หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 11

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
30 มกราคม 2557 16:53 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 11
        เวียงร้อยดาว ตอนที่ 11 (ต่อ)
       
       เข็มนาฬิกาในห้องของปกรณ์ที่หยุดเดินชั่วขณะกลับมาเดินตามปกติ
        
       ผ้าม่านถูกแรงลมจนปลิวดังเดิม ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิมยกเว้นร้อยดาว สิบทิศเขย่าร่างร้อยดาวที่นั่งแข็งทื่ออยู่บนเตียง
       “เธอ ! เธอ !”
       ร้อยดาวรู้สึกตัวแต่ยังคงมองไม่เห็น
       “ดิฉันฝันร้ายอีกแล้วหรือ ?”
       “ยังไม่หลับ จะฝันได้อย่างไร คุยกับฉันอยู่ดีๆ ก็นั่งแข็งทื่อเป็นท่อนไม้”
       ร้อยดาวเอามือกุมขมับเพราะปวดหัวจนแทบระเบิด
       “ปวดหัวอีกแล้วเหรอ ?”
       ร้อยดาวพยักหน้า “ค่ะ... คราวนี้ปวดกว่าทุกครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ?”
       สิบทิศเข้าไปดูร้อยดาวอย่างใกล้ชิดด้วยความเป็นห่วงก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่
       “อาการปวดหัวของเธอน่าจะสัมพันธ์กับดวงตาขืนปล่อยไว้นานท่าจะแย่ ฉันมีเพื่อนเป็นจักษุแพทย์ เชี่ยวชาญด้านการรักษาดวงตาโดยเฉพาะ แต่ต้องส่งเธอไปรักษาที่กรุงเทพฯ แล้วฉันจะขออนุญาตท่านให้เอง...”
       ร้อยดาวพยักหน้ารับทราบ แต่ในใจครุ่นคิดเรื่องเวียงแก้วที่ดูจะน่ากลัวมากขึ้นทุกที
       
       สิบทิศเข้ามาหาดำรงในห้องโดยดำรงนั่งคอยท่าอยู่ก่อนแล้ว
       “นั่งสิ ! พ่อหมอหัวดื้อ”
       สิบทิศนั่งลง “ผมมีเรื่องจะรบกวนปรึกษาท่านเกี่ยวกับ...” สิบทิศชะงักก่อนพูด “ร้อยดาว”
       “ฉันก็มีเรื่องจะบอกเธอ เกี่ยวกับแม่ร้อยดาวเหมือนกัน”
       สิบทิศแปลกใจ “เรื่องอะไรหรือครับท่าน ?”
       “บางทีคนที่เธอเห็น อาจไม่ใช่คนที่เธอรู้จักก็ได้”
       “ท่านหมายความว่าอย่างไรครับ ?”
       ดำรงกับสิบทิศคุยกันเครียดผ่านเวลาครู่ใหญ่
       ดำรงตกใจเมื่อรู้จากสิบทิศว่าเมดาเป็นลูกของดิลกกับจันทร์ฉาย
       
       สร้อยฟ้ารู้สึกปวดคอจึงเอามือทุบที่ต้นคอแล้วหมุนคอไปมา
       สร้อยฟ้าบ่นพึมพำ “สงสัยเมื่อคืนจะตกหมอน ปวดเมื่อยไปหมด”
       ผีเวียงแก้วนั่งขี่คอสร้อยฟ้าอยู่ด้วยใบหน้าอาฆาตแค้น วีระวิทย์เปิดประตูเข้ามาเห็นเวียงแก้วขี่คอสร้อยฟ้าอยู่ก็ตาเบิกโพลง
       “เฮ้ย !”
       วีระวิทย์ขยี้ตา พอมองอีกทีผีเวียงแก้วก็หายไปแล้วเขาเลยคิดว่าตัวเองตาฝาด วีระวิทย์เห็นสร้อยฟ้าทุบที่ต้นคอตัวเอง
       “เมื่อยเหรอครับ คุณแม่ ? มา ! เดี๋ยวผมนวดให้”
       วีระวิทย์เข้าไปนวดคอให้สร้อยฟ้า สร้อยฟ้าหลับตาค่อยยังชั่ว
       “มาเอาอกเอาใจแม่แบบนี้อยากได้อะไรอีกล่ะ ?”
       “ผมแค่อยากทำอะไรให้แม่บ้าง ที่ผ่านมาแม่เหนื่อยเพราะผมมามากแล้ว...แม่ครับ ผมจะกลับเนื้อกลับตัวเสียใหม่ เลิกเหลวไหลเสียที ตอนนี้ผมมีลูก ผมรู้แล้ว หัวอกพ่อแม่คนเป็นอย่างไร ถึงผมจะเคยเป็นลูกที่แย่ แต่ผมจะตั้งใจเป็นพ่อที่ดีให้ได้ครับ”
       “แม่ดีใจที่ลูกคิดได้เสียที ไม่เหมือนยัยเรศ รายนั้นไม่รู้ไปหัวหกก้นขวิดอยู่ที่ไหน บ้านช่องไม่ยอมกลับ”
       “คงยังทำใจไม่ได้เรื่องคุณชายสิบทิศ แม่อย่าห่วงไปเลยครับ ยอมรับความจริงได้เมื่อไร เดี๋ยวยัยเรศก็กลับมาเองแหละ”
       สร้อยฟ้าพยักหน้าแล้วก็เหลือบเห็นเงาสะท้อนของวีระวิทย์ในกระจกหัวขาด
       “ตาวิทย์ !!”
       สร้อยฟ้าตกใจหันควับไปมองก็เห็นวีระวิทย์ทำหน้างง
       “มีอะไรเหรอครับ คุณแม่ ?”
       “ปละ...เปล่าลูก ! แม่ตาลายน่ะ”
       สร้อยฟ้าใจคอไม่ค่อยดี ตั้งแต่เห็นผีเวียงแก้วเมื่อตอนกลางวัน
       
       พลบค่ำ ความมืดค่อยๆครอบคลุมทั่วทั้งเวียงร้อยดาว ดาราเรศที่ซุกตัวอยู่ที่มุมหนึ่งของคุกใต้ดินหิวจนไม่มีแรง หนูตัวใหญ่วิ่งไปมาขวั่กไขว่ เวียงแก้วในสภาพสวยงามถือโตกอาหารเข้ามาวางตรงหน้าดาราเรศ
       ดาราเรศเห็นอาหารในโตกเป็นอาหารเหนือเช่นหลู้ แกงอ่อม น้ำพริกหนุ่ม แหนมสด
       “คุณหนูดาราเรศคงหิว ข้าเจ้าเลยจัดสำรับคับค้อนมาต้อนรับให้สมกับเป็นแขกคนพิเศษของเวียงร้อยดาว...กินสิเจ้า...”
       ดาราเรศเห็นแล้วถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อกด้วยความหิว ก่อนค่อยๆเอื้อมมือที่สั่นเทายอมเสี่ยงหยิบแหนมสดกินเป็นชิ้นแรกอย่างกล้าๆกลัวๆ พอเอาเข้าปากก็พบว่ามันอร่อยมาก
       ดาราเรศใช้มือเปิบอาหารกินอย่างตะกรุมตะกรามด้วยความหิวโหยเพราะไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว
       “อาหารพื้นเมืองพวกนี้ คุณพ่อของคุณหนูเคยชอบรสมือของข้าเจ้ามากถึงขนาดออกปากว่า “น่าเสียดายถ้าไม่ได้กินก่อนตาย” คุณหนูว่าจริงหรือไม่เจ้า ?”
       ดาราเรศเอาช้อนตักแกงอ่อมขึ้นมาซดน้ำแกงแล้วตาเหลือกเพราะเห็นว่าในช้อนมีนิ้วของของปั้นอยู่ในนั้น ดาราเรศโยนช้อนทิ้งก่อนจะมองไปยังโตกอาหารก็เห็นว่าเป็นชิ้นส่วนอวัยวะของมนุษย์ที่มีหนอนขึ้นยั้วเยี้ยเต็มไปหมด
       “อิ่มแล้วหรือเจ้า ? ไม่กินอีกสักหน่อย กำลังอร่อยเชียว”
       ดาราเรศพะอืดพะอม คลื่นไส้ โก่งคออาเจียนออกมา สิ่งที่ดาราเรศสำรอกออกมาเป็นแผ่นหนังมนุษย์ที่มีลายสักยันต์ของปั้น
       “แก... แกเอาเนื้ออะไรมาให้ฉันกิน ห๊า ! อีผีบ้า”
       “ก็เนื้อไอ้คนโฉดที่คุณสร้อยฟ้า แม่ของคุณหนูส่งมาขืนใจข้าเจ้ายังไงล่ะ”
       เวียงแก้วหัวเราะลั่นก่อนจะคืนร่างกลายเป็นผีร้ายน่าเกลียดน่ากลัว
       “คุณหนูอยู่ที่นี่คนเดียวคงเหงา ข้าเจ้าจะหาคนมาอยู่เป็นเพื่อน จะได้เล่นอะไรสนุกๆ”
       เวียงแก้วคืบคลานเข้ามาหาดาราเรศอย่างช้าๆ
       ดาราเรศร้องลั่น “กรี๊ด !!”
       
       ดาราเรศตาเหลือกเพราะกลัวสุดขีด เธอกรีดร้องลั่นก่อนสติสัมปชัญญะขาดผึง

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 11
        วีระวิทย์ที่นอนอยู่กับกระถินบนเตียง
        
       อยู่ๆ ก็มีควันสีดำลอยหายเข้าไปในจมูกวีระวิทย์ วีระวิทย์ลืมตาโพลงอ้าปากพะงาบเพราะถูกผีเวียงแก้วเข้าสิงร่าง เขาตัวแข็งทื่อผุดลุกขึ้นมานั่ง กระถินงัวเงียตื่นตาม
       “ดึกแล้ว คุณวีระวิทย์จะไปไหนคะ” กระถินจับแขนออเซาะ
       วีระวิทย์ เกรี้ยวกราด “อย่ามาถูกตัวกู อีดอกกระทือ”
       วีระวิทย์สลัดมือกระถินออกแล้วเดินทื่อๆออกไปจากห้อง
       “เป็นอะไรอีกล่ะ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เอาใจไม่ถูก”
       กระถินง่วงและไม่อยากจะสนใจจึงนอนต่ออย่างอารมณ์เสีย
       
       เท้าเปลือยเปล่าของวีระวิทย์เดินดุ่มๆไปตามทางที่ไปยังบึงบัว วีระวิทย์ดวงตาเลื่อนลอยเหมือนคนไร้ชีวิต ตาไม่กะพริบ วีระวิทย์เดินมาถึงริมบึงบัวจนเห็นเวียงร้อยดาวอยู่ฝั่งตรงข้าม วีระวิทย์กระโจนตูมลงไปในน้ำจนเหลือแต่วงน้ำที่กระเพื่อมไม่รู้ว่าเขาจะเป็นหรือตาย
       
       สร้อยฟ้าตกใจ เมื่อรู้เรื่องจากกระถิน
       “ตาวิทย์น่ะเหรอหายไป ! หายไปได้ยังไง”
       “ไม่ทราบค่ะ คุณวีระวิทย์ตื่นมากลางดึก ออกไปไหนไม่รู้ จนป่านนี้ยังไม่กลับมาเลยค่ะ”
       สร้อยฟ้าตบหน้ากระถินฉาดใหญ่
       “แกนอนกับตาวิทย์ทั้งคืน ลูกฉันหายไปทั้งคน ทำไมแกไม่ตามไป ห๊า ถ้าลูกฉันเป็นอะไรขึ้นมา ฉันเอาแกตายแน่ นังกระถิน”
       สร้อยฟ้าร้อนใจ เธอเดินพล่านเป็นเสือติดจั่น
       
       สิบทิศประคองร้อยดาวมานั่งที่เก้าอี้ในห้องดำรง
       “คุณชายบอกว่าคุณปู่มีเรื่องสำคัญอยากจะถามหนู ?”
       “ใช่ ! ฉันอยากรู้เรื่องพ่อแม่หล่อน ?” ดำรงบอก
       ร้อยดาวอ้ำอึ้ง “เรื่องคุณพ่อปกรณ์กับคุณแม่เวียงแก้วหรือคะ ?”
       “ไม่ใช่ ! ฉันหมายถึงเจ้าดิลกกับแม่จันทร์ฉายต่างหาก”
       ร้อยดาวตกใจที่ดำรงรู้ความจริงแล้ว
       
       สิบทิศประคองร้อยดาวมาที่สนามหญ้าหลังออกมาจากห้องดำรง
       “คุณปู่อยากให้ดิฉันนำอัฐิของคุณพ่อดิลกกับคุณแม่จันทร์ฉายไปไว้ที่วัดตามที่ท่านตั้งใจไว้ จะได้หมดห่วง… ส่วนอัฐิของคุณแม่เวียงแก้ว ดิฉันก็คงจะเอาไว้ที่วัดเดียวกัน”
       “รอให้ตาเธอหายเป็นปกติก่อนดีกว่า แล้วค่อยจัดการเรื่องนั้นทีหลังฉันเรียนให้ท่านทราบแล้ว เรื่องส่งตัวเธอไปรักษาดวงตาที่กรุงเทพฯ ท่านไม่ขัดข้อง เธอเตรียมตัวไว้ก็แล้วกัน”
       “แล้วถ้าตาของดิฉันไม่มีทางรักษาหายล่ะคะ ?”
       “ฉันก็จะคอยเป็นดวงตาให้เธอเอง... ฉันสัญญา” สิบทิศบอก
       สิบทิศเอานิ้วก้อยเกี่ยวก้อยสัญญากับร้อยดาว
       “พูดหวานๆกับเขาก็เป็นด้วย นึกว่าจะดีแต่ตีหน้ายักษ์เสียอีก”
       สิบทิศพูดแก้เก้อ “ถ้าไม่ชอบ ทีหลังฉันจะไม่พูดอีก...”
       ร้อยดาวเขิน “ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าไม่ชอบ”
       “ฉันแค่พูดไปงั้นๆตามหน้าที่คู่หมั้น”
       ร้อยดาวย่นจมูกด้วยความหมั้นไส้ “เจ้าค่ะ”
       สิบทิศแอบอมยิ้ม ร้อยดาวงอนตุ๊บป่อง
       
       เต็มเดือนนั่งปักผ้าอย่างอารมณ์ดีจนจงจิตสังเกตได้
       “หมู่นี้คุณพี่ดูท่าทางจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ครึ้มอกครึ้มใจอะไรไม่ทราบคะ”
       “สิ่งที่ฉันรอคอยมานาน ในที่สุดก็เป็นจริงสักที อะไรที่มันจะเป็นของเรา ยังไงมันก็เป็นของเราวันยันค่ำ เหมือนบ้านบดินทร์ธรหลังนี้”
       “อะไรนะคะ คุณพ่อยอมยกบ้านหลังนี้ให้คุณพี่แล้วเหรอ ทำไมดิฉันไม่รู้”
       เต็มเดือนยิ้มแล้วลอยหน้าเย้ยก่อนจะปักผ้าต่อไป จงจิตมองอย่างริษยา สร้อยฟ้าเข้ามาอย่างร้อนลน
       “แย่แล้วค่ะ คุณพี่ ตาวีระวิทย์หายไปไหนไม่รู้”
       “ลูกหล่อนจะไปไหนได้ ถ้าไม่เมาหัวราน้ำ ก็คงขลุกอยู่ในบ่อน พอหมดตัวก็โผล่หัวมาเองแหละ” จงจิตว่า
       “แต่ตาวีระวิทย์รับปากกับน้องแล้วว่าจะกลับเนื้อกลับตัวเสียใหม่” สร้อยฟ้าบอก
       “ลูกเสือลูกตะเข้ ถ้าตาสว่างสำนึกได้ น้ำคงจะท่วมหลังเป็ด”
       “อีจง ! มือไม่พายก็อย่าเอาตีนราน้ำ ฉันยิ่งเป็นห่วงลูกอยู่ กลัวว่าตาวีระวิทย์จะถูกผีอีเวียงแก้วจับตัวไป”
       เต็มเดือนชะงักกึกเมื่อได้ยินชื่อเวียงแก้ว เต็มเดือนเดินปรี่เข้ามาหาสร้อยฟ้าแล้วตบสร้อยฟ้าอย่างแรง
       “คุณพี่ตบหน้าน้องทำไมคะ ?”
       เต็มเดือนตบหน้าสร้อยฟ้าอีกข้าง
       “ฉันบอกแล้วใช่ไหม ว่าห้ามพูดชื่อนี้ให้ฉันได้ยินอีก ทำไมไม่เชื่อกันบ้างเวียงแก้วผูกคอตายไปนานแล้ว และจะไม่มีวันกลับมา จำเอาไว้”
       เต็มเดือนจ้องหน้าสร้อยฟ้าอย่างเอาเรื่องจนสร้อยฟ้ารู้สึกกลัว
       
       วีระวิทย์รู้สึกตัวแล้วพบว่าตัวเองเลอะดินเต็มไปหมดทั้งตัวและถูกมัดอยู่ วีระวิทย์พยายามจะดิ้นให้เชือกหลุดทำให้รู้ว่าตัวเองถูกมัดหันหลังชนกันกับร่างของดาราเรศ
       “ยัยเรศ !!!! แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
       ดาราเรศรู้สึกตัวขึ้น พอได้ยินเสียงวีระวิทย์ก็ตกใจ
       “พี่ !!! ช่วยฉันด้วย อีผีบ้ามันจับฉันมาขังไว้”
       วีระวิทย์ตกใจจนหน้าซีดเผือดเพราะรู้ดีว่าเป็นฝีมือของเวียงแก้ว
       “เราออกไปจากที่นี่กันเถอะ !” วีระวิทย์ชวน
       “เรศพยายามแล้วพี่ แต่ไอ้ห้องบ้านี่มันไม่มีทางออก”
       วีระวิทย์เห็นผนังทั้งสี่ด้านทึบโดยไม่มีประตูเลยสักด้าน
       “ไม่มีประตูสักบาน เป็นไปได้ยังไง ?”
       ทันใดนั้น ร่างของเวียงแก้วก็ปรากฏขึ้น
       “ยังมีเรื่องไม่น่าเป็นไปได้อีกตั้งมากมาย ที่คุณหนูยังไม่รู้”
       “นังเวียงแก้ว !!”
       “จุ๊ๆ.... เรียกให้เกียรติกันสักหน่อย อย่างน้อยข้าเจ้าก็เป็นเมียคนหนึ่งของพ่อคุณหนู” เวียงแก้วบอก
       ดาราเรศร้องไห้ “ฉันกลัวแล้ว ! ได้โปรดปล่อยพวกฉันไปเถอะ”
       “ก็ได้เจ้า... ข้าเจ้าจะปล่อย...แต่มีข้อแม้บางอย่าง”
       “ข้อแม้ ? ข้อแม้อะไร ?”
       “ข้าเจ้าจะปล่อยคุณหนูวีระวิทย์หรือคุณหนูดาราเรศ แค่คนเดียวเท่านั้นส่วนอีกคนต้องอยู่เป็นผีเฝ้าเวียงร้อยดาวกับข้าเจ้าที่นี่”
       สองพี่น้องตาเหลือก มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
       วีระวิทย์ถาม “แกจะฆ่าใคร ?”
       “ข้าเจ้าจะไม่ฆ่า...แต่คุณหนูจะต้องจัดการกันเอง” เวียงแก้วบอก
       เวียงแก้วโยนมีดปลายแหลมลงตรงหน้าวีระวิทย์กับดาราเรศซึ่งเป็นมีดเล่มเดียวกับที่สร้อยฟ้าเคยยื่นให้เวียงแก้วฆ่าตัวตาย
       “ครั้งหนึ่ง...คุณสร้อยฟ้า แม่ของคุณหนูก็เคยใช้วิธีนี้เหมือนกัน” เวียงแก้วบอก
       ดาราเรศมองมีดคมกริบวาววับแล้วส่ายหน้ากะปลกกะเปลี้ย พอรู้แล้วว่าเวียงแก้วจะให้ทำอะไร
       ดาราเรศร้องไห้ “แกจะให้พวกฉันฆ่ากันเองงั้นเหรอ ? ไม่นะ”
       “อย่าโง่ไปหน่อยเลย ! ตายซะเรื่องก็จบ... ทนเจ็บแค่เดี๋ยวเดียว คุณหนูก็จะได้ไปสบาย” เวียงแก้วบอก
       “ไม่ !! ฉันทำไม่ได้” วีระวิทย์บอก
       เวียงแก้วกระชากผมวีระวิทย์จนหน้าหงาย
       “ฉันสั่งให้ทำ พวกแกก็ต้องทำ”
       วีระวิทย์กับดาราเรศอยู่ในสภาวะที่กดดันทั้งคู่ ดาราเรศเป็นหนักกว่าพี่ชายจึงร้องไห้โฮออกมา
       “เลือกเอา...ว่าจะตายแค่คนเดียว หรือจะให้ฉันฆ่าแกทั้งสองพี่น้อง”
       เชือกที่มัดตัวทั้งสองร่วงผล็อยลงกับพื้นด้วยอำนาจของเวียงแก้ว เวียงแก้วยืนยิ้มรอดูอย่างเลือดเย็น
       
       วีระวิทย์กับดาราเรศมองหน้ากันอย่างตัดสินใจ ทั้งสองโผเข้าไปหามีดแล้วแย่งมีดกันอุตลุด

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 11
        ร้อยดาวพยายามคาดคั้นกับบังหนั่น
       
       “ว่ายังไงบังหนั่น ? เผาศพคุณแม่เวียงแก้วแล้ว อัฐิล่ะ”
       บังหนั่นอ้ำๆอึ้งๆ และมีเหงื่อผุดเต็มหน้า
       “อ้ำๆอึ้งๆอยู่นั่นแหละ เอาไปไว้ที่ไหนก็บอกมาสิ ฉันจะได้เอาไปทำพิธี”
       “เห็นใจบังหนั่นมั่งเถอะนะจ๊ะ.... อย่าคาดคั้นฉันเลย... ฉันแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้นนะจ๊ะ นายจ๋า”
       ร้อยดาวครุ่นคิดถึงคำพูดของเวียงแก้วขึ้นมาทันที
       เสียงเวียงแก้วดังขึ้นในหัวของร้อยดาว “เผาไปแล้วงั้นเหรอ” เวียงแก้วหัวเราะ “นังเด็กโง่ !!! มันยังไม่จบง่ายๆ หรอก”
       ร้อยดาวใจหายวาบ
       “ศพคุณแม่เวียงแก้วอยู่ที่ไหน บังหนั่น ?”
       ร้อยดาวเค้นเอาความจริงกับบังหนั่นให้ได้
       
       บังหนั่นอึกๆอักๆ เพราะน้ำท่วมปาก เขามีพิรุธมาก
       “คุณหนูพูดเรื่องอะไร... ฉันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น...”
       “เผาเองกับมือ จะไม่รู้ไม่เห็นได้ยังไง พูดจาวกไปวนมาไม่รู้ความ” สิบทิศว่า
       “บังหนั่น ศพคุณแม่เวียงแก้วอยู่ที่ไหน ? บอกฉัน” ร้อยดาวปวดหัว “โอ๊ย...”
       ร้อยดาวปวดหัวจี๊ดคล้ายถูกทุบหัวอย่างแรง
       ภาพในหัวของร้อยดาวคือภาพวีระวิทย์กับดาราเรศกำลังแย่งมีดกันอุตลุดอยู่ในคุกใต้ดินเวียงร้อยดาว ซึ่งเป็นภาพซีเปียไม่ค่อยชัด กระเพื่อมพรายดุจสายน้ำ มีผีเวียงแก้วยืนมองอยู่ แล้วภาพก็ดับวูบลง
       ร้อยดาวทรุดฮวบลงในอ้อมแขนของสิบทิศ
       “เป็นอะไรหรือเปล่า ?” สิบทิศถาม
       “ดิฉันต้องไปช่วยพวกเขา” ร้อยดาวบอก
       ร้อยดาวรีบยันกายลุกขึ้นแล้วใช้ไม้เท้านำทางไปอย่างสะเปะสะปะ ร้อนรน สิบทิศคว้าแขนร้อยดาวเอาไว้
       “เดี๋ยว ! เธอจะไปช่วยใคร ที่ไหน ทำไมถึงต้องรีบร้อนขนาดนี้ ?”
       “ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว ดิฉันต้องรีบไปให้ทัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกิน”
       ร้อยดาวรีบร้อนเดินไป สิบทิศมองตามด้วยความแปลกใจ
       
       วีระวิทย์ผลักดาราเรศกระเด็นแล้วแย่งมีดได้สำเร็จ
       เวียงแก้วยุ “จะรอช้าอยู่ทำไม ฆ่ามันสิ ! ฆ่ามันเลย !”
       ดาราเรศถอยจนชิดผนัง เธอยกมือไหว้ตัวสั่น น้ำตาร่วงพรู
       “พี่อย่า... เรศกลัว...”
       วีระวิทย์ลังเลจะฆ่าแต่ก็ใจไม่แข็งพอ
       “ถ้ามันตาย แกก็รอด... ฆ่ามันซะ ก่อนที่มันจะฆ่าแก” เวียงแก้วยุ
       วีระวิทย์เห็นดาราเรศร้องไห้ ตัวสั่นเป็นลูกนกก็สงสาร
       “ไม่...ฉันทำไม่ได้... จะให้ฉันจะฆ่าน้องแท้ๆของตัวเองได้ยังไง”
       เวียงแก้วหัวเราะ “น่าขัน ! ฉันจะบอกอะไรให้จะได้ตาสว่างกันเสียที กำพืดนังสร้อยฟ้าแม่ของแก มันก็แค่ผู้หญิงหยำฉ่าหากินอยู่แถวสำเพ็ง แต่เผอิญลีลาเด็ดถึงใจเลยได้มาเป็นสะใภ้กาฝากบดินทร์ธร”
       “ไม่จริง...”
       “แกสองคนเป็นพี่ร่วมท้อง น้องร่วมไส้กันเสียเมื่อไร... ก็แค่อาศัยท้องนังสร้อยฟ้ามาเกิด ผู้ชายที่ไหนไข่ทิ้งไว้ให้แม่แกก็ไม่รู้ จะมัวลังเลอะไรอยู่อีกเล่า... ทางเดียวเท่านั้นที่แกจะยังมีชีวิตรอด ฆ่ามันซะ”
       “พี่ ! อย่าไปเชื่อมัน ! นังผีร้ายมันกำลังปั่นหัวพี่” ดาราเรศว่า
       เวียงแก้วตะคอก “หุบปาก”
       เวียงแก้วโบกมือไปในอากาศเพื่อสั่งสอนดาราเรศหมายเชือดไก่ให้ลิงดู ดาราเรศถูกตบจนหน้าหัน เลือดกลบปาก เธอเจ็บจนพูดไม่ได้ วีระวิทย์กระชับมีดในมือแล้วย่างสามขุมเข้าไปหมายจะฆ่าดาราเรศ
       
       ร้อยดาวเข้ามาภายในเวียงร้อยดาวที่ยังมีซากปรักหักพังที่ถูกไฟไหม้หลงเหลืออยู่ ร้อยดาวปราดเข้าไปบริเวณที่เคยเป็นประตูลับทางลงไปยังห้องใต้ดินแต่มีซากปรักหักพังปิดทางไว้ ร้อยดาวเอามือตะกุยเศษซากนั้นจนมือถลอกเลือดซิบๆ เพราะต้องการจะลงไปยังห้องใต้ดินให้ได้ สิบทิศที่ตามมาจับมือร้อยดาว เขาเห็นเป็นแผลถลอกเลือดออกจึงเอ็ดด้วยความเป็นห่วง
       “เสียสติไปแล้วหรือไง ! ทำอะไรของเธอ ?”
       “ประตูลับลงไปห้องใต้ดิน น่าจะอยู่แถวๆนี้”
       สิบทิศยื้อมือร้อยดาวไว้ “พอได้แล้ว ! กลับไปกับฉันเดี๋ยวนี้”
       “ถ้าคุณชายจะกลับก็เชิญกลับไปก่อน ดิฉันต้องลงไปช่วยพวกเขา”
       “ทางลงห้องใต้ดินถูกปิดตายขนาดนี้ ใครจะลงไปได้ยังไง”
       ร้อยดาวขี้เกียจต่อปากต่อคำ เธอก้มหน้าตะกุยต่อไปจนพบบานประตู ร้อยดาวพยายามดึงแต่ก็ดึงไม่ออก สิบทิศอดไม่ได้จึงต้องเข้าไปช่วยร้อยดาวอีกแรง
       
       วีระวิทย์ละล้าละลังจะฆ่าดาราเรศแต่ก็ไม่กล้า
       เวียงแก้วเชียร์ “เร็วเข้าสิ ! รีบๆฆ่ามันซะ ! แกจะได้ออกไปจากที่นี่ไง”
       วีระวิทย์เงื้อมีดขึ้นสุดวงแขนเพื่อจะฆ่าดาราเรศ ดาราเรศหลับตาปี๋ แล้วร้องไห้ น้ำตา น้ำมูกไหลด้วยความกลัวจนเหงื่อผุดเต็มหน้า มีดจากมือวีระวิทย์หล่นลงที่พื้น วีระวิทย์โผเข้ากอดดาราเรศเอาไว้แล้วปล่อยโฮออกมาเหมือนเด็กๆ
       “พี่ทำไม่ได้ ! เราโตมาด้วยกัน กินนอนมาด้วยกัน พี่ฆ่าน้องไม่ได้จริงๆ”
       สิบทิศช่วยร้อยดาวเปิดประตูได้สำเร็จและกำลังจะลงมา
       หน้าตาเวียงแก้วกลายเป็นเน่าเฟะเพื่อข่มขวัญทั้งสองและบีบคั้นให้ทั้งสองตระหนกยิ่งขึ้น
       “รักกันมากนักใช่ไหม ? ดี ! ฉันจะช่วยสงเคราะห์ส่งให้พวกแกไปอยู่ในนรกด้วยกันทั้งสองพี่น้อง เริ่มจากแกคนแรก”
       เวียงแก้วบีบคอวีระวิทย์แล้วยกเขาขึ้นจนขาลอยขึ้นจากพื้น ดาราเรศตาเหลือก เธอหยิบมีดที่ตกอยู่ใกล้ๆ แล้วกระซวกข้างหลังวีระวิทย์อย่างแรง วีระวิทย์มองดาราเรศอย่างไม่เชื่อสายตาว่าน้องสาวจะกล้า
       “ฉันฆ่าพี่วิทย์แล้ว ! แกต้องไว้ชีวิตฉันนะ ! ฉันยังไม่อยากตาย ปล่อยฉันไปเถอะ”
       เวียงแก้วคลายมือออกแล้วปล่อยร่างวีระวิทย์ที่หายใจระทวยลงมากองที่พื้นชนิดรอความตาย วีระวิทย์จ้องดาราเรศตาเขม็งด้วยความอาฆาตแค้น เวียงแก้วเอื้อมมือมาลูบแก้มดาราเรศเบาๆ แบบน่าขนลุก
       “คุณหนูดาราเรศช่างใจเด็ดจริงๆ... ไม่ต้องกลัว ข้าเจ้าจะไว้ชีวิต และพาคุณหนูกลับไปตามคำสัญญา แล้วคุณหนูจะรู้ซึ้งว่าอยู่กับตายอย่างไหนมันทรมานมากกว่ากัน”
       
        เวียงแก้วหันควับไปยังประตูที่จะลงมายังห้องใต้ดินเพราะรับรู้ถึงการมาของร้อยดาว

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 11
        ร้อยดาวลงมายังคุกใต้ดินพร้อมกับสิบทิศ สิบทิศไม่เห็นใครอยู่เลยสักคน
       
       “ไหนล่ะ...คนที่เธอจะมาช่วย ไม่เห็นมีใครอยู่ที่นี่สักคน”
       ร้อยดาวแปลกใจ เธอใช้ไม้เท้าคลำทางไปทั่วให้แน่ใจ
       “เป็นไปไม่ได้ ก็ดิฉันเห็น”
       “อย่าเพ้อไปหน่อยเลย ! ตาเธอบอดอยู่ จะมองเห็นได้อย่างไร นอกจากเธอจะเห็นภาพหลอนที่สร้างขึ้นเอง แล้วหลงผิดคิดว่านั่นเป็นเรื่องจริง”
       “เลิกวินิจฉัยเสียที ดิฉันป่วยไม่ได้เป็นโรคจิตนะคะ”
       “ผู้ป่วยร้อยทั้งร้อยก็ไม่ค่อยยอมรับว่าตัวเองเป็นโรคจิตกันนักหรอก”
       “ดิฉันไม่ทราบจะอธิบายสิ่งที่ดิฉันเห็นให้คุณชายเข้าใจได้ยังไง อาจจะฟังดูเหลวไหลไปสักหน่อยแต่ดิฉันมองเห็นในสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น”
       สิบทิศมองหน้าร้อยดาวอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
       “จะให้ฉันเชื่อว่าเธอมีสัมผัสพิเศษมองเห็น “วิญญาณ” เนี่ยนะ ?”
       ร้อยดาวพยักหน้าช้าๆ แต่มั่นใจ
       “คุณชายยังจำผู้หญิงชุดขาวที่เคยเห็นในฝันได้ไหมคะ”
       ภาพเหตุการณ์ตอนที่เวียงแก้วเข้าฝันพาสิบทิศมายังบ่อน้ำหลังตึกบดินทร์ธรย้อนกลับมา
       ร้อยดาว พูดต่อ “ผู้หญิงคนนั้นคือคุณแม่เวียงแก้วของดิฉันเอง”
       สิบทิศไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ร้อยดาวพูด
       ทันใดนั้น เวียงแก้วก็ปรากฏตัวขึ้นในสภาพหน้าตาถมึงทึงชุดดำดูกลมกลืนกับความมืดที่มุมห้อง สิบทิศเห็นก็ถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งร่างแทบไม่เชื่อสายตา
       “คุณแม่เวียงแก้วต้องการ....”
       เวียงแก้วหายตัววับไปจากมุมห้องแล้วโผล่มาในระยะประชิด เวียงแก้วกระชากแขนร้อยดาวไปยังอีกมิติก่อนที่เธอจะพูดอะไรต่อไป ร้อยดาวหมดสติทรุดฮวบลงกับพื้น สิบทิศตะลึงจนตาค้างต่อสิ่งที่มองเห็นตรงหน้า เขารีบปราดเข้าไปเขย่าร่างร้อยดาวที่หมดสติทันที
       
       ร้อยดาวถูกเวียงแก้วผลักล้มลง
       “นังตัวดี ! คิดเหรอว่าคู่หมั้นสุดที่รักของแกจะช่วยแกหยุดฉันได้”
       “คุณแม่เอาวีระวิทย์กับดาราเรศไปซ่อนไว้ที่ไหนคะ ?” ร้อยดาวถาม
       เวียงแก้วหัวเราะ “ฉันก็แค่พาไปไว้ในที่ที่พวกมันควรอยู่”
       “คุณแม่ฆ่าพวกเขาแล้วเหรอคะ”
       “เปล่า...ฉันไม่ได้ฆ่า คนที่อ่อนแอก็ต้องตกเป็นเหยื่อของคนที่แกร่งกว่าเป็นธรรมดาของสัตว์โลก”
       “นี่ไม่ใช่การไล่ล่าตามวัฏจักร แต่คุณแม่กำลังทำตามความคั่งแค้นที่ฝืนต่อกฎธรรมชาติ คุณแม่ไม่มีสิทธิ์ตัดสินชี้เป็นชี้ตายใครทั้งนั้น”
       “แล้วทีพวกมันหยิบยื่นโทษตายให้ฉันล่ะ มีใครหน้าไหนออกมากางปีกปกป้องฉันบ้าง”
       “ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามกรรมที่แต่ละคนเคยทำไว้”
       “ฉะนั้นสิ่งที่พวกมันทุกคนได้รับก็สาสมแล้วกับกรรมที่มันเคยก่อไว้แล้ว”
       เวียงแก้วพูดจบก็สลายร่างหายไป
       
       ร้อยดาวสะดุ้งรู้สึกตัวอีกครั้งบนเตียงในห้องปกรณ์
       “คุณแม่คะ ! กลับมาก่อน”
       สิบทิศที่นั่งเฝ้าอาการของร้อยดาวถามด้วยความเป็นห่วง
       “ฝันร้ายเหรอ ?”
       “คุณชาย...” ร้อยดาวปวดหัว “นี่ดิฉันอยู่ที่ไหนคะ ?”
       “ฉันพาเธอกลับมาที่ห้องแล้ว... เธอหมดสติไปตั้งหลายชั่วโมง”
       ร้อยดาวซึ้ง “ขอบคุณคุณชายมากนะคะ... สำหรับทุกเรื่อง”
       “ฉันก็แค่ทำตามหน้าที่คู่หมั้นที่ดีเท่านั้น”
       สิบทิศเขินแล้วรีบกลบเกลื่อนโดยการเปลี่ยนเรื่อง
       “ตอนที่เธอสลบไป เธอเห็น...เอ่อ...คุณแม่เวียงแก้วของเธอใช่ไหม ?”
       “ขอโทษนะคะ ดิฉันไม่ได้ป่วยทางจิตหรือมีอาการหลงผิดเหมือนอย่างที่คุณชายเข้าใจ กรุณาเลิกบำบัดดิฉันเสียที” ร้อยดาวว่า
       “ฉันเชื่อ ! เพราะฉันก็เห็นในสิ่งที่เธอเห็นเหมือนกัน”
       ร้อยดาวตกใจจนแทบไม่อยากจะเชื่อหู
       “ว่ายังไงนะคะ ? คุณชายเห็นคุณแม่เวียงแก้วหรือคะ ?”
       “ใช่ ! ฉันเห็นคุณเวียงแก้วก่อนที่เธอจะหมดสติที่เวียงร้อยดาว เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฉันฟังได้แล้ว”
       สิบทิศพูดด้วยสีหน้าจริงจังหนักแน่น
       
       สร้อยฟ้าผุดลุกผุดนั่งแล้วเดินพล่านเป็นเสือติดจั่นเพราะเป็นห่วงลูกทั้งสอง เธอแหงนขึ้นไปมองรอยกากบาทปริศนาบนเพดานที่เหลืออยู่ 4 รอยแล้วก็ยิ่งกลุ้ม ดาราเรศเดินเข้ามาด้วยหน้าตาอิดโรย เสื้อผ้ายับยู่ยี่
       “ยัยเรศ ! กลับมาแล้วเหรอลูก หายไปไหนมาตั้งหลายวัน รู้ไหม แม่เป็นห่วงจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ตาวิทย์พี่แกก็อีกคนไม่รู้หายไปไหน”
       ดาราเรศก้มหน้าไม่กล้าสบตาสร้อยฟ้า เธอเอามือซ่อนไว้ข้างหลังไม่ให้สร้อยฟ้าเห็น
       “แล้วนี่หน้าตาไปโดนอะไรมา ทำไมถึงได้...” สร้อยฟ้าถาม
       “ไม่มีอะไรหรอกแม่ เรศแค่ซุ่มซ่ามไปหน่อย” ดาราเรศบอก
       “เจ็บหรือเปล่า ? แม่ทายาให้ไหม ?”
       สร้อยฟ้าถามด้วยความเป็นห่วง ดาราเรศน้ำตารื้น เธออยากจะโผกอดแม่แต่ก็รู้สึกผิดจนไม่กล้ากอด
       “ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวก็หาย ขอตัวก่อนนะคะ เรศอยากพักผ่อน”
       
       ดาราเรศหลบหน้าขึ้นบันไดไปด้วยท่าทีเงียบขรึมกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา สร้อยฟ้าส่ายหน้าแล้วมองตามด้วยความเป็นห่วง
        
       อ่านต่อหน้า 4

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 13
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 12
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 11
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 10
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 38 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 36 คน
95 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
5 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015