หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ไฟในวายุ

ไฟในวายุ ตอนที่ 8

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มกราคม 2557 17:00 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ไฟในวายุ ตอนที่ 8
       ไฟในวายุ ตอนที่ 8
       
       ภายในห้องรับรองบ้านไร่สายน้ำรีสอร์ต สลิลโพล่งออกมาด้วยความประหลาดใจ
       "จะให้หว้าช่วยพูดกับคุณใหญ่ไม่ให้กลับกรุงเทพเนี่ยนะคะ"
       ธรามาขอร้องสลิล โดยมีภูผานั่งอยู่ด้วย
       "คุณใหญ่ไม่มีทางฟังหว้าหรอกค่ะ"
       "นั่นสิครับ ขนาดคุณธราพูดคุณใหญ่ยังไม่ฟังเลย"
       ธราช้อนตามองภูผา แล้วบอก
       "ผู้ชายน่ะ ต่อให้ใจแข็ง ดื้อดึงขนาดไหน แต่ถ้าเจอผู้หญิง โดยเฉพาะคนพิเศษของเค้าขอร้องล่ะก้อ ยังไงก็ต้องฟัง"
       ธราพูดพลางส่งยิ้มหวานให้สลิล สลิลดูอึ้งๆ อายๆ
       "คุณป้าเอาอะไรมาพูดคะ"
       ภูผารีบช่วยหลานสาว
       "ลูกหว้าก็ยังไม่ใช่คนพิเศษอะไรสำหรับคุณใหญ่ขนาดนั้นหรอกครับ"
       "อย่าบอกนะคะว่าหมอภูดูไม่ออก ว่าใหญ่เค้าแอบคิดยังไงกับหนูลูกหว้า หรือหมอภูรู้แต่ทำเป็นไม่รู้ เพราะหวงหลานสาวกันแน่คะ"
       สลิลรีบพูดขัดขึ้น เขินๆ อึกอักเล็กน้อย
       "คุณใหญ่ไม่ได้คิดอะไรกับหว้าหรอกค่ะ เค้าคงรำคาญมากกว่า ที่หว้าชอบไปวุ่นวายกับชีวิตเค้า"
       "ป้ารู้นิสัยลูกชายป้าดี ใหญ่เค้าอารมณ์ร้อน ถ้าเค้ารำคาญหนูหว้า ก็คงไล่ตะเพิดไม่ให้อยู่ใกล้ๆ อย่างนี้หรอกจ้ะ หนูไปช่วยพูดกับใหญ่ให้ป้าหน่อยนะ ป้าเป็นห่วง ใหญ่ยังไม่หายดี ป้ายังไม่อยากให้เดินทาง แถมต้องไปเครียดกับงานที่กรุงเทพอีก"
       สลิลลำบากใจ สบตาลุงขอความเห็น ภูผาพยักหน้าให้สลิลไป สลิลบอกธรา
       "หว้าจะลองช่วยพูดกับคุณใหญ่ให้ก็ได้ค่ะ แต่ไม่ใช่ฐานะคนพิเศษนะคะ"
       ธรายิ้มพอใจ
       "จะฐานะอะไรก็ได้ทั้งนั้นล่ะจ้ะ แล้วแต่หนูหว้าสบายใจเถอะ ขอแค่ช่วยพูดให้ป้าก็พอ"
       "หว้าไม่รับปากนะคะว่าจะสำเร็จรึเปล่า"
       "ป้ามั่นใจว่าใหญ่ต้องเชื่อคำพูดหนูหว้าแน่นอนจ้ะ"
       ธรายิ้มมั่นใจ สลิลฝืนยิ้มแหยๆ ไม่มั่นใจและไม่ค่อยเต็มใจอยากไปพูดให้ซักเท่าไหร่ แต่ขัดไม่ได้
       
       นวลขวัญนั่งหน้าเครียด ร่วมโต๊ะอยู่กับวีระ
       "นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมอยู่ๆ คุณวีระถึงได้ยกเลิกสัญญาซื้อขายทั้งหมด"
       วีระอึกอัก ท่าทางลำบากใจ ชำเลืองมองไปที่โต๊ะข้างๆ เห็นลูกน้องกษิตนั่งคุมเชิงอยู่ วีระปั้นหน้าขรึมซีเรียส
       "ใบชาของไร่คุณขวัญมีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ลูกค้าที่กรุงเทพตีคืนกลับมาที่ผมหมดเลย ผมเสียหายขนาดนี้ยังจะให้ผมรับซื้อใบชาจากคุณต่อไปได้ยังไงครับ"
       " เป็นไปไม่ได้ค่ะ ลูกค้าเจ้าอื่นๆ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ทั้งที่เป็นของล็อตเดียวกัน"
       "ผมจะโกหกคุณขวัญไปทำไมครับ เอาเป็นว่าสรุปตามนี้ก็แล้วกัน ผมจะหยุดรับซื้อใบชาจากไร่คุณขวัญจนกว่าผลผลิตไร่คุณจะได้คุณภาพที่ลูกค้าผมต้องการ"
       วีระรีบตัดบท นวลขวัญอึ้งไป
       "ผมไปก่อนนะ นัดลูกค้าเอาไว้อีกที่"
       วีระลุกเดินออกไป
       "เดี๋ยวก่อนค่ะคุณวีระ"
       วีระไม่ฟังเสียง เดินจ้ำพรวดๆ ออกไป ด้วยสีหน้าลำบากใจ ไกรกูณฑ์เดินเข้ามาในห้องอาหาร เห็นนวลขวัญนั่งหน้าจ๋อยอยู่ที่โต๊ะด้านใน ลูกน้องของกษิตเดินตามประกบวีระมาตรงหน้าไกรกูณฑ์พอดี
       ไกรกูณฑ์รีบเบี่ยงตัวหลบ ทำเป็นนั่งที่โต๊ะอาหารหนึ่ง แต่ลอบฟังการสนทนา ลูกน้องกษิตตบบ่าเบาๆ ข่มขู่วีระ
       "ทำได้ดีมาก แล้วอย่าคิดกลับใจไปรับซื้อใบชาจากไร่ขวัญแก้วอีกล่ะ ไม่งั้นเจ้านายฉันตัดทางทำมาหากินของแกทั้งหมดแน่ๆ"
       วีระไม่สบอารมณ์ แต่ทำอะไรไม่ได้
       "รู้แล้วน่า"
       วีระเดินเร็วๆ ผ่านหน้าไกรกูณฑ์ออกไป ลูกน้องกษิตเดินตามหลังไปติดๆ
       ไกรกูณฑ์นั่งก้มหน้าเบือนไปอีกทางไม่อยากให้วีระและลูกน้องเห็น เขาจำลูกน้องกษิตได้ แล้วพึมพำด้วยความไม่พอใจ
       "ไอ้กษิต"
       ไกรกูณฑ์ลุกจากที่นั่งต้องชะงักเมื่อเห็นนวลขวัญยืนจ้องมาที่เขาอยู่แล้ว
       "คุณขวัญ"
       "คุณอย่าคิดนะว่าที่คุณบีบให้คุณวีระกับลูกค้ารายอื่นๆ ของฉันยกเลิกซื้อใบชาจากไร่ขวัญแก้วแล้วจะทำให้ฉันยอมขายไร่ให้คุณง่ายๆ"
       "เรื่องนี้ผมไม่เกี่ยวนะครับคุณขวัญ ผมมั่นใจว่าเป็นแผนการของนายกษิต"
       นวลขวัญหน้านิ่งรับฟังไกรกูณฑ์
       "ผมจะช่วยติดต่อหาคนรับซื้อใบชารายอื่นให้นะครับ"
       นวลขวัญแดกดัน แล้วสะบัดหน้าเดินไป
       "คุณจะทำอย่างนั้นเพื่ออะไรคะ สู้ปล่อยให้ไร่ฉันเจ๊ง ฉันจะได้ยอมขายไร่ให้คุณถูกๆ ไม่ดีกว่าเหรอ"
       ไกรกูณฑ์คว้ามือนวลขวัญเอาไว้
       "ผมอยากให้คุณขวัญยอมขายไร่ให้ผมด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่เพราะถูกบีบบังคับ"
       นวลขวัญดึงมือออก
       "คุณทำแบบนี้ไม่กลัวมีปัญหากับคุณกษิตเหรอคะ"
       "เรื่องนั้นผมไม่สน ผมแค่อยากพิสูจน์ให้คุณขวัญเห็นว่าผมจริงใจกับคุณจริงๆ"
       นวลขวัญอึ้งไป ไม่รู้ว่าจะเชื่อคำพูดไกรกูณฑ์ได้มากน้อยแค่ไหน ได้แต่ถอนใจแล้วเดินออกไปจากร้านอาหาร ไกรกูณฑ์มองตามด้วยความรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
       ละเวงแต่งตัวสวยมองดูเหตุการณ์อยู่หน้าร้านอาหารด้วยสีหน้าเจ็บใจมาก จิกตามองตามนวลขวัญที่เดินเลี้ยวไปอีกทางด้วยสีหน้าชิงชัง โทรศัพท์มือถือละเวงดังขัดขึ้น ละเวงกดรับ
       "เธอไม่ต้องลงมาหรอก ฉันจะกลับเลย ไม่มีอารมณ์จะกินอะไรแล้ว"
       "ค่ะ"
       ละเวงหน้านิ่ง ตอบกลับไป ก่อนกดตัดสาย เธอขบกรามแน่นด้วยความแค้น
       
       โถงบ้านพักไร่วายุกูล ธราต่อว่าไกรกูณฑ์ด้วยความไม่พอใจ
       "ละเวงยังอยู่ที่นี่ น้อยรู้ใช่มั้ย"
       ไกรกูณฑ์ถอนใจ ตอบหน้าเฉย
       "รู้ครับ"
       ธราปั้นหน้าไม่พอใจขึ้นมา
       "น้อยรู้ แต่ปิดแม่งั้นเหรอะ อย่าบอกนะว่าน้อยก็คิดจะจริงจังกับมัน"
       "ไม่มีทางหรอกครับ"
       ธราสวนทันที
       "แล้วนังนวลขวัญเจ้าของไร่ชาอะไรนั่นล่ะ"
       ไกรกูณฑ์ไม่พอใจถาม
       "ละเวงมันโทรมาฟ้องแม่ใช่มั้ยครับ"
       ธราหวงลูกขึ้นมาทันที สั่งเด็ดขาด พูดพลางน้ำตาไหล
       "หยุดความรู้สึกทั้งหมดเดี๋ยวนี้นะน้อย โลกนี้ไม่มีใครรักน้อยเท่าแม่หรอกรู้มั้ย มีแต่แม่คนเดียวที่ทำทุกอย่างเพื่อน้อย ผู้หญิงพวกนั้นมันมีแต่จะทำให้น้อยของแม่เสียใจ เชื่อแม่นะ น้อยห้ามไปหลงรักใครหน้าไหนเด็ดขาด เข้าใจมั้ยลูก"
       ไกรกูณฑ์แปลกใจกับอาการของแม่ แต่รับปากไปให้แม่สบายใจ
       "เข้าใจครับแม่"
       
        ธรายิ้มดีใจทั้งน้ำตา สวมกอดลูกชายเอาไว้ แม้ไกรกูณฑ์จะไม่เห็นด้วย แต่ไม่กล้าขัดใจแม่ ได้แต่ถอนใจยาวออกมาขณะอยู่ในอ้อมกอดของธรา

ไฟในวายุ ตอนที่ 8
       ภายในห้องนอนวายุ ในไร่วายุกูลตอนหัวค่ำ เขากำลังนั่งคิดนั่งเขียนแผนการทำงานพร้อมเปิดปฏิทิน
       เช็กวันดู ระหว่างนั้น โทรศัพท์มือถือวายุดังขัดขึ้น เขาดูเบอร์โชว์เห็นว่าสลิลโทรมา ก็อมยิ้มเล็กน้อย ก่อนกดรับ เขาคุยมือถือ ปั้นเสียงดุ อย่างวางฟอร์ม
       "นี่เธอจะโทร.มาเช็คอะไรฉันนักหนา ฉันอยู่บ้านสบายดี ปลอดภัย กินข้าวกินยาเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องห่วงมากนักหรอกน่า"
       สลิลนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ที่ห้องโถง
       "คุณป้าบอกว่าคุณใหญ่จะกลับกรุงเทพแล้ว ไม่รอจับตัวคนร้ายให้ได้ก่อนค่อยกลับเหรอคะ"
       "ฉันมีงานต้องรีบกลับไปทำ เสร็จงานแล้วฉันค่อยกลับมาก็ได้"
       วายุสีหน้าจริงจังขึ้นมา
       "ส่วนเรื่องคนร้ายก็ปล่อยให้ตำรวจจัดการไปดีแล้ว"
       สลิลคุยมือถือ สีหน้าผิดหวังเล็กน้อย ไม่รู้จะโน้มน้าวยังไงดี ทันใดนั้นไฟในห้องก็ดับวูบ สลิลร้องตกใจเสียงหลงเล็กน้อย
       "มีอะไรรึเปล่า"
       สลิลคุยมือถือเดินไปเปิดม่านหน้าต่างดู
       "ไฟดับค่ะ สงสัยจะดับทั้งรีสอร์ต แค่นี้ก่อนนะคะ หว้าขอไปดูแลแขกที่รีสอร์ตก่อน"
       สลิลกดวางสายแล้วควานหาไฟฉาย ก่อนจะเดินลงจากบ้านไป วายุเป็นห่วงสลิลขึ้นมา
       
       บริเวณล็อบบี้บ้านไร่ ภูผาโทรศัพท์มือถือคุยกับการไฟฟ้าพื้นที่ ใกล้ๆนั้น ทิพวัลย์และพนักงานต้อนรับคุยโทรศัพท์ตอบคำถามลูกค้า
       ขาบ กับเข็ม และพนักงานรีสอร์ตช่วยกันจุดตะเกียงรอไปแจกลูกค้าตามห้องต่างๆ
       "รีสอร์ตไม่มีไฟสำรองฉุกเฉินรึไงคะ"
       ทิพวัลย์คุยโทรศัพท์ตอบกลับไปอย่างสุภาพ
       "รีสอร์ตเราเล็กๆ น่ะค่ะ แล้วที่นี่ไฟก็ไม่ได้ดับบ่อยๆ"
       ทิพวัลย์หน้าแหยไป ลูกค้าใส่ไม่ยั้ง สลิลเดินส่องไฟฉายรีบตามเข้ามาสมทบ ภูผากดตัดมือถือสีหน้าเครียด
       "เจอสาเหตุรึยังคะ"
       "ยังเลยหว้า ลุงโทรถามไฟฟ้าแล้ว ไม่มีไฟที่ไหนดับนอกจากรีสอร์ตของเรา"
       สลิลแปลกใจ
       "หว้าช่วยดูแลเรื่องตะเกียงแทนลุงที รีบทยอยเอาไปแจกได้แล้ว"
       "ค่ะคุณลุง"
       สลิลรีบเดินไปทางเข็ม ภูผาบอกขาบ
       "ขาบไปที่ห้องจ่ายไฟกับฉัน"
       "ครับ"
       ขาบถือไฟฉายส่องทาง เดินนำไป ภูผาเดินตามไป
       
       ขาบถือไฟฉายส่องทางเดินนำหน้าภูผามาตามทางเดินมืดๆ มุ่งหน้าไปทางห้องจ่ายไฟ ภูผาเหลือบตาเห็นชายคนหนึ่งท่าทางลับล่อๆ อยู่หลังพุ่มไม้จึงหยุดดู ในขณะที่ลุงขาบเดินหน้าต่อไป ไม่รู้เรื่อง ภูผาเดินมาดูที่พุ่มไม้ใกล้ๆ อย่างระมัดระวัง
       "นั่นใครน่ะ"
       ไม่มีเสียงตอบรับ
       "ฉันถามว่าใครอยู่ตรงนั้น"
       คนร้ายรีบเดินเร็วๆ ออกไปจากตรงนั้น ตั้งใจล่อให้ภูผาเดินตามไป
       
       คนร้ายล่อภูผาให้เดินตามมาที่หน้าบ้านพักหลังหนึ่ง แล้วคนร้ายก็ผลุบหายไปกับความมืด
       ภูผายืนหันหน้าหันหลังมองหาคนร้ายแต่ไม่เห็น
       "หายไปไหนแล้ว"
       ไม่คาดคิด เสียงปืนดังออกมาจากบ้านพัก ตามด้วยเสียงกรีดร้องของลูกค้าผู้หญิงดังลั่น ภูผาตกใจรีบวิ่งไปที่บ้านพักที่เกิดเหตุทันที
       
       ภูผาพรวดพราดเข้ามาในบ้านพักที่เกิดเหตุ หน้าตาตื่นตระหนก เห็นลูกค้าชายนอนตายจมกองเลือดอยู่...ลูกค้าผู้หญิงนั่งร้องไห้อยู่ใกล้ๆ ศพ
       "เกิดอะไรขึ้นครับ"
       ภูผาทรุดตัวลงนั่งข้างลูกค้าผู้หญิง ไม่คาดคิดมือไปปัดโดนปืนที่วางอยู่บนพื้นอย่างไม่รู้ตัว เขามองไม่เห็นว่าเป็นอะไร เผลอหยิบขึ้นมา... ทันใดนั้นไฟก็สว่างขึ้น ลูกค้าผู้หญิงกรีดร้องเสียงดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมลุกหนี
       ลูกค้าหญิงกลัวลนลาน
       "คุณฆ่าสามีฉัน คุณฆ่าเค้าทำไม"
       ภูผายืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก ด้านนอกบ้านพัก คนร้ายยืนมองเหตุการณ์อยู่อย่างพอใจผลงาน ก่อนจะวิ่งหลบออกไป ลูกค้าคนอื่นๆ วิ่งกรูกันเข้ามาดูเต็มไปหมด
       ลูกค้าหญิงร้องไห้โฮ ฟ้องทุกคน
       "เค้าฆ่าสามีฉันค่ะ เค้าฆ่าสามีฉัน"
       "ผมไม่ได้ทำนะครับ ผมเข้ามาช่วยคุณ"
       ภูผามองปืนในมือ รีบโยนทิ้ง
       ลูกค้าคนอื่นๆ จ้องมองภูผาแล้วซุบซิบกันใหญ่
       "เป็นเรื่องเข้าใจผิดนะครับ ผมเข้ามาช่วย ปืนตกอยู่กับพื้น มันมืด ผมมองไม่เห็น เลยหยิบขึ้นมาดู"
       ลูกค้าหญิงร้องไห้ฟูมฟาย
       "ไม่จริง คุณนั่นแหละเป็นคนยิงสามีของฉัน"
       สลิลกับขาบแหวกกลุ่มลูกค้าที่มุงดูอยู่เข้ามา
       "เกิดอะไรขึ้นคะคุณลุง"
       สลิลสะดุ้งสุดตัวที่เห็นคนตายในห้อง ภูผาถอนใจ สีหน้าเคร่งเครียด
       
       ผ่านเวลาซักครู่ ตำรวจจับภูผาใส่ห้องขัง สลิลยืนน้ำตาคลอไม่ฟูมฟายอยู่หน้าห้องขัง มีเข็มยืนหน้าจ๋อยอยู่เป็นเพื่อนด้วย ภูผาหน้าเครียด จับต้นชนปลายไม่ถูก งงไปหมด
       สลิลน้ำตาคลอ หันไปพูดกับตำรวจ
       "คุณตำรวจคะ มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด คุณลุงฉันไม่ได้ฆ่าใครตายจริงๆ นะคะ ถ้าฉันจะขอประกันตัวคุณลุงออกไป ต้องทำยังไงบ้าง"
       "คดีฆ่าคนตายเรายังให้ประกันตัวทันทีตอนนี้ไม่ได้นะครับ ต้องรอตรวจพิสูจน์หลักฐานก่อน แล้วเจ้าหน้าที่จะพิจารณาอีกทีว่าเห็นสมควรให้ประกันตัวได้รึเปล่า"
       ตำรวจเดินเลี่ยงออกไป สลิลหันหน้ากลับไปมองที่ภูผาอีกครั้ง เจ็บแปลบ น้ำตาไหลซึมที่เห็นลุงต้องถูกขัง แต่ก็พยายามทำตัวเข้มแข็ง ภูผาฝืนยิ้มให้ เลื่อนมือมาจับกุมมือ ปลอบหลาน
       "ลุงบริสุทธิ์ ไม่ได้ทำอะไรผิด ตำรวจจับลุงไม่ได้หรอกหว้า รอเค้ารวบรวมหลักฐานก่อน เดี๋ยวก็ต้องให้ประกันตัวลุง ทำใจให้สบายนะหว้า"
       สลิลพยักหน้ารับแต่ก็น้ำตาไหล รีบยกมือขึ้นซับน้ำตาออก
       "ลุงรู้สึกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเหมือนมีคนจัดฉาก วางแผนเอาไว้แล้ว ลุงสงสัยว่ามันเป็นใคร
       แล้วทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร"
       สลิลคิดตาม ภูผาเลื่อนมือมาลูบหัวสลิล
       "หว้ากลับไปพักก่อนเถอะ ลุงฝากดูแลรีสอร์ตด้วยนะ"
       สลิลยังส่ายหน้าเกาะลูกกรง ไม่ยอมกลับ น้ำตาไหลซึมออกมาอีก
       "เข็มพาคุณลูกหว้ากลับรีสอร์ตไปได้แล้วไป"
       "ครับ กลับกันเถอะครับคุณลูกหว้า ป่านนี้ลูกค้ารีสอร์ต คงวุ่นวายกันใหญ่แล้ว"
       สลิลนึกถึงเรื่องที่รีสอร์ตเลยต้องจำยอม มองลุงตาละห้อย
       "พรุ่งนี้หว้าจะรีบมาแต่เช้านะคะ"
       
       ภูผาสวมกอดสลิลเท่าที่ทำได้ผ่านซี่ลูกกรงห้องขัง...สลิลยิ่งร้องไห้สงสารลุงที่ต้องมาถูกกักขังทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด

ไฟในวายุ ตอนที่ 8
       บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับบ้านไร่สายน้ำรีสอร์ต ในเวลากลางคืน บรรยากาศโกลาหล ทิพวัลย์จัดการเช็กเอาท์ให้แขกอยู่หน้าเคาน์เตอร์วุ่นวาย ขาบวิ่งวุ่นช่วยลูกค้ายกกระเป๋าไปใส่รถ วายุเดินเข้ามาที่หน้าเคาน์เตอร์ เห็นบรรยากาศวุ่นวายก็แปลกใจ รีบเดินเข้าไปถามทิพวัลย์ที่กำลังดูแลลูกค้าอยู่
       "เกิดอะไรขึ้นครับคุณทิพย์ แล้วลูกหว้าอยู่ไหน ผมโทร.เข้ามือถือเค้าตั้งหลายครั้งก็ไม่รับสาย"
       สลิลเดินกลับเข้าล็อบบี้มาพร้อมกับเข็ม ดีใจและรู้สึกอบอุ่นอยากบอกไม่ถูกที่เห็นวายุมาที่นี่
       "คุณใหญ่คะ"
       วายุรีบเดินเข้ามาหา ซักไซ้ด้วยความเป็นห่วง
       "เกิดเรื่องอะไรขึ้น"
       สลิลกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ร้องไห้ออกมา
       "ร้องไห้ทำไม"
       สลิลยังพูดอะไรไม่ออก ช็อก สับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้น เลยได้แต่ร้องไห้ เขาดึงเธอเข้ามากอดปลอบใจ และปล่อยให้ร้องไห้ออกมาให้เต็มที่
       
       ผ่านเวลาเล็กน้อย วายุพาสลิลมานั่งที่มุมสงบมุมหนึ่งในรีสอร์ต
       "ฉันว่าเรื่องนี้ต้องมีคนจงใจให้เกิดขึ้นแน่ๆ"
       "หว้าก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ แต่ก็นึกไม่ออกว่ามันเป็นใคร แล้วต้องการอะไร คุณลุงก็ไม่เคยมีศัตรูที่ไหน"
       "หรือจะเป็นพวกที่ต้องการเล่นงานฉัน คิดจะดึงเธอกับคุณลุงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย"
       สลิลมองหน้าวายุ นิ่งเงียบ ไม่อยากคาดเดาอะไร
       "ศัตรูคุณใหญ่คงไม่เล่นงานไปทั่วอย่างนี้หรอกค่ะ ตอนนี้หว้าห่วงแค่เรื่องจะช่วยคุณลุงออกมาได้ยังไง"
       วายุมองสบตาสลิล
       "ไม่ต้องห่วงนะ เรื่องนี้ฉันจะเป็นธุระช่วยเธอเอง เธอช่วยฉันมาเยอะแล้ว คราวนี้ขอให้ฉันได้ช่วยอะไรเธอตอบแทนบ้างก็แล้วกัน"
       สลิลยิ้มบางๆ ซึ้งใจจนน้ำตาคลอ
       "ขอบคุณค่ะคุณใหญ่"
       วายุยิ้มกำลังใจ เป็นรอยยิ้มของวายุมีแต่ความจริงใจและให้กำลังใจ ทำให้สลิลรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
       
       ตอนสายวันใหม่ กษิตเดินอารมณ์ดีคุยกับลูกน้องไปที่ห้องทำงาน ภายในโรงแรม
       "ลูกค้าที่รีสอร์ตเช็กเอ๊าท์ออกเกลี้ยงตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะครับ"
       กษิตหัวเราะชอบใจ
       "ตอนนี้บ้านไร่สายน้ำก็ไม่ต่างอะไรกับรีสอร์ตร้าง อีกไม่นานมันก็จะเจ๊ง รออีกหน่อยคงซื้อได้ราคาถูก"
       ลูกน้องกษิตถามอึกอัก
       "มีคนตายยังงี้ ตำรวจจะตามถึงพวกเราเจอมั้ยครับนาย"
       กษิตตาแข็งจ้องหน้าลูกน้อง
       "ไอ้คนที่ตายมันก็แค่ลูกหนี้ชั้นเลวของบ่อนเรา ถ้ามันไม่ไปตายที่รีสอร์ต มันก็ต้องถูกเก็บเพราะไม่มีเงินใช้หนี้อยู่แล้ว คิดจะทำงานใหญ่ต้องอย่าปอดแหก ตำรวจไม่มีทางสาวมาถึงตัวฉันได้แน่"
       "แล้วไร่ขวัญแก้วล่ะครับ"
       "รอดูมันไปก่อน ถ้าใช้ไม้นวมไม่ได้ผล มันก็จะได้เจอไม้แข็งเหมือนกัน"
       กษิตยิ้มร้าย
       
       ผ่านเวลาซักครู่ ณ มุมสวน บ้านไร่สายน้ำรีสอร์ต
       "อาจจะเป็นฝีมือนายกษิตก็ได้นะหว้า"
       นวลขวัญมาหาสลิลจับมือคุยกันอยู่
       "เกี่ยวอะไรกับเค้าคะ"
       "ก็เค้าอยากได้ที่ดินแถวนี้มาก เคยไปเจรจาขอซื้อไร่ขวัญแก้ว แต่พี่ไม่ยอมขายให้ เค้าเลยบีบลูกค้าพี่ให้ยกเลิกออเดอร์หมดเลย เค้าอาจจะอยากวางแผนให้รีสอร์ตหว้ามีปัญหาก็ได้"
       สลิลนิ่งไปอย่างใช้ความคิด วายุเดินเข้ามาตามหาสลิล เจอนวลขวัญอยู่ด้วย นวลขวัญยกมือไหว้ วายุรับไหว้ นวลขวัญยิ้มกระเซ้าสลิลอยู่ในที
       "งั้นพี่กลับก่อนดีกว่า คุยกันตามสบายนะ"
       วายุรีบพูดแก้ความเก้อเขินเป็นพัลวัน
       "ผมจะไปเยี่ยมหมอภูผาก็เลยแวะมารับคุณหว้า เผื่อจะไปพร้อมกันเลย ไม่ต้องขับรถไปหลายคัน"
       นวลขวัญอมยิ้มบอก
       "ดีค่ะ"
       วายุและสลิลสบตากันเล็กน้อยเหมือนมีพิรุธ ทั้งที่ก็ไม่มีอะไร
       "หว้าไปส่งพี่ขวัญที่รถนะคะ"
       สลิลแก้เขิน ควงแขนนวลขวัญพาเดินเลี่ยงออกไปก่อน วายุมองตามแล้วอมยิ้มบางๆ
       
       ภูผานั่งอยู่ในห้องสอบสวนกับตำรวจนายหนึ่ง
       "ผลการพิสูจน์หลักฐานออกมาแล้วนะครับ กระสุนที่อยู่ในตัวผู้เสียชีวิต เป็นกระสุนชนิดเดียวกับปืนที่อยู่ในมือคุณหมอวันเกิดเหตุ"
       ภูผาหน้าเสียเล็กน้อย ทำใจฟังต่อ
       "แต่เราไม่พบคราบเขม่าดินปืนที่มือคุณหมอ และที่ปืนมีรอยนิ้วมือของคนสองคน คุณหมออาจจะไม่ใช่ผู้ยิงตามคำให้การ แต่ยังไงก็ยังตกเป็นผู้ต้องสงสัยอยู่จนกว่าจะหาหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้"
       ภูผาสีหน้าโล่อกขึ้น
       "ถ้าอย่างนี้ผมก็ประกันตัวออกไปเพื่อสู้คดีได้แล้วใช่มั้ยครับ"
       "ได้ครับ"
       ภูผายิ้มออกมาอย่างดีใจ ที่ยังพอมีทางรอด
       
       วายุขับรถของสลิลแล่นเข้ามาจอดที่ด้านหน้าสำนักงานรีสอร์ต ภูผานั่งหน้า สลิลนั่งหลัง ทั้งหมดลงจากรถ ภูผาพูดกับวายุ สีหน้าซึ้งใจ
       "ขอบคุณคุณใหญ่อีกครั้งนะครับ ที่ช่วยดูแลลูกหว้าตอนที่ผมไม่อยู่"
       "เรื่องเล็กน้อยครับ คุณหมอกับลูกหว้าเคยช่วยผมไว้มากกว่านี้ซะอีก"
       "เข้าไปข้างในดีกว่าค่ะคุณลุง เรายังมีเรื่องต้องจัดการกันอีกเยอะ"
       " รีสอร์ตเราไม่มีลูกค้าเหลืออยู่เลยใช่มั้ย"
       สลิลหน้าจ๋อย
       "ค่ะ ลูกค้าเช็คเอาท์ออกไปหมดตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ"
       ภูผาถอนใจ หน้าเศร้า
       "คราวนี้ต้องใช้เวลากอบกู้ชื่อเสียงรีสอร์ตอีกนานเลย ดีไม่ดีอาจต้องปิดถาวรก็ได้"
       "มันคงไม่เลวร้ายขนาดนั้นหรอกมั้งครับ"
       สลิลสีหน้าติดใจสงสัย
       "หว้าชักจะสงสัยว่าข้อสันนิษฐานของพี่ขวัญอาจจะเป็นจริงก็ได้นะคะ"
       "หนูขวัญว่ายังไง"
       วายุสนใจฟัง อยากรู้ด้วย
       "พี่ขวัญบอกว่านายกษิตอยากได้ที่ดินแถบนี้มาก เลยวางแผนทำลายชื่อเสียงรีสอร์ตเรา พอรีสอร์ตเรามีปัญหา เค้าก็จะได้เข้ามาขอซื้อได้ง่ายๆ"
       "นายกษิตอีกแล้วเหรอะ"
       "ใช่ค่ะ ตอนนี้ไร่ขวัญแก้วก็กำลังโดนเล่นงานอยู่เหมือนกัน ลูกค้ารายใหญ่พร้อมใจกันยกเลิกออเดอร์หมดเลย ก็อย่างที่รู้กันว่าใครหนุนหลังนายกษิตอยู่"
       วายุชักสีหน้าคิดเครียดๆ กลัวว่าเรื่องนี้ไกรกูณฑ์จะมีส่วนรู้เห็นด้วย
       
       เวลาบ่าย วายุขับรถกลับเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน เป็นจังหวะเดียวกับที่ไกรกูณฑ์เดินออกมาจากบ้าน กำลังจะมาขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าบ้านพอดี วายุรีบลงจากรถไปดักหน้าไกรกูณฑ์ไว้ มีเรื่องอยากถาม ธราเดินผ่านมาพอดี รีบหลบมุมดูสถานการณ์อยู่ข้างหลัง วายุแววตาแข็งกร้าวจ้องหน้าไกรกูณฑ์
       "เมื่อวานนี้เกิดเรื่องฆ่ากันตายที่บ้านไร่สายน้ำ มีคนตั้งใจสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายให้หมอภูผาเป็นฆาตกร"
       ไกรกูณฑ์สวนขึ้นมาทันที
       "คุณใหญ่ก็เลยคิดว่าเป็นฝีมือผมอีกล่ะสิ ดีนะ เรื่องชั่วๆ เลวๆ ก็โยนให้ผมตลอด" ไกรกูณฑ์พูดพลางแค่นหัวเราะ
       ธราแอบฟังอยู่ สงสัยว่าเป็นฝีมือใคร
       วายุไม่อยากเชื่อ
       "พูดอย่างนี้ หมายความว่าน้อยไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ใช่มั้ย"
       ไกรกูณฑ์พูดเน้นๆ ชัดๆ
       
       "ผมไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าคุณใหญ่ไม่เชื่อก็ช่วยไม่ได้"

ไฟในวายุ ตอนที่ 8
       ไกรกูณฑ์จะเดินหนีไปขึ้นรถ วายุตามมาขวางไว้ ไม่ค่อยอยากเชื่อคำพูดน้อง พูดเสียงขรึมเหมือนต้องการขู่อยู่ในที
       "ไม่ว่าน้อยจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ก็ตาม แต่พี่ขอบอกน้อยไว้ตรงนี้เลยว่า พี่จะไม่ทนอยู่เฉยๆ แบบนี้อีกแล้วพี่จะตามจับตัวคนร้ายเมื่อคืนกับไอ้คนที่มันคอยจ้องทำร้ายพี่มาตลอดให้ได้" วายุพูดพลางจ้องหน้าน้องชาย น้ำเสียงหนักแน่น จริงจัง
       ธราหลบอยู่เข้าบ้านไป ไกรกูณฑ์มีท่าทีร้อนตัว กลัววายุจับได้ขึ้นมาจริงๆ จะเดินไปขึ้นรถ
       ทันใดนั้นธราก็เดินเข้ามาเรียกลูกชายไว้
       "น้อย อย่าเพิ่งไป"
       ไกรกูณฑ์สงสัยว่าแม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับตน
       
       ธราลากตัวไกรกูณฑ์เข้ามาคุยกันที่มุมลับตา
       "น้อยไม่รู้เรื่องบ้านไร่สายน้ำจริงๆ ใช่มั้ย"
       ไกรกูณฑ์หงุดหงิด ที่แม่ไม่ไว้ใจ
       "แม่อย่ามาทำเป็นคุณใหญ่อีกคนหน่อยเลย"
       "ถ้าน้อยไม่ได้ทำ แล้วจะเป็นฝีมือใคร"
       ไกรกูณฑ์พอเดาได้
       "น่าจะเป็นนายกษิต ผมเคยได้ยินเค้าพูดอยู่เหมือนกันว่าอยากได้ที่ดินบ้านไร่สายน้ำ"
       ธราถามย้ำ ไม่ค่อยเชื่อใจ
       "น้อยไม่ได้ร่วมมือกับนายกษิตจริงๆ นะ"
       ไกรกูณฑ์เผลอระเบิดอารมณ์ออกมา
       "นี่คำพูดผมมันไม่มีความน่าเชื่อถือเลย ใช่มั้ยครับ พูดอะไรไปถึงไม่มีใครเชื่อเลย ทั้งคุณแม่ ทั้งคุณใหญ่
       เป็นเหมือนกันหมด"
       ธราชะงักไปเล็กน้อย
       "ผมก็ไม่รู้จะต้องทำตัวยังไงแล้วถึงจะถูกใจคุณแม่ซะที ทุกวันนี้ผมก็แทบไม่ต้องคิดอะไรเองแล้ว ดีที่ยังใช้จมูกหายใจด้วยตัวเองได้อยู่ ..แม่รู้มั้ยว่าผมเบื่อ ผมอยากมีชีวิตเป็นของตัวเองบ้าง"
       ไกรกูณฑ์อึดอัดใจมาก เดินหัวเสียออกไป ธราอึ้ง ไม่เคยเห็นลูกชายระบายความในใจออกมาอย่างนี้มาก่อน เธอมองตามลูกชายไป พร้อมกับใช้ความคิด
       
       ในเวลาต่อมา ธรามาพบภูผาที่บ้านไร่สายน้ำรีสอร์ต
       "เกิดเรื่องร้ายแรงกับรีสอร์ตขนาดนี้ ทำไมไม่โทร.บอกฉันล่ะคะ"
       "ผมไม่อยากให้คุณธราไม่สบายใจไปด้วย แค่เรื่องของคุณใหญ่ คุณก็เครียดมากพอแล้ว"
       ธราจับมือปลอบใจภูผา
       "หมอภูพูดอย่างกับเราเป็นคนอื่นคนไกลอย่างนั้นแหละ หมอภูช่วยฉันมาเยอะแล้ว ถึงคราวที่ฉันต้องช่วยหมอภูบ้าง ถึงฉันจะช่วยอะไรได้ไม่มาก แต่ก็อยากมาให้กำลังใจ"
       ภูผามองสบตาธราที่ส่งสายตามาด้วยความรู้สึกซึ้งใจ ทันใดนั้น สลิลก็วิ่งพรวดเข้ามาขัดจังหวะพอดี
       สลิลน้ำเสียงตื่นเต้น ตกใจเรียก
       "คุณลุงคะ"
       ภูผากับธรารีบปล่อยมือและละสายตาออกจากกัน
       "ขอโทษค่ะ"
       ธราปั้นท่าทางขวยเขิน ภูผาส่งสายตาดุหลานสาวเล็กน้อยที่มาทำหน้าเป็น
       "มีอะไร"
       "คุณตำรวจโทรมาบอกว่า ผู้หญิงคนที่ใส่ร้ายคุณลุงว่าฆ่าสามีเธอตายหายตัวไปค่ะ"
       ธราและหมอภูผาแปลกใจหันมองหน้ากัน
       "ทางตำรวจเค้าสืบประวัติแล้วนะคะคุณลุง ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เป็นภรรยาผู้ตายตามที่ให้การไว้ค่ะ"
       ภูผาอึ้งๆไป ธรานั่งฟังอย่างเก็บข้อมูล เพราะอยากรู้อยู่แล้วว่าเป็นฝีมือใครกันแน่
       "แล้วอย่างนี้จะทำยังไงล่ะคะ ตัวต้นเรื่องหายไปอย่างนี้ แล้วเราจะมีหลักฐานอะไรมาลบล้างความผิดให้หมอภูได้คะ"
       "ไม่ต้องห่วงค่ะ หว้าไม่มีวันยอมปล่อยให้คนผิดลอยนวลไปได้ง่ายๆ แน่นอน"
       สลิลคิดอย่างมีแผนการในใจ
       
       สลิลคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ข้างรถของรีสอร์ต มีเข็มยืนรออยู่ที่ท้ายรถ
       "คุณใหญ่เคยบอกหว้าว่านายกษิตเปิดบ่อนอยู่ที่โรงแรมในเมืองใช่มั้ยคะ"
       วายุคุยโทรศัพท์อยู่ที่โถงบ้านพักไร่วายุกูล
       "ใช่ ถามทำไม"
       "ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หว้าแค่อยากรู้ไว้เป็นข้อมูลเฉยๆ แค่นี้นะคะคุณใหญ่ หว้ามีธุระต้องรีบไปจัดการ" สลิลกดวางสาย หันไปเรียกเข็มขึ้นรถ
       "ไปเข็ม ขึ้นรถ"
       สลิลเข้าไปนั่งด้านคนขับ เข็มตามขึ้นรถไป วายุแปลกใจ สงสัยที่จู่ๆ สลิลมาถามถึงที่อยู่กษิต
       
       สลิลเดินนำเข็มเข้ามาที่หน้าบ่อน นักเลงคุมบ่อนจ้องมาที่ทั้งสองคน สลิลตั้งท่าจะเดินเข้าไป
       แต่นักเลงมาขวางทาง
       นักเลงตีหน้าเข้ม มองสลิลกับเข็มไม่ไว้ใจ
       "ที่นี่เฉพาะสมาชิกเท่านั้น"
       "ฉันไม่ได้มาเล่นพนัน แต่ฉันจะมาหานายกษิต เค้าอยู่ที่ไหน ฉันอยากเจอ"
       นักเลงขำเยาะถาม
       "คิดว่าตัวเองเป็นใคร ออกไปให้พ้น"
       เข็มไม่พอใจเข้าขวางหน้าเจ้านาย นักเลงผลักอกเข็มจนเซไป กษิตเดินเสียงเข้มเข้ามา
       "อย่าเสียมารยาทกับแขกคนสำคัญของฉันสิ"
       นักเลงคุมบ่อนหน้าจ๋อยไป กษิตพยักหน้าเป็นเชิงให้นักเลงคุมบ่อนออกไป กษิตพูดยิ้มๆ รู้อยู่แล้วว่ามาเพราะเรื่องอะไร
       "วันนี้คุณสลิล ให้เกียรติมาเยี่ยมผมถึงที่นี่ มีอะไรให้ผมรับใช้ไม่ทราบครับ"
       "ฉันจะมาคุยเรื่องที่เกิดขึ้นกับรีสอร์ตของฉัน"
       กษิตผายมือนำไป
       "งั้นเชิญที่ห้องทำงานของผมดีกว่าครับ"
       เข็มจะห้าม
       "แต่คุณหว้าครับ"
       สลิลยกมือห้ามเข็มเอาไว้
       "นำทางไปเลยค่ะ"
       กษิตอมยิ้มเดินนำไป สลิลเดินตามไป เข็มจะเดินตาม แต่นักเลงเข้ามาขวางหน้าเอาไว้ เข็มได้แต่ถอนใจมองด้วยความเป็นห่วง
       
       วายุพยายามกดโทรศัพท์หา แต่สลิลไม่รับสาย วายุเป็นกังวล ใช้ความคิด ไม่ค่อยสบายใจนัก
       
       เข็มเดินไปทั่ว กวาดตามองหาห้องน้ำ ปวดฉี่พลางบ่นพึมพำ
       "ห้องน้ำอยู่ไหนวะเนี่ย"
       เข็มเดินมาทางมุมหนึ่ง ไม่คาดคิด...ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังออกมาจากมุมลับตา
       "ฉันสาบานว่าจะไม่พูดเรื่องจัดฉากฆาตกรรมที่รีสอร์ตเด็ดขาด"
       เข็มชะงัก เดินไปตามต้นเสียงแล้วแอบดูการสนทนา เห็นลูกค้าผู้หญิงซึ่งเคยอ้างว่า เป็นภรรยาผู้ตายในรีสอร์ต คุยกับลูกน้องกษิตอยู่
       "แต่ฉันขอค่าจ้างเพิ่มอีกหน่อยได้มั้ย ฉันจะได้หนีไปไกลๆ ตอนนี้ตำรวจตามตัวฉันไปทั่ว กลับไปอยู่บ้านเดิมก็ไม่ได้แล้ว"
       ลูกน้องกษิตสีหน้าไม่พอใจ แต่ข่มไว้ฃ
       "ก็ได้ งั้นซักหกโมงเย็นไปรอฉันที่ข้างวัดชายป่า ฉันจะให้คนเอาเงินไปให้ แล้วจะให้ช่วยพาเธอหนีด้วย แต่ตอนนี้รีบไปให้พ้นๆ จากที่นี่ก่อน ถ้าคุณกษิตเห็นเข้า เธอจะเดือดร้อน"
       "ค่ะๆ 6 โมงเย็นเจอกันค่ะ"
       เข็มรีบชักตัวหลบเข้ามุม ลูกน้องกษิตเดินตามออกมาทางเดียวกันแต่ไม่เห็นเข็ม...เข็มมีสีหน้าเจ็บใจขึ้นมาที่แท้ก็เป็นแผนการใส่ร้ายภูผาของนายกษิตนี่เอง
       
       ในห้องทำงานกษิต สลิลถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ
       "เรื่องฆาตกรรมในรีสอร์ตฉันเมื่อวานเป็นแผนการของคุณใช่มั้ย"
       กษิตตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง
       "อ้าวคุณสลิล อยู่ดีๆ ก็หาคุกมาให้ผมซะแล้ว"
       "คุณไม่ต้องมาทำหน้าตายไม่รู้เรื่องหน่อยเลย"
       "แล้วผมจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไรล่ะครับ"
       สลิลรู้ทัน
       "เพื่อบีบให้คุณลุงขายไร่ให้คุณยังไงล่ะ แล้วฉันก็รู้ว่าตอนนี้คุณกำลังใช้วิธีสกปรกบีบพี่ขวัญให้ขายไร่ขวัญแก้วให้คุณอยู่เหมือนกัน ฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าฉันกับพี่ขวัญไม่มีวันขายที่ให้คุณเด็ดขาด"
       "ถ้าคุณคิดว่าเป็นฝีมือผมจริง ก็ไปหาหลักฐานมาให้ได้ซะก่อน อย่ามากล่าวหากันลอยๆ อย่างงี้"
       " ท่าทางคุณจะมั่นใจมากนะ ว่าลูกน้องคุณจะไม่ทิ้งหลักฐานอะไร ให้สาวถึงคุณได้เลย"
       กษิตเริ่มไม่มั่นใจขึ้นมา แต่ก็ทำเป็นไม่สะทกสะท้านไว้ก่อน
       "ถ้าคุณมั่นใจขนาดนั้นก็ไปเอาหลักฐานมาสู้กันในชั้นศาลเลยก็แล้วกัน"
       "หลักฐานน่ะมีอยู่แล้ว รอแค่ให้ตำรวจตามจับผู้หญิงคนนั้นให้ได้ซะก่อนเถอะ ถึงวันนั้นคุณก็เตรียมตัวเข้าไปนอนในคุกได้เลย"
       
       สลิลสะบัดหน้าเดินออกไป กษิตมองตาม กังวลเล็กน้อย

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ไฟในวายุ ตอนที่ 9
ไฟในวายุ ตอนที่ 8
ไฟในวายุ ตอนที่ 7
ไฟในวายุ ตอนที่ 6
ไฟในวายุ ตอนที่ 5
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอตอน 9 กำลังสนุก
ขอบคุณที่อัพให้เสมอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลงตรงเวลาดี ขอบคุณครับ
Isaya579@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014