ความอยู่รอดของบ้านเมือง...น่าสงสัย

โดย โสภณ องค์การณ์   
26 มิถุนายน 2560 15:21 น.
ความอยู่รอดของบ้านเมือง...น่าสงสัย
        ผู้บริหารบ้านเมืองกำลังเมามันกับการเตรียมใช้จ่ายเงินก้อนมหาศาลลงทุนในโครงการต่างๆ เป็นหมื่นๆ แสนๆ ล้านบาท ด้วยเงินภาษีของประชาชนซึ่งมาเป็นงบประมาณแผ่นดินและส่วนใหญ่จะเป็นการกู้จากสถาบันการเงิน จะกู้จากแหล่งในหรือนอกประเทศก็แล้วแต่
       
        การใช้จ่ายเงินจากการกู้นั่นง่าย แต่ไม่มีคำอธิบายว่าจะสร้างรายได้จากไหนเพื่อใช้หนี้ เพราะโครงการพื้นฐานใช่ว่าจะสร้างรายได้เสมอไป บางโครงการสร้างไว้เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อื่น เช่นนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามากอบโกยความมั่งคั่งจากแผ่นดินไทย
       
        คนไทยผู้เสียภาษีได้แต่มองตาปริบๆ เมื่อเห็นนักลงทุนต่างชาติได้สิทธิพิเศษและประโยชน์สารพัด ทั้งย่ำยีสภาวะแวดล้อม สร้างมลพิษ สร้างปัญหาให้ชุมชน ทำให้ชาวบ้านเสี่ยงชีวิตจากโรคร้าย ความเปลี่ยนแปลงซึ่งไม่ส่งผลดีในระยะยาวให้ชุมชน
       
        ถ้าผู้นำประเทศมีจิตสำนึกห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ ทุกข์สุข ความปลอดภัย ย่อมต้องแสดงออกให้เห็นชัด จัดการปัญหาจนยากเกินแก้ ขณะที่กลุ่มธุรกิจเร่งกอบโกยจากโครงการต่างๆ เหมือนอีแร้งรุมตอมหมาเน่า ดูคล้ายกับต้องแย่งกันก่อนไม่มีอะไรเหลือ
       
        ดูสภาพแล้วสมเพชเวทนาบ้านเมือง ทุกวันนี้มีคำถามง่ายๆ ว่าผู้นำบ้านเมืองมีแผนกำหนดจะสร้างหลักประกันหรือความมั่นใจในด้านความคงอยู่ของชาติบ้านเมืองหรือไม่
       
        มีอะไร หรือใครรับประกันได้หรือไม่ว่าบ้านเมืองจะไปรอด ถ้าเกิดวิกฤตรอบใหม่ จากปัจจัยภายในหรือภายนอกประเทศก็ตาม เพราะสภาพทุกวันนี้ผู้บริหารบ้านเมืองกำลังนำพาประเทศชาติไปสู่ความเสี่ยงด้วยโครงการใช้จ่ายเกินตัว ทำตรงข้ามกับการคุยโม้คำโต
       
        ศาสตร์พระราชา เศรษฐกิจพอเพียงกลายเป็นวาทกรรม กรอกหูชาวบ้าน ไปพูดเวทีต่างประเทศให้คนต่างชาติเคลิ้ม และเขานำไปปฏิบัติจริงๆ แต่ในประเทศของคนพูดกลับไม่มีใครใส่ใจไยดี มีแต่คำโตเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งดูเลื่อนลอย ไร้หลักไร้ราก
       
        เป็นภาษาโลกสวย สร้างวิมานในอากาศ ทั้งๆ ที่หายนะอาจรออยู่โค้งหน้าแล้วก็ได้!
       
        วันก่อนผู้บริหารบ้านเมืองแสดงอาการปลาบปลื้มเมื่อเห็นตัวเลขการส่งออกสินค้ากระเตื้องขึ้น ก็เริ่มคุยโขมงโฉงเฉงว่านั่นเป็นสัญญาณชัดว่าเศรษฐกิจฟื้นแล้ว ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงนั่นเป็นผลงานของภาคเอกชนล้วนๆ เขาพยายามดิ้นรนหนีตาย เอาตัวรอดให้ได้
       
        รายได้จากการส่งออกส่งผลให้รัฐบาลมีรายได้จากภาษีบางส่วน การไหลเข้าของเงินตราต่างประเทศ จะจีรังยั่งยืนแค่ไหนขึ้นอยู่ภาวะความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในประเทศผู้ซื้อ เทียบกันไม่ได้ระหว่างรายได้จากการส่งออก กับการสร้างหนี้ใหม่โดยรัฐ
       
        กู้เข้าไป ลงทุนเข้าไป เร่งเหลือเกินให้โครงการกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และบางพื้นที่เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาระเบียงภาคตะวันออก คุยเสียงดังลั่นว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีต่างชาติเข้ามาลงทุนเยอะ ผ่านสำนักงานส่งเสริมการลงทุนและโครงการอีอีซี
       
        กวักมือเรียกเขาเข้ามาด้วยเงื่อนไขอวยสุดๆ เขาต้องเข้ามาแน่เมื่อคนในดินแดนหมูสยาม “เซียมหล่อตือ” เปิดทางให้เข้ามากอบโกยความมั่งคั่ง ทำให้ตัวเลขจีดีพีสวย เหลือไว้แต่เศษเงินเป็นรายได้ในรูปแบบค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า เงินเดือนพนักงานระดับกลาง ถึงล่าง
       
        วิญญาณปู่ด่าไอ้พวกลูกหลานจัญไรกี่รอบแล้วก็ไม่รู้ หรือได้ยินแต่เอาหูทวนลม!
       
        การกู้เงินเป็นเรื่องง่าย! คุยอยู่นั่นแหละว่าสัดส่วนหนี้สินต่อจีดีพียังต่ำ ไทยยังกู้ได้อีกเยอะ แต่ชาวบ้านอยากรู้ว่าโคตรเหง้าเหล่ากอของใครจะมาทำงานตะบี้ตะบันใช้หนี้ เพราะผู้บริหารบ้านเมืองสะบัดก้นออกไปเมื่อสิ้นอำนาจ ทิ้งความวิบัติไว้ให้คนรุ่นหลังรับภาระ
       
        ตัวอย่างของจริงคือ อาร์เจนตินาเคยร่ำรวยแต่เพราะการใช้จ่ายเกินตัว กู้เงินเยอะ เจอปัญหาเศรษฐกิจไม่มีปัญญาใช้หนี้ ต้องขายทรัพย์สินของชาติ หน่วยงานสาธารณูปโภค
       
        กรีซ สเปน โปรตุเกส ไอซ์แลนด์ อิตาลี รวมทั้งฝรั่งเศส ต่างกู้หนี้ยืมสินเกินตัว ต้องพึ่งเยอรมนีให้ช่วยเหลือตามสภาพ ทุกวันนี้กรีซยังไม่พ้นวิกฤตพงหนาม ทั้งหมดเป็นการใช้จ่ายเงินเกินตัว ไม่ห่วงความเสี่ยงด้านรายได้ แล้วประเทศไทยลืม “พิษต้มยำกุ้งแล้วหรือ”
       
        การกู้เงินเป็นแสนๆ ล้านบาทจากนี้ไปมีอะไรรองรับ หรือมีหนทางสร้างรายได้ ถ้าเกิดภาวะเศรษฐกิจวิกฤต เงินทุนไหลออก หนี้สิน ดอกเบี้ยพอกพูน ค่าเงินบาทโดนโจมตี เจ้าหนี้เงินกู้รุมเร้า คนก่อหนี้จะตากหน้ารอประชาชนเพื่อยืดอกแสดงความรับผิดชอบหรือ
       
        ที่พร่ำพูด พร่ำถามทุกวันนี้เพราะอยากรู้ว่าถ้าบ้านเมืองเผชิญวิกฤตจากการใช้จ่ายเกินตัว ละทิ้งเศรษฐกิจพอเพียง จะมีใครรับผิดชอบ ไม่กลัวหรือว่าถ้าคนไม่กิน จะแห่กันถือมีดพร้ากระท้าขวานไปยืนหน้าบ้านพวกท่านเพื่อขอแบ่งปันเงินมาซื้ออาหารกินให้รอดชีวิต
       
        ทุกวันนี้เศรษฐกิจระดับรากหญ้าอยู่ในขั้นเกินรากเลือดแล้ว ถ้าตาไม่บอดคงเห็นชัดร้านค้ารายย่อย เพิงขายของปิดหนีตาย ถ้าหูไม่หนวกคงได้ยินเสียงคร่ำครวญจากชาวบ้านว่าคนยากจนกว่า 14 ล้านคน และคนรายได้ปานกลางมองไม่เห็นอนาคตว่าจะไปอย่างไร
       
        หนี้สินก้อนใหญ่ที่จะกู้มา รวมดอกเบี้ย ต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะคืนได้หมด นักกู้เงินเอาหน้า บ้าแต่ตัวเลขจีดีพี อวยกลุ่มทุนใหญ่จะหนีไปไหน พวกนี้น่าจะอายุยืนอีก 20 ปี ถ้าไม่ขนทรัพย์สินหนีการไล่ล่าของประชาชนไปลี้ภัยอยู่ต่างประเทศอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้
       
        ยิ่งได้รับรู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย “รายงานผลประกอบการประจำปี 2559 ขาดทุนเบ็ดเสร็จ 1.39 แสนล้านบาท ทำให้ขาดทุนสะสมเพิ่มเป็น 7.25 แสนล้านบาท สินทรัพย์จำนวน 4.21 ล้านล้านบาท ขณะที่หนี้สิน 4.96 ล้านล้านบาท...” ก็ยิ่งวังเวง
       
        เสนาบดีคลังอ้างว่าเป็นการขาดทุนตัวเลขทางบัญชีเพราะไปอุ้มค่าเงินบาทเพื่อชาติ เพื่อผู้ส่งออก! ถ้าอุ้มนานๆ จนเกิดวิกฤตค่าเงินบาทเหมือนปี 2540 จะมีใครมาช่วยอุ้มประเทศไทย คงจะมีแต่เจ้าหนี้แห่กันมายึดทรัพย์สินแผ่นดินไปใช้หนี้ คนก่อหนี้อยู่สบาย

จำนวนคนโหวต 39 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017