได้”
       “เอ้อ คือ อ้า...”
       หลวงเทพยิ้มกริ่ม ลุกขึ้น “ข้าขอตอบแทนเอง ที่มิได้เพราะเจ้าหนุ่มผู้นี้...”
       หลวงเทพดึงผ้าโพกหัวดารารายออก ผมยาวอย่างยิ่งคลี่สยายตกลง
       “เป็นแม่ญิง”
       ดารารายเอามือตะครุบผม มองหลวงเทพอย่างตกตะลึง หลวงเทพยักคิ้วให้บ้าง หัวหน้าเผ่า นางเมีย ลูกบ้านตกตะลึง อ้าปากค้างมองกันลอกแลก สาวน้อยกัดริมฝีปากอย่างดีใจ ส่างจ้อยลืมตัว กระโดดตัวลอย
       “ดีแท้ ดีแท้”
       หัวหน้าเผ่าถลึงตา พูดเร็วปรื๋อ ทำนองว่า เจ้าดีใจอันใด ส่างจ้อยรู้ตัวทำสงบ ยิ้มแหย
       ดารารายตั้งสติได้ลดมือลง ยืนเชิดมองอย่างโกรธแค้น หลวงเทพยิ้มยั่ว ดวงตาสะใจ
       
       ลานกว้างเริ่มว่างวาย บรรดาชาวป่าขึ้นนอนในเรือนยาว แต่มีพวกขี้เมา 4-5 คนเมาหลับกลิ้งอยู่ข้างกองไฟ
       
       ห้องหนึ่งในเรือนยาวจัดเป็นห้องรับรองแขก แต่ห้องนั้นมีเชือกขึงห้อยหนังสัตว์ 2-3 ผืน ทำเป็นม่านกั้นกลาง ดารารายยังคงแต่งตัวผู้ชาย แต่ไม่โพกผม นั่งหน้าหงิกอยู่ด้านหนึ่ง ส่วนหลวงเทพนอนหงาย ชันเข่า เท้าพาดกระดิก สำราญใจอยู่
       “เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อใด”
       “รู้ตั้งแต่นมนานแล้ว”
       หลวงเทพ ความจริงก็เก็บข้อมูลอยู่นานพอควร แต่ก็ทำเป็นรู้นานแล้ว
       “นั่นแหละ เมื่อใด”
       หลวงเทพนึกอยู่ครู่หนึ่งว่าจะอ้างตอนใดดี “ตั้งแต่ตกน้ำกับเจ้า ข้าก็รู้แล้ว”
       “รู้ได้อย่างไร”
       หลวงเทพยิ้มกริ่ม โกหกตาใส
       “เจ้าประคองกอดข้าแนบชิด ทรวงเจ้าเบียดข้าออกอย่างนั้น ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร”
       ดารารายร้องวี้ด เอามือกอดอก หลวงเทพอมยิ้ม ลุกขึ้นนั่ง ยื่นหน้าไปชิดม่านหนัง
       “ไม่จริง ข้ารัดไว้แน่นหนา”
       “ข้ามีผัสสะเหนือผู้คน ทรวงเจ้าเบียดข้าจนเนื้อตัวข้าช้ำไปหมด”
       ดารารายร้องอีกวี้ด กระชากม่านแหวกหน้าพรวดไป
       “นี่เจ้า...อี๊”
       เหมือนฟ้าแกล้ง ใบหน้าหลวงเทพอยู่ตรงนั้นพอดี ริมฝีปากดารารายชนเข้ากับปากหลวงเทพจังๆ หลวงเทพอึ้ง ดารารายนิ่งค้างไป ทั้งสองรู้สึกว่าโลกหยุดหมุน ดารารายรู้สึกตัว ยกสองมือผลักอกเขาออก หลวงเทพก็ยังคงอึ้ง
       “เจ้า ข้า...”
       หลวงเทพถามเสียงแผ่วเบา “อะไรหรือ”
       “ข้าง่วง ข้าจะนอนแล้ว”
       ดารารายรูดม่านหนังสัตว์ปิดลง แล้วล้มตัวลงนอน หลวงเทพก็ล้มตัวลงนอนเช่นกัน ดารารายยกมือมาคลำริมฝีปากตนเอง หลวงเทพแตะปากตัวเองแล้วยิ้มกริ่ม
       
       ตกดึก กองไฟใหญ่เหลือเพียงนิดเดียว สว่างวอมแวม ชาวป่าข่าระแด 3-4 คนหลับกลิ้งอยู่ ชาวป่าผู้หนึ่งงัวเงียลุกขึ้นมองไป
       ในความมืดข้างหน้า มีจุดแสงสีแดง 3 คู่ จ้องตรงมา ชาวป่าขมวดคิ้ว เอียงคอเขม้นมอง
       จุดแสงทั้ง 6 ขยับเคลื่อนพรึ่บสู่เบื้องหน้า เห็นว่าคือผีขาเดียว 3 ตัว
       ชาวป่าที่ตื่นอยู่ตกใจผวาลุก ผีขาเดียวตัวหนึ่งลอยพรึบมาตรงหน้า
       ชาวป่าจ้องมองตาเหลือก ผีขาเดียวพ่นควันเขียวออกมา ชาวป่าร้อง ล้มฟาดลง ผีขาเดียวอีก 2 ตัวก็โดดมาเหนือร่างชาวป่าที่ยังหลับอยู่ พ่นควันออกควันสีเขียวตลบจนบดบังทุกสิ่ง
       
       มีเสียงเคาะเกราะดังสนั่น ดารารายผวาลุกพรวดขึ้น แล้วรูดม่านออก เห็นหลวงเทพงัวเงียตื่นเช่นกัน
       
       พอหลวงเทพและดารารายก้าวมา เห็นชาวป่ามุงอยู่เต็มลาน หัวหน้าเผ่า เมีย ลูกสาว ส่างจ้อยยืนมอง ที่พื้น เมียของคนตายทั้ง 3 กอดศพคร่ำครวญอยู่ หัวหน้าเผ่ามีท่าทางโกรธเกรี้ยว หลวงเทพและดารารายมองหน้ากัน
       
       หัวหน้าเผ่านั่งบนแคร่ เมียและลูกสาวนั่งอยู่ที่พื้นเบื้องหลัง หลวงเทพและดารารายอยู่ตรงหน้า ส่างจ้อยคอยเป็นล่ามแปล
       “ข้าคิดว่ารังของมัน อยู่ที่ขุนเขาใหญ่ทางโน้น”
       ส่างจ้อยแปล
       “ข้าอยากไปดูลาดเลาพวกมัน”
       ดารารายมองหลวงเทพ ส่างจ้อยแปล หัวหน้าเผ่าพยักหน้า ปลดสร้อยเขี้ยวเสือไฟออก แล้วพูด
       “แก่บ้านให้สร้อยเขี้ยวเสือไฟเจ้าไว้คุ้มตัว”
       หลวงเทพยิ้ม รับสร้อยมาสวม
       “ขอบใจท่าน...ข้าขอฝากน้องสาวไว้กับพวกท่านก่อน”
       
       ดารารายเบิกตากว้าง ส่งเสียงแว้ดใส่
       “เรื่องอันใด...ข้าต้องไปด้วย”
       หลวงเทพอ่อนใจ
       
       หลวงเทพ ดาราราย ส่างจ้อย ชาวป่าลูกสมุนอีก 2 คน เดินไปในป่าลึก ตามทิศทางสู่ขุนเขาใหญ่ ดารารายเดินแทะนกปิ้งเสียบไม้ หลวงเทพมองดูส่างจ้อย
       “เจ้าเรียกว่าอะไร”
       “ส่างจอ”
       “ส่างจออันใด ข้าเรียกเจ้าว่าส่างจ้อยดีกว่า”
       ส่างจ้อยทำตาปริบๆ
       “เพราะเจ้าตัวเล็กจ้อยนัก”
       ส่างจ้อยมีท่าทางโมโห หัวฟัดหัวเหวี่ยง หลวงเทพดูออกรีบจุ๊ๆ ใส่ ดารารายเลยพลิกลิ้น
       “แต่เจ้ากลับกล้าหาญองอาจ ยิ่งกว่าคนโตๆ เยี่ยงท่านครูผู้นี้เสียอีก”
       หลวงเทพชะงัก เซ็ง โดนจนได้ ส่างจ้อยบ้ายอยิ้มออก
       “เที่ยวตั้งชื่อให้ผู้อื่น แล้วเจ้าเองเล่าชื่ออะไร” หลวงเทพถามจริงจัง
       “เจ้าความจำเสื่อมหรือ ข้าบอกชื่อข้าไปเนิ่นนานแล้ว”
       “ชื่อผู้ชายปลอมๆของเจ้าข้ารู้แล้ว ข้าอยากรู้ชื่อจริงๆของเจ้า”
       ดารารายเชิดหน้า “อย่ามาทำสู่รู้ ชื่อปลอมอันใด ข้าชื่อรายน่ะถูกแล้ว”
       “ข้าไม่เชื่อเจ้า”
       “ข้าสาบานก็ได้ หากข้าพูดปด ขอให้ฟ้าลงโทษ...ว้าย”
       ยังพูดไม่ทันขาดคำ จู่ๆ มีนกป่าตัวใหญ่ บินมาเข้าจิกตี ดารารายปัดป้อง หลวงเทพเอาผ้าคาดเอวมาช่วยปัดใส่ ฝูงนกบินไป ดารารายตวัดหน้าไม้มาส่อง หลวงเทพปัดไป
       “เจ้านกบ้า ข้าจะจัดการเจ้า”
       หลวงเทพห้าม “อย่าทำมัน เห็นไหม เจ้าโกหก ฟ้าเลยส่งนกมาจิกตีเจ้า”
       ดารารายกลัว แต่ทำปากแข็ง
       “เชื่ออันใด เจ้านี่งมงายแท้”
       “หรือไม่มันก็เป็นตัวผัวของนกที่เจ้าเคี้ยวหยับๆอยู่นี่”
       ดารารายชะงัก
       “รู้ไหม เจ้าพรากผัวพรากเมียมัน บาปกรรมยิ่งนัก”
       “เฮอะ ตัวผู้น่ะหรือ ถ้าเมียมันตาย มันก็มีเมียใหม่ มันไม่ทุกข์ไม่ร้อนหรอก”
       “เจ้านี่เสียแรงเป็นลูกหลานจอมพราน”
       ดารารายตาเขียว “เจ้าจะว่าข้าอันใดอีก”
       “เจ้าไม่รู้หรือว่ามีนกมากมาย ที่รักเดียวใจเดียว มีคู่ตัวเดียวตลอดชีวิต”
       ส่างจ้อยหันมาเสริม “ใช่ ใช่ ครูผีพูดจริง”
       หลวงเทพทำตาปริบๆ กับชื่อใหม่ ดารารายอึ้ง ถือนกปิ้งค้าง แต่ยังตะแบงต่อ
       “ถ้าเช่นนั้น นกก็ดีกว่าคนมากมายนัก ยิ่งผู้ชาย ไม่เคยเห็นผู้ใดรักเดียวใจเดียวซักคน”
       “เจ้าอย่าเหมารวมไปหมด.. แผ่นดินนี้ ต้องมีชายรักเดียวใจเดียวอยู่แน่ๆ”
       หลวงเทพดวงตาเป็นประกายกล้า พูดหนักแน่น ดารารายอกใจระทึกขึ้นมา ต้องหลบตา ส่างจ้อยหันมาเสริมอีก
       “ใช่ เช่นข้า.. รักเดียวใจเดียวยิ่งนัก”
       
       ดารารายเชิดหน้า เอานกปิ้งเก็บในย่ามเล็ก
       
       อ่านต่อหน้า 3

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
คุ้มนางครวญ ตอนที่ 22 จบบริบูรณ์
คุ้มนางครวญ ตอนที่ 21 (จบตอน)
คุ้มนางครวญ ตอนที่ 20 **แก้ไข
คุ้มนางครวญ ตอนที่ 19**แก้ไข
คุ้มนางครวญ ตอนที่ 18
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 10 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 10 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอนานม๊ากกกกกกก ใจจะขาดแล้วเอย-------
obo
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ช้ามากเลย อยากอ่านตอนต่อไปเร็ว ๆ แล้วอ่ะ กำลังสนุกเลยจร้า...
MY
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากอ่านแย้วอ่ะ
รอ รอ รอ และก็รอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สู้ๆค่ะ
รัก ละครออนไลน์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 -1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รออยู่น่ะค่ะ คอนที่12 หน้าที่2 ยังไม่มาเลยยย
fontipZ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ
kyuseo21@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014