หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | บทความ
บทความ ดร.ป.เพชรอริยะ, ธรรมาธิปไตย หลักและวิธีคิดเพื่อแผ่นดิน

อุกฤษ มงคลนาวิน กับลัทธิฯ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว

โดย ดร.ป. เพชรอริยะ
9 มกราคม 2555 16:38 น.
        ตามที่ ศาสตราจารย์ ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) เสนอ
       
       1. เรื่องการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ว่าด้วยความสามัคคี และความสมานฉันท์ของคนในชาติ
       
       2. ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ว่าด้วยกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
       
       ในรายละเอียดอ่านดูแล้ว หากคนไม่มีความรู้ก็จะรู้สึกว่าดูดี แต่นี่คือแนวทางเห็นผิดของแนวทางลัทธิเผด็จการรัฐธรรมนูญ 80 ปี ที่ยังไม่ตายไปจากประเทศ เห็นผิด ทำผิดซ้ำซากอยู่นั่นแหละ
       
       ลัทธิเผด็จการรัฐธรรมนูญ เป็นลัทธิที่เข้าใจว่า ร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ก็จะได้ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งลัทธินี้ ความเชื่อนี้ ได้ทำลายความหายนะของชาติมาแล้วร่วม 80 ปี ซึ่งคนมีปัญญาไม่เอาแล้ววิธีนี้
       
       ลัทธิเผด็จการรัฐธรรมนูญ เป็นลัทธิที่ได้สร้างความแตกแยกทางการเมืองมานับตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับแรก ขัดแย้งกันนับแต่รัฐบาลชุดแรก (พระยามโนปกรณ์นิติธาดา) และเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่มีการรัฐประหาร และเป็นการรัฐประหารซ้ำสอง (20 มิถุนายน 2476 ของพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในเค้าโครงเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ของนายปรีดี พนมยงค์)
       
       นับแต่นั้นมาความขัดแย้งทางการเมืองก็มีเรื่อยมา ภายใต้วงจรอุบาทว์ รัฐประหาร ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ รัฐบาลพลเรือน ...รัฐประหาร-กบฏ และการจลาจลของนักศึกษา 14 ตุลา ปี 16, 6 ตุลา ปี 19 เป็นต้น และรัฐประหารครั้งล่าสุด 19 กันยา 49 จลาจลคนเสื้อแดง/สมาชิกพรรคเพื่อไทย 19-20 พ.ค. 53
       
       กล่าวได้ว่า ขบวนการทางการเมืองทั้งหมดทั้งฝ่ายรัฐประหารและฝ่ายพลเรือน ฝ่ายนักศึกษา มีเจตนาดีอยากได้ระบอบประชาธิปไตยใจแทบขาดกันทั้งสิ้น แต่พวกเขากลับเห็นผิด เห็นตามคณะราษฎรกันทั้งนั้น “คืออยากได้ประชาธิปไตย แต่ดันไปร่างรัฐธรรมนูญ” คณะรัฐประหารอยากได้ประชาธิปไตยแต่ดันไปร่างรัฐธรรมนูญ นักศึกษาอยากได้ประชาธิปไตยแต่ดันไปเรียกร้องรัฐธรรมนูญ รัฐบาลเพื่อไทย นิติแดง เสื้อแดง อุกฤษ มงคลนาวิน เหล่านี้อยากได้ประชาธิปไตย แต่ดันไปแก้ไขหรือร่างรัฐธรรมนูญมันโง่สิ้นดี
       
       มันน่าจะฉุกคิดกันบ้างนะ ไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับไหนๆ มันก็จะมีแต่ความขัดแย้ง ขัดแย้งทุกฉบับ ทำลายชาติและปวงชนไทยทุกฉบับ “พวกเอ็งไม่เบื่อกันบ้างหรือไง จะโง่ดักดานกันไปถึงไหน”
       
       ประเทศไทยนับแต่รัฐประหาร รัฐบาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ก็ต้องตกอยู่ภายใต้การครอบงำของลัทธิเผด็จการรัฐธรรมนูญ คือ รัฐธรรมนูญ 18 ฉบับ และได้แตกออกเป็น 2 ฝ่ายใหญ่ๆ ดังนี้

อุกฤษ มงคลนาวิน กับลัทธิฯ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว
        มันเป็นลัทธิเผด็จการรัฐธรรมนูญเพราะความเข้าใจผิด คิดว่ารัฐธรรมนูญคือระบอบประชาธิปไตย
       
       สมมติว่า รัฐประหารเมื่อปี 2475 ได้อำนาจแล้วประกาศสถาปนาหลักการปกครองแบบประชาธิปไตย โดยมีหลักการสำคัญเป็นแม่บท ดังนี้ (1) หลักธรรมาธิปไตย (2) หลักพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ (3) หลักอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน (4) หลักเสรีภาพบริบูรณ์ (5) หลักความเสมอภาคทางโอกาส
       
       (6) หลักภราดรภาพ (7) หลักดุลยภาพ (8) หลักเอกภาพ (9) หลักนิติธรรม ในความเป็นสยามประเทศ รัฐบาลใหม่ในนามปวงชนชาวสยามทุกหมู่เหล่า ขอให้ร่วมกันยึดถือหลักการปกครองดังกล่าวนี้ เป็นแม่บทในการออกกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ ทั้งหมด พิสูจน์แล้วว่ากฎหมายใดๆ ที่ขัดต่อหลักการปกครองโดยธรรมนี้หรือขัดต่อระบอบประชาธิปไตย เป็นอันว่าตกไปบังคับใช้ไม่ได้ (แบบอย่างตรงกับพระราชปณิธานของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 7) ความถูกต้อง ชอบธรรม คืออำนาจ ซึ่งต่างจากอำนาจคือกู กูคืออำนาจ
       
       หลังจากจัดการความเรียบร้อยของบ้านเมืองภายใต้หลักการปกครองฯ ดังกล่าวแล้วจึงค่อยๆ ร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญออกมาให้ครอบคลุมทุกสถาบันหลักของชาติ (ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์) สถาบันการเมืองและการปกครองแห่งชาติ สถาบันกำลังและความมั่นคงแห่งชาติ สถาบันตรวจสอบแห่งชาติ สถาบันสาขาอาชีพแห่งชาติ เป็นต้น ทุกสถาบัน ประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกสาขาอาชีพ ทุกศาสนา เสมอกันภายใต้หลักการปกครองฯ ดังกล่าว
       
       รัฐธรรมนูญจึงมีไม่กี่มาตรา (คนทั่วไปเข้าใจง่ายและจำได้หมด) ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละสถาบันอันแตกต่างหลากหลาย มีลักษณะเฉพาะแตกต่างกันตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละสถาบัน ก็ให้ออกเป็นพระราชกำหนด และมีองค์กรของแต่ละสถาบันร่วมกันบริหารพิทักษ์รักษาสถาบันอาชีพ เช่น สภากรรมกรแห่งชาติ สภาชาวนาแห่งชาติ เป็นต้น ครอบคลุมทุกสาขาอาชีพ มองภาพรวม 360 องศา จึงมีลักษณะพระธรรมจักรและถูกต้องตรงเป็นหนึ่งเดียวกับกฎธรรมชาติ คือ หลักการปกครองแผ่กระจายความยุติธรรมทั่วถึงทุกคน
       
       ขณะเดียวกัน คนทุกคนต่างขึ้นต่อหลักการปกครองฯ หลักการปกครองจึงเป็นศูนย์กลางของปวงชนในแผ่นดิน หลักการปกครองเป็นศูนย์กลางของกฎหมายทุกระดับ นับแต่กฎหมายรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติทุกชนิด ระเบียบ คำสั่งทุกชนิด หากทำได้ดังนี้ ป่านนี้ประเทศไปไกลกว่าญี่ปุ่น เหนือจีน มาเลเซีย มากมายแล้วครับ นี่แหละสิ่งที่ชาวโหวตโนต้องการ
       
       น่าเสียดายที่เรายังติดโคลนทางความคิดของลัทธิเผด็จการรัฐธรรมนูญ มิน่าเขมรหัวเราะและเหยียดหยามไทยในวันนี้ เพราะมีคนแบบ ศ.ดร. อุกฤษ นี่เอง ขอให้คิดใหม่กันเถอะครับ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ “เอาหลักการปกครองฯ ก่อน ไม่เอารัฐธรรมนูญใหม่และไม่แก้รัฐธรรมนูญในตอนนี้”

ข่าวล่าสุด ในหมวด
“พระราชหัตถเลขา” บอกให้เรารู้ว่า คสช.เป็นกบฏต่อประชาชน
จดหมายเปิดผนึก ฉบับที่ 3 ถึงท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
หากฉันเป็น คสช. เพื่อความมั่นคงยิ่งใหญ่ของชาติ...
จดหมายเปิดผนึก ถึงท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
ในที่สุด คสช.ก็เห็นผิดร้ายแรงต่อชาติเข้าสู่วงจรอุบาทว์ซ้ำรอยเดิม
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 16 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2015