หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ลิขิตฟ้าชะตาดิน

ลิขิตฟ้าชะตาดิน ตอนที่ 14

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 มีนาคม 2555 16:40 น.
1 | 2 | 3
หน้าถัดไป

ลิขิตฟ้าชะตาดิน ตอนที่ 14

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ลิขิตฟ้าชะตาดิน ตอนที่ 14

ลิขิตฟ้าชะตาดิน ตอนที่ 14

ลิขิตฟ้าชะตาดิน ตอนที่ 14

ลิขิตฟ้าชะตาดิน  ตอนที่ 14
       
       บัญชานั่งอยู่บนรถวีลแชร์ยิ้มให้นิดๆ ขณะกำลังยกมือรับไหว้ พวกอาจารย์และเพื่อนๆ ฟ้ากระจ่าง ที่ไหว้บัญชากันปลกๆ ดารากานต์เข้ามาโอบกอดฟ้ากระจ่าง ลูบหัวลูบหลัง จับแก้ม อย่างเป็นปลื้ม ชื่นชมลูกชาย
       
       “เป็นไงบ้างลูก..เหนื่อยมากไหม โถๆๆ กว่าจะเสร็จก็ค่ำเลย หิวไหมจ้าง”
       “เอ่อ..” ฟ้ากระจ่างไม่คุ้น ออกอาการเขิน เบี่ยงตัวออกนิดๆ “ยังครับผม”
       “อะไร..ยังอีกเหรอ..แม่เห็นลูกวุ่นวายออก ที่ไซด์งานน่ะ ไม่เห็นจะมีเวลาหยุดกินอะไรเลย” ดารากานต์ห่วงลูกจนล้นเหมือนเคย
       “อะไรนะ..ดารากานต์ไปที่ไซด์งานของจ้างเหรอ” บัญชาอุทานอย่างคาดไม่ถึง
       “ค่ะ นายหัว ทรายพาไปเองค่ะ” ทรายทองอวดอาหน้าทันที
       บัญชาแอบกัดประชด แต่ไม่มีใครรู้สึก “จ้างนี่มีบุญจริงนะ..นายหญิงเขาเคยสนใจ..เรื่องการงานของใครที่ไหนบ้างล่ะ”
       “เอ่อ..แหม..ก็นี่มันงานแรกของคุณจ้างนี่ครับ ไม่ทราบว่าจะทำสำเร็จหรือเปล่า ทุกคนก็ลุ้นทั้งนั้น” นายน้อมรีบเข้ามาแก้ให้
       บัญชาหันมาหา กัดฟันพูดไม่ให้ใครได้ยิน “ใครให้แกออกความเห็น”
       นายน้อมคอย่น
       “อาจารย์คะ เด็กๆ ไปรับประทานกันเลยค่ะ เร้ว..อย่าเกรงใจๆ มีแต่ของอร่อยๆ จากร้านดังๆ ทั้งนั้นนะ เชิญค่า เชิญๆๆ” ดารากานต์เชื้อชวน
       ฟ้ากระจ่างเดินตรงเข้ามาหาบัญชาเอ่ยขึ้น “นายหัวครับ..คือ..ผมมีเรื่องอยากจะขออนุญาต
       ทุกคนแปลกใจ
       ป้าบัวมองอย่างขวางลูกกะตา แอบกระซิบดารากานต์ “ดู..จะประจบอะไรอีกล่ะ ขี้ประจบจริง เด็กคนนี้”
       “คือ..พอดี..วันนี้..ป๊าผม อาจารย์ตง..ทุกคนที่ศาลเจ้า เค้ามาที่นี่กัน..เค้าไม่ได้นัดมาก่อนนะครับ เพราะตั้งใจจะมาทำให้ผมดีใจกัน..แบบตั้งใจจะไม่ให้ผมรู้ก่อน”
       “อ้าว..จริงเหรอ แล้วตอนนี้อยู่ไหน” บัญชาถาม
       “เค้ามาถึงเมื่อกลางวันครับ ผมเลยให้ไปพักผ่อนกันที่โรงแรมก่อน พอดีมากันหลายคนครับ ผมเลยเกรงใจ ไม่ทราบว่านายหัวจะว่าอะไรหรือเปล่า ถ้าผมจะไปรับเค้ามาทานข้าวกันที่นี่..ตอนนี้ด้วย”
       “โอ๊ย..จ้าง..ทำไมลูกคิดมากจังเลย..นายหัวจะว่าอะไรได้ยังไง นายหัวใจดีจะตาย แล้วพวกที่ศาลเจ้าก็คุ้นเคยกะแม่ดี นายหัวก็รู้จักดีแล้วทุกคน..ใช่ไหมคะ นายหัว มากินด้วยกันเยอะๆ สิ ดี จะได้สนุกๆ ดีจริง ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึงเหมือนกันนะนี่” ดารากานต์ กระตือรือร้นสุดๆ
       บัญชาฝืนยิ้มให้ “จริงของคุณ”
       
       เวลาเดียวกันนั้น อาคารราชการทั้งหลังตกอยู่ในความมืด มีเพียงแสงจากไฟภายนอก ที่ส่องมายังอาคารเพื่อความปลอดภัย
       ที่บริเวณป้อมยามหน้าตึก ยามกำลังนั่งดูทีวีเครื่องเล็ก กำลังถ่ายทอดสดแข่งบอล
       ส่วนภายใน เฮียจุ้ย กับเฮียปุ่น ส่องไฟฉายดูปลั๊กไฟ ที่ติดอยู่เป็นแผง ที่มุมห้องๆ หนึ่ง แล้วหันมา มองหน้า พยักหน้าให้เป็นเชิง เห็นชอบตรงกัน
       เฮียจุ้ยหยิบเทปกระดาษออกมา ฉีกเสียงดังแคว่ก
       เฮียปุ่นหยิบขวดสีน้ำตาลใส่สารเคมีขวดหนึ่งออกมา มีน้ำอยู่ข้างใน และในน้ำ มีก้อนเหมือนก้อนกำมะถันสีเหลืองขนาดเท่าก้อนหินเล่นหมากเก็บ เฮียปุ่นเทก้อนนั้นใส่ฝ่ามือ
       เฮียจุ้ยรีบช่วยเอาเทปกระดาษนั้น แปะติดกับปลั๊กไฟอย่างระมัดระวังและรีบๆ
       “เรียบร้อย..ไปได้ เร้ว!!” เฮียปุ่นบอก
       ทั้งสองรีบจรดปลายเท้าวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
       ไม่นานหลังจากนั้นก้อนฟอสฟอรัสตรงปลั๊ก ทำปฏิกิริยาลุกฟู่ ติดไฟทันที เมื่อแห้งจากน้ำและสัมผัสอากาศ
       
       ทางด้านเกียรติบดินทร์กับดวงยิหวา ยังอยู่ที่ชายหาด ทั้งสองคนเดินเคียงกันไปอย่างช้าๆ
       จังหวะหนึ่งเกียรติบดินทร์ก้มลงเก็บขวดเบียร์ที่กลิ้งอยู่ในคลื่น
       “ดูสิ คนเดี๋ยวนี้มันมักง่ายจริง..ทะเลสกปรกขึ้นทุกวันๆ”
       เกียรติบดินทร์เดินเอาไปทิ้งเข่งที่ทำเป็นขยะ ดวงยิหวามองตามไป ด้วยสายตาเอ็นดู
       เกียรติบดินทร์เดินกลับมา “แย่มาก! ถ้าเจอซึ่งๆ หน้า จะชกหน้ามัน ไอ้พวกทิ้งไม่เลือกที่
       ดวงยิหวายิ้มอย่างระอานิดๆ พลางส่ายหน้า “คุณดินโตขึ้น..อยากเป็นอะไร”
       เกียรติบดินทร์ตอบทันที “อยากแต่งงานกับดวงยิหวา”
       “ไม่ใช่ละ” ดวงยิหวาหัวเราะ
       ทั้งสอง ต่างหัวเราะ ขำกันสักพัก
       “ตอนเด็กๆ น่ะค่ะ คุณดินเคยคิดว่า..โตขึ้น คุณอยากจะเป็นอะไร” ดวงยิหวาถามอีก
       เกียรติบดินทร์คิดนิดๆ “อยากเป็นนายหัว..มั้ง นายหัวเก่ง ทำอะไรยากๆสำเร็จทุกอย่าง สั่งให้คนเยอะๆ ทำอะไร ทุกคนก็ทำตามกันหมด”
       “เห็นไหม..ไหนคุณว่า..ไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร ที่จริง..คุณดินรู้”
       “รู้แล้วไง”
       “ก็แปลว่า คุณดินมีเป้าหมายชีวิตไงคะ ไม่ใช่ไม่มี”
       “แล้วมันมีประโยชน์อะไร ในเมื่อตอนนี้ ไอ้จ้าง..คือคนที่นายหัวไว้วางใจที่สุด ฝากความหวัง ฝากอนาคตไว้ในมือมันแทนที่จะเป็นชั้น”
       ดวงยิหวาอึ้งไป “คุณดินจะเลิกพูด หรือนึกถึง..เค้า..ซักวัน..ได้ไหมคะ”
       “ทำไม..มันทำให้เธอหวั่นไหวที่ได้ยิน..รึไง” แล้วเหมือนจะนึกอะไรได้ขึ้นมา อยู่ๆ เกียรติบดินทร์ก็หัวเราะอย่างสนุกออกมา
       ดวงยิหวามองงงๆ
       เกียรติบดินทร์พูดไป ขำไป หัวเราะแบบหยุดไม่ได้ “นี่..วันนี้เกิดอะไรขึ้น เธอรู้ไหม..พวกสังคนาญาติของไอ้จ้าง..ไอ้พวกศาลเจ้าของมันน่ะ มาตามหามัน..ขับรถตู้ถังขยะอะไรก็ไม่รู้ มีตรามูลนิธิอะไรด้วยนะ ท่าทางจะเดินทางมากันหลายพันกิโลเมตร..มาหามันที่บ้านชั้น ชั้นเลยแกล้งบอกพวกมัน ว่ามันมาผิด..นี่ไม่ใช่บ้านนายหัวบัญชา ฮ่าๆๆๆ บ้านนอกเอ๊ย..สมน้ำหน้า พวกมันเหวอกันหมด กลับรถกลับไปแทบไม่ทัน..โคตรจะฮา”
       ดวงยิหวาฟังแล้วอึ้งไป หน้าซีดลงๆ “คุณดิน..นี่คุณพูดเรื่องจริงใช่ไหม”
       เกียรติบดินทร์หัวเราะท้องคัดท้องแข็ง “จริงสิ..เธอจะต้องเห็น ว่าพวกที่เลี้ยงมันมา..อนาถาขนาดไหน แล้วคิดดูสิ มันมาทำตัวไฮโซ วางท่าคุณชายเป็นลูกแม่ชั้น..ทุเรศสุดๆ”
       “แล้วตอนนี้..พวก..ที่ศาลเจ้า..อยู่ที่ไหน”
       “ฮ่ะๆๆ สงสัย จะเดินทางกลับบ้านกลับเมืองไปแล้วมั้ง ไม่ก็คงขับหลงไปพังงา สตูลอะไรแล้วล่ะป่านนี้”
       “คุณดิน..ทำไมคุณใจร้ายแบบนี้...” มองหน้าอย่างโกรธ เสียใจ อยู่ๆ วิ่งหนีออกไป
       “ดวง..ดวง..ทำไมล่ะ” เกียรติบดินทร์รีบวิ่งตาม
       
       ดวงยิหวาวิ่งออกจากร้านอาหารริมหาดแห่งนั้น พุ่งออกมายังริมถนน เกียรติบดินทร์ตามมาพลางถามร้องถามอย่างสงสัย
       “ดวง เป็นอะไร จะไปไหน”
       “ดวงจะไปหาพวกนั้น พวกศาลเจ้า ที่คุณดินไปแกล้งเค้า”
       “อะไรกัน เธอจะไปหาที่ไหน”
       “ดวงก็ต้องหาให้เจอจนได้”
       “ทำไมเธอต้องไปแคร์ซะจนขนาดนี้ด้วย”
       “คุณดิน..คุณทำไมเป็นคนอย่างนี้ คุณนึกถึงแต่ตัวเอง ไม่มีความเมตตาสงสารคนอื่นเลย
       “อย่าเลย! เธอรักมันน่ะสิ เพราะเธอรักไอ้จ้าง เธอถึงห่วงใยไอ้พวกโขยงบ้านนอกพวกนั้นขนาดนี้”
       น้ำเสียงเกียรติบดินทร์ประชดแกมหยัน
       “ก็แล้วแต่คุณจะคิด คุณดิน” ดวงยิหวาไม่แคร์
       “แล้วแต่ชั้นจะคิดเหรอ..ชั้นคิดอะไรรู้ไหม ชั้นคิดว่า..ตั้งแต่ไอ้จ้างปรากฏตัวขึ้นมา ทุกคนก็เป็นบ้ากันหมด ไม่ว่าพ่อ แม่ บ่าวไพร่ คนในบ้าน โดยเฉพาะพวกผู้หญิงทุกคน พากันหันไปคลั่งไคล้มัน เห็นมันเป็นเทพ..ทุกคนเลย..ทำยังกับโดนของ..แม้แต่เธอ..ดวง..เพราะอะไร..มันมีดีอะไรนักหนา มันทำอะไรให้เธอ มันหล่อมาก..หรือมันเร้าใจ..หรือเพราะมันจะมาเป็นทายาทนายหัว ไม่ใช่ลูกชายกระจอกๆ คนนึงอย่างชั้น ไหนบอกมาซิ ว่าอะไรที่ทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงโลเลหลายใจแบบนี้”
       “คุณดิน..ดวงจะบอกให้ก็ได้ ดวงไม่เคยโลเลหลายใจ ดวงรู้จักคุณจ้าง..มาก่อนที่เค้าจะมาปรากฏตัวที่นี่” เน้นเสียงเลียนวิธีพูดของเกียรติบดินทร์ “อีก..ดวงคุยกะเค้ามาตั้งแต่เค้ายังเป็นเด็กศาลเจ้า..อย่างที่คุณชอบพูดตลอดๆ อย่านับรวมดวงไปกับพวกคนที่บ้านคุณ หรือผู้หญิงที่ไหน แล้วตั้งแต่เค้ามาเป็นทายาทนายหัว ดวงก็ไม่อยากจะยุ่งกะเค้าอีก..ดวงพยายามจะหนีไปจากเค้าให้พ้นด้วยซ้ำ คนอย่างดวง..เงินทอง หรือฐานะของพวกคุณ ไม่มีความหมายอะไรเลย จำเอาไว้” วิ่งออกไปที่ถนน โบกรถไปทั่ว
       เกียรติบดินทร์ทำอะไรไม่ถูก ผงะสุดๆ
       รถสองแถวเล็กผ่านมาพอดี ดวงยิหวาวิ่งขวาง พอรถจอด ก็โดดขึ้นไป รถออกไปทันที
       เกียรติบดินทร์ตะลึง “ดวงยิหวา”
       
       ดวงยิหวาขยับตัวนั่งผู้โดยสารให้เรียบร้อย แล้วร้อนใจรีบหยิบโทรศัพท์มากดหาเบอร์ที่เม็มไว้ แล้วกดหา รอฟังสักพัก สีหน้ากังวล
       “ฮัลโหลๆ..อาจารย์ตงเหรอคะ..ดวงค่ะ ดวงยิหวา ใช่ค่ะ อาจารย์มาที่ภูเก็ตกันเหรอคะ..เหรอคะ..แล้วตอนนี้..อาจารย์อยู่ที่ไหนคะ..ค่ะๆๆ รู้จักค่ะๆๆ อาจารย์อย่าเพิ่งไปไหนนะคะ ดวงจะไปหาค่ะ ค่ะๆๆ ไม่เกิน..10 นาที นะคะๆ”
       
       นักบวชตงพูดโทรศัพท์อยู่กับดวงยิหวา ส่วนชาวศาลเจ้าคนอื่นแต่งตัวด้วยชุดที่จัดว่าดูดีและหรูสุดตัว รวมกันอยู่
       “ฮาโหลๆๆ อาหนูดวงยิหวา..” นักบวชตงทำหน้าเหวอๆ “อ้าว..วางไปแล้ว”
       กู๋เหลียงนึกออก “ดวงยิหวา..ที่เคยไปถ่ายหนังวิดีโอพวกเราอ่าเหรอ”
       “ใช่..ดวงยิหวาบอกว่าจะมาหาเราที่นี่ ให้รอก่อน”
       “ทำไมดวงยิหวาอยู่ที่นี่ล่ะ ไม่ใช่อยู่กรุงเทพฯเหรอ” อาหึ่งสงสัย
       “ใครๆๆ” สารภีแถเข้ามา
       “ดวงยิหวา ที่เป็นนักศึกษาไง ที่ไปถ่ายสารคดีที่ศาลเจ้าตอนนั้น” อาม่าสาลี่ว่า
       “อ๋อๆๆ ที่จีบกันกับอาจ้างอ่าหรอ แล้วเค้ารู้ได้ไง ว่าเราอยู่นี่ล่ะ”
       “หรือว่า..เค้าแอบนัดแนะกันไว้”
       ทันใดนั้น รถตู้สุดหรูของบ้านบัญชาก็เลี้ยวเข้ามาหน้าโรงแรมแห่งนั้น
       ฟ้ากระจ่างเปิดประตูลงมาจากทางด้านข้างคนขับ นายน้อมตามลงมาจากด้านคนขับ
       “ป๊า แม่..หิวรึยัง เชิญครับ เชิญๆๆ” ฟ้ากระจ่างถามอย่างห่วงใย
       นายน้อมเข้ามามองๆ หา “คนไหนครับ ป๊าคุณ”
       “อ้อ..นายน้อม นี่ อาจารย์ตง กู๋เหลียง นี่ป๊าผม แม่ผม แล้วนี่อาม่าสาลี่”
       นายน้อมไหว้ทุกคน “ดีใจครับ ได้เจอตัวจริงซะที ได้ยินคุณจ้างพูดถึงทุกคนบ่อยๆ ครับ”
       “รีบไปกันเลยครับ นายหัวกะนายหญิงรออยู่ครับ เร็วๆๆ”
       “ยังไปไม่ได้” นักบวชตงท้วงไว้
       “อ้าว..ทำไมล่ะครับ”
       ทุกคนต่างมองหน้ากัน สะกิดๆ แล้วยิ้มล้อมาทางฟ้ากระจ่าง
       “แหมๆๆ..ทำเป็นแอ๊บแบ๊วนะ” กู๋เหลียงแซวแทนใจทุกคน
       ฟ้ากระจ่างงงจริงอะไรจริง
       
       ระหว่างนั้นในอาคารราชการมุมเดิมนั้น ไฟลุกท่วมแผงปลั๊กไฟ แล้วมีบางอย่างที่เริ่มติดไฟ และบางส่วนหยดร่วงลงมาที่พื้น
       
       ด้านดวงยิหวาขี่มอ’ไซค์คันเดิมเข้ามาที่หน้าโรงแรม จอดอย่างรีบๆ กวาดตามองไปรอบๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา จะกดโทร. ออก พร้อมกับจะเดินเข้าไปในล็อบบี้ ทันใดนั้น ฟ้ากระจ่างก็เดินมาขวางไว้
       “ดวง..”
       “พี่..คุณ..จ้าง แล้ว...”
       “นายน้อมพาทุกคนไปที่บ้านแล้ว พี่รอเจอดวง”
       “ดวงพยายามทำตามคำสั่งของคุณแล้วนะ.เป็นนางนกต่อ..พาคุณดินไปจู๋จี๋ในที่ๆ โรแมนติกที่สุดแล้ว..แต่ดวงมีปัญญาทำได้แค่นี้ พี่น้องใครก็เชิญไปดูแลกันเอง แล้วถ้าพวกคุณลุงคุณป้าที่ศาลเจ้าไม่มีปัญหาอะไร ..ดวงก็ขอตัวค่ะ” ดวงยิหวาประชดแล้วสะบัดตัว จะเดินกลับไปที่รถ
       ฟ้ากระจ่างตามมา แล้วดึงกุญแจที่เสียบคาทิ้งไว้ไปถือ
       “เอ๊ะ!”
       ฟ้ากระจ่างถามอย่างเอาเรื่อง “ที่พูดตะกี๊..หมายความว่าไง”
       
       ที่อาคารราชการแห่งนั้น ไฟเริ่มไหม้ลามมากขึ้น กินเนื้อที่สักเกือบตารางเมตรแล้ว
       
       งานเลี้ยงที่บ้านบัญชาเริ่มไปแล้วสักพัก มีรถแท็กซี่แล่นเข้ามาจอด ฟ้าใสที่แต่งตัวสวยใสๆ ก้าวลงมา พร้อมกระเช้าผลไม้ แท็กซี่แล่นออกไป ฟ้าใสมองไปที่บรรยากาศงานในสนาม แล้วทำหน้ามุ่งมั่น เดินเข้าไป คนงานมารับ
       “มาพบใครคะ”
       ฟ้าใสตอบเชิดๆ “คุณฟ้ากระจ่าง”
       ทรายทองเดินมา มองเห็น รู้สึกสงสัย
       “คุณฟ้ากระจ่างไม่อยู่ค่ะ ออกไปข้างนอก เชิญในงานก่อนสิคะ เดี๋ยวก็คงมา” คนงานว่า
       “อ้าว แล้วคุณฟ้ากระจ่างไปไหนล่ะ” ฟ้าใสถามซัก
       ทรายทองสุดห้ามใจอยากรู้เต็มทน เดินปราดๆ เข้าไปหาฟ้าใสทันที ยิ้มให้แบบทางการ
       “ขอโทษค่ะ มาจากไหนคะ”
       “เอ้อ..ก็..มาจากคุณบุรีค่ะ คุณบุรีสั่งให้ดิฉันมาร่วมแสดงความยินดีกับคุณฟ้ากระจ่าง” ฟ้าใสว่า
       ทรายทองยิ่งงง “งั้นเหรอคะ..คุณเป็น..พนักงานของ..คุณบุรีเหรอคะ”
       “ค่ะ ดิฉันเป็นเลขาคุณบุรี” ฟ้าใสตอบอย่างมาดมั่น
       ทรายทองงง “เลขา”
       ทันใด รถตู้ที่ไปรับชาวศาลเจ้าวิ่งมาจอด นายน้อมรีบลงมาเปิด ชาวศาลเจ้าทยอยลงมา
       “ขอบคุณจ้ะ พ่อหนุ่ม” ฟ้าใส บอกกับนายน้อม
       “เอ..อั๊วะว่า บ้านนี้มันก็เหมือนบ้านที่เรามาตอนกลางวันนา” อาม่าพูดเสียงดัง
       ฟ้าใสได้ยินเสียงคุ้นหู หันไปเห็นอาม่าสาลี่ ก็ผงะ หน้าซีด รีบถอยออกมา
       “เอ่อ..ถ้าคุณฟ้ากระจ่างไม่อยู่ ก็ฝากของไว้ก็แล้วกันค่ะ ดิฉันขอตัว” ฟ้าใสรีบส่งกระเช้าให้คนงาน แล้วรีบเดินหลบๆ ไป
       “คุณฟ้ากระจ่างก็คงมากับรถตู้นั่นไงคะ..คุณคะ..คุณ..เดี๋ยวคุณ..คุณชื่ออะไรคะ”
       ฟ้าใสรีบเผ่น ไม่ฟังเสียงทรายทองที่ตะโกนตามหลังมา
       ทรายทองงงๆ แล้วหันมาหาคนงาน “แปลกๆนะ ไหน ดูสิ มีการ์ด มีนามบัตรอะไรไหม” ทรายทองรีบเข้ามาดูที่กระเช้า “ไม่ใช่เอาระเบิดมาให้นะ” รีบเข้ามาค้นไม่หยุด
       ฟ้าใสเดินเกือบเป็นวิ่ง หนีออกมาที่หน้าประตูรั้วบ้าน
       “บ้าจัง..ในที่สุดพวกนี้ก็ติดต่ออาจ้างได้จนได้ โธ่เอ๊ย..ทำไมต้องมากันตอนนี้ด้วย”
       
       เกียรติบดินทร์สีหน้าเหวี่ยง ขัดใจเรื่องดวงยิหวาเอามากๆ และกำลังขับรถเข้ามาแบบเร็วปรี๊ดฝุ่นตลบไปทั้งซอย
       ฟ้าใสเห็นไฟหน้ารถ รีบหลบลงข้างทาง หยุดมองเห็นเป็นเกียรติบดินทร์ จึงรีบโพสท่าสวย แบบเศร้าปนระทวย
       เกียรติบดินทร์เห็นฟ้าใสมายืนข้างทางเพียงลำพังมืดๆ ค่ำๆ ก็มองอย่างแปลกใจ แล้วขับผ่านไป
       “คุณเกียรติบดินทร์..เชอะ..แหม..มองไม่เห็นหัวคนเลยนะ เซ็งๆๆ” ฟ้าใสหันกลับอีกทาง เดินต่อมุ่งหน้าไปทางถนนใหญ่
       เกียรติบดินทร์ขับต่อไปนิด แล้วกลับเบรก มองจากกระจกหลัง เห็นฟ้าใสเดินท่าทางกะปลกกะเปลี้ย
       เกียรติบดินทร์ข้องใจ สงสัย และหงุดหงิด ตัดสินใจ ถอยรถยาว ปื้ด มาจอดเทียบฟ้าใส แล้วกดกระจกลง
       “นี่..เธอมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ แล้วอาบุรีล่ะ”
       “อุ๊ย..คุณดิน..จำฟ้าใสได้”
       “ก็เธอเป็นเด็กของอาบุรีไม่ใช่เหรอ”
       “ฟ้าใสนึกว่าคุณบุรีมาที่นี่..แต่..ท่านไม่อยู่..ฟ้าใสตามหาท่านไม่เจอค่ะ”
       “อ้าว..แล้วทำไมไม่โทร.หาก่อนล่ะ”
       “ท่าน...” ฟ้าใสเริ่มทำท่าสะอื้น “ท่านไม่รับสายฟ้าใส..ท่านไม่ยอมติดต่อฟ้าใสมาหลายวันแล้ว..คุณบุรีคงตั้งใจจะสลัดฟ้าใสทิ้งแล้วล่ะค่ะ ฮือๆๆ”
       “แล้วนี่..เธอจะเดินออกไปมืดๆ คนเดียวแบบนี้เหรอ” เกียรติบดินทร์ถาม
       ฟ้าใสเริ่มสเต็ปร้องไห้ตีหน้าเศร้า “ฟ้าใสไม่เป็นไรหรอกค่ะ..เชิญคุณดินเถอะค่ะ..ฟ้าใสไปล่ะ ขอบคุณนะคะ..ที่อุตส่าห์มองเห็นคนต่ำต้อยอย่างฟ้าใส..คุณเป็นคนดีเหลือเกินค่ะ” ฟ้าใสปิดจ๊อบยกมือไหว้ ซับน้ำตา แล้วหันกลับ ทำเป็นจะเดินไป
       เกียรติบดินทร์อึ้ง แล้วอยู่ๆ เปิดประตูที่นั่งด้านข้างออก “ขึ้นมา”
       ฟ้าใสกระพริบตาถี่ๆ ไม่อยากเชื่อ “อะไรกันคะ..ทำไม”
       เกียรติบดินทร์พูดเยาะเย้ยชีวิต
       “ชั้นก็ชักไม่อยากจะกลับเข้าไปในบ้านที่แสนสุดจะงี่เง่าน่าเบื่อขึ้นมาน่ะสิ อยากจะไปหาอะไรสนุกๆ ทำซะหน่อย..แล้วพอดี..ชั้นมันก็ดันไม่มีใครคบซะด้วย”
       
       เวลาเดียวกันดวงยิหวาพยายามยื้อแย่งกุญแจจากมือฟ้ากระจ่าง ซึ่งยืนนิ่งวางหน้าดุขรึม เอากุญแจหลบท่านั้นท่านี้ ซึ่งถ้าหากดวงยิหวาเข้าไปประชิดมากไปก็จะดูไม่ดี ดวงยิหวาพยายามสักพัก เมื่อไม่สำเร็จ จึงแค้นใจ สะบัด หันหลังให้
       “ตอบมาก่อนสิ ถ้าไม่ตอบ ก็ไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น”
       ดวงยิหวาหันมา “ก็ไม่จริงเหรอ ไม่เห็นจะต้องแปลความหมายอะไรเลย คุณใช้ดวงให้ดวงเป็นเครื่องมือล่อหลอกคุณดิน..ไม่ให้มาเป็นอุปสรรคกับงานสังสรรค์ของพวกคุณ..ดวงก็ไปทำมาแล้ว”
       “ดวง..นี่ดวงเข้าใจแบบนั้นจริงๆ เหรอ”
       “มันจะเข้าใจว่าอะไรได้อีกล่ะคะ คุณจะใช้คำพูดให้ดูดียังไงก็เถอะ..ความจริง..มันก็คือแบบนี้”
       “ผมก็เห็นเค้าเชื่อฟังดวง..ยอมดวง..แล้วดวงเป็นคนเดียว..ที่จะทำได้ ผมก็ขอให้ดวงช่วย ผมไม่ได้คิดอะไรเลวๆ ขนาดนั้น”
       ดูเหมือนจะไม่มีใครนยอมลงให้ใคร...ด้วยทิฐิ
       “ก็ดวงก็ทำตามสั่งคุณจ้างแล้วยังไงล่ะคะ จะสั่งอะไรอีกล่ะ สั่งมาเลย ไม่ต้องสนเลย ว่าดวงจะรู้สึกยังไง เพราะคนอย่างดวง มันคงไม่มีความรู้สึกอะไรอยู่แล้ว”
       “ทำไมผมจะไม่สน..แล้วดวงล่ะ สนบ้างไหม ว่าผมเป็นไง ตั้งแต่ผมทำงานนี้มา ผมไม่ได้เจอดวงเลย ดวงไม่เคยแวะมา ทั้งๆ ที่เพื่อนๆ ทุกคน อาจารย์ด้วย..ถามหาดวงกันทุกวัน แต่ดวงก็ไม่เคยห่วงเลย”
       “ก็ดวงไม่เกี่ยว ดวงไม่อยากยุ่ง..ถึงดวงไม่มา งานมันก็สำเร็จได้อยู่แล้ว แล้วทำไมดวงต้องมา”
       “นั่นไง..เพราะดวงตั้งใจที่จะทิ้งผมไง..ดวงไม่คิดถึงผมอยู่แล้ว ผมคิดถึงดวงแค่ไหน ดวงก็ไม่รับรู้ไง”
       “คุณจ้างน่ะเหรอ คิดถึงดวง” ดวง
       “คิดถึงสิ..วันนี้ก็คิดถึง..ยังหวังด้วยซ้ำ ว่าดวงจะมาดูตอนเคลียร์ปิดจ๊อบ..เมื่อเช้าผมซื้อของมาให้ดวงด้วย..” ฟ้ากระจ่างนึกขึ้นมาได้ “ฮึ้ย!! ผมลืมของดวงไว้..ที่นั่น”
       ฟ้ากระจ่างนึกถึงตอนที่ตัวเองรีบ จนลืมวางห่อหน้ากากนั้นเอาไว้ตรงมุมห้องในอาคารนั้นเอง
       
       และเวลานี้เจ้าห่อกระดาษนสพ.ที่ฟ้ากระจ่างลืมไว้ ยังวางนิ่งอยู่ที่เดิม ในมุมมืด โดยมีแสงวาบๆๆ ออกมาจากห้องที่โดนวางเพลิง ซึ่งดูเหมือนว่าไฟกำลังลามไปอีกเป็น 2 เท่าตัวแล้ว ไฟลุก พรึ่บ ตรงมุมห้องที่มีแผงปลั๊กไฟต้นเพลิง
       
       ดวงยิหวาไม่เชื่อที่ฟ้ากระจ่างบอก จึงหัวเราะใส่หน้า
       “คุณจ้างไม่ต้องมามุกตลกหรอกค่ะ แหม..มีของมาให้ แต่ลืมไว้ที่นั่นที่นี่..ดวงไม่ใช่เด็กป.3 มาค่ะ..คืนกุญแจรถมา ดวงจะได้กลับบ้าน”
       “ผมมีของอยากจะให้ดวงจริงๆ ถ้าดวงไม่เชื่อ..ผมจะไปเอามาให้ดู”
       “ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณจ้างกลับไปงานปาร์ตี้เฉลิมฉลองของคุณเถอะ ป่านนี้ใครๆ คงรอกันแย่”
       “ไม่..ผมไม่ได้มุก ไม่ได้พูดจาซี้ซั้ว..มา..งั้นไปดูกัน..ว่าผมลืมของไว้ที่ไหน มันคืออะไร”
       “ดวงไม่อยากได้ ดวงไม่อยากรู้”
       “ดวง..ถ้าดวงเกเรไม่มีเหตุผลแบบนี้ เมื่อไหร่เราจะพูดกันรู้เรื่อง”
       “เราก็เลิกพูดกันซะทีสิคะ เอากุญแจรถมา”
       “ได้..แต่ดวงต้องไปด้วยกันก่อน ไปเอาของที่ผมต้องการให้ดวง นี่คือคำสั่ง”
       ดวงยิหวาออกอาการรั้น ทำหน้าเหวี่ยงใส่ แต่ทำอะไรไม่ได้
       
       ชาวศาลเจ้านั่งกินอาหารร่วมกับบัญชา และดารากานต์
       “ผมต้องขอโทษทุกคนนะครับ..ถ้าทราบล่วงหน้าว่าจะมากัน ผมก็อยากจะรับรองทุกคนให้ดีกว่านี้” บัญชาว่า
       “แค่นี้ก็เป็นเกียรติแล้วครับ..ได้มาเห็นบ้านช่องของคุณบัญชา..ใหญ่โตหรูหราเหลือเกิน ทำให้ดีใจแทนจ้าง..ที่ได้มารับใช้คุณที่นี่” นักบวชตงพูดจากใจ
       “แล้วจ้างทำไมไปทำอะไรนานจังคะ..นี่มัน 2 ทุ่มกว่าแล้วนะ” ดารากานต์ถาม
       “นั่นสิคะ..นี่มันงานของพี่จ้างนะ แต่ตัวเองกลับหายตัว มันอะไรกันเนี่ยคะ” ทรายทองพูดพลางหันไปทางชาวศาลเจ้า “แล้วพี่จ้างเค้าบอกว่าเค้าไปไหน ไปหาใคร ไปทำอะไรคะ”
       ชาวศาลเจ้ามองหน้ากัน
       “ก็คือว่า..คือว่า..จ้างเค้าก็มีนัดพบกับ...” สารภีเปิดประเด็น
       “เพื่อน!..เพื่อนที่มาจากต่างจังหวัด..ที่มีธุระสำคัญกันมาก...” อาหึ่งรีบพูดตัดบทก่อนที่สารภีจะหลุดปาก
       “ช่ายๆๆๆ ธุระสำคัญ..ม้ากๆๆ” สารภีเอามือปิดปาก หัวเราะคิกคักๆๆๆ
       ดารากานต์งง บัญชาถอนใจอย่างระอา ทรายทองออกอาการฟึดฟัด
       
       บนถนนที่เป็นเนินคดโค้งระหว่างแหล่งท่องเที่ยวราตรีที่แสงสีสวยๆ รถมอเตอร์ไซค์ของดวงยิหวา แต่มีฟ้ากระจ่างเป็นคนขับ และดวงยิหวาซ้อนท้าย แล่นมา หน้าตาฟ้ากระจ่างมีความสุขมาก รู้สึกอิสระพ้นจากพันธนาการทั้งปวง ส่วนดวงยิหวาหน้าเหวี่ยงๆ กระเง้ากระงอดพองาม
       ทั้งคู่ขี่มอเตอร์ไซค์กันไปผ่านถนนสองสามสายราวกับพระเอก-นางเอกในเอ็มวี
       
       ทีวีจอเล็กที่ยามนั่งดูกันอยู่แบบสุมหัวอย่างจริงจังนั้น บอลกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม มีการเตะเข้าโกล
       “โกล...” ยามคนหนึ่งตัวลอย
       “เยส” อีกคนร้องตาม
       เสียงมอเตอร์ไซค์แล่นเข้ามาจนใกล้ รปภ.เพิ่งได้ยิน เงยหน้าขึ้นมาดูพร้อมกัน ฟ้ากระจ่างขี่รถเข้ามาบริเวณหน้าที่กั้น รปภ.มองหน้ากัน แล้วคนหนึ่งรีบออกไปดู
       “จะมาทำอะไรครับ..” มองๆ พอเห็นหน้าถนัด ก็อ้าปากค้างแปลกใจ “อ้าว คุณจ้าง คุณดวง..” รีบเปิดที่กั้นให้ทันที
       ฟ้ากระจ่างขับรถผ่านเข้าไป ยามมองตามอย่างงงๆ
       
       ฟ้ากระจ่างจอดมอเตอร์ไซค์ตรงใกล้กับเสาไฟต้นหนึ่ง ในบริเวณที่ตั้งของไฟที่ส่องไปที่ตัวอาคารนั้น ทั้งสองคนลงจากมอเตอร์ไซค์
       “ดวงอาจจะคิดว่าไม่สำคัญ..แต่สำหรับพี่ มันสำคัญ..เพราะดวงจะได้รู้..ว่าพี่คิดถึงดวงจริงๆ..ตลอดเวลา” ฟ้ากระจ่างพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
       “พี่จ้าง...” ดวงยิหวามองหน้า
       ฟ้ากระจ่างมองไปทางอาคารหลังนั้น แล้วต้องชะงัก เห็นที่บริเวณหน้าต่าง และผนังกระจกด้านหนึ่ง เห็นแสงสีส้มสว่างจ้า
       “เฮ้ย!..แสงอะไรวะ” ฟ้ากระจ่างช็อก ล้วงควานหากุญแจในกระเป๋ากางเกงมือไม้สั่น แล้วรีบวิ่งไปทางด้านหลัง
       “พี่จะไปไหน”
       “ประตูที่พี่มีกุญแจ คือประตูเล็กข้างหลัง” แล้ววิ่งไปอย่างเร็วพลางหันมาตอบ
       ดวงยิหวารีบวิ่งตาม
       ที่ประตูด้านหลัง พอฟ้ากระจ่างกระโดดไปถึงตั้งท่าไข แล้วต้องชะงัก
       “เอ๊ะ!” ฟ้ากระจ่างประหลาดใจ
       “อะไร” ดวงยิหวาสงสัย
       “มันเปิดอยู่แล้วน่ะสิ”
       ไวเท่าความคิด ฟ้ากระจ่างกระชากประตูเปิดออก ทันทีที่ประตูถูกเปิด กลุ่มควันจำนวนหนึ่ง ก็พุ่งออกมาเหมือนอัดอั้นมานาน
       “ชิบ..”
       
       ฟ้ากระจ่างรีบวิ่งเข้าไป ดวงยิหวาตามติด
       
       อ่านต่อหน้า 2 พรุ่งนี้ เวลา 9.30 น.

1 | 2 | 3
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ลิขิตฟ้าชะตาดิน ตอนที่ 20 จบบริบูรณ์
ลิขิตฟ้าชะตาดิน ตอนที่ 19
ลิขิตฟ้าชะตาดิน ตอนที่ 18
ลิขิตฟ้าชะตาดิน ตอนที่ 17
ลิขิตฟ้าชะตาดิน ตอนที่ 16
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 28 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 14 คน
50 %
ไม่เห็นด้วย 14 คน
50 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014