หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก CyberBiz | เรื่องริม ม.
 

บัณฑิตพัฒนศิลป์ เนรมิตตุ๊กตาเซรามิกแฮนเมดโฉมใหม่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 มีนาคม 2554 15:15 น.

บัณฑิตพัฒนศิลป์ เนรมิตตุ๊กตาเซรามิกแฮนเมดโฉมใหม่
ตุ๊กตาเซรามิกเคลือบแบบรากุ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
บัณฑิตพัฒนศิลป์ เนรมิตตุ๊กตาเซรามิกแฮนเมดโฉมใหม่
"เบียร์" ทวิช โพธิ์เจริญกิจ นศ.สาขาเครื่องเคลือบดินเผา ชั้นปีที่3 คณะศิลปวิจิตร

บัณฑิตพัฒนศิลป์ เนรมิตตุ๊กตาเซรามิกแฮนเมดโฉมใหม่
ผลงานตุ๊กตาดินเผา

บัณฑิตพัฒนศิลป์ เนรมิตตุ๊กตาเซรามิกแฮนเมดโฉมใหม่
ผลงานตุ๊กตาดินเผา

บัณฑิตพัฒนศิลป์ เนรมิตตุ๊กตาเซรามิกแฮนเมดโฉมใหม่
ผลงานตุ๊กตาดินเผา

บัณฑิตพัฒนศิลป์ เนรมิตตุ๊กตาเซรามิกแฮนเมดโฉมใหม่
ผลงานตุ๊กตาดินเผา

บัณฑิตพัฒนศิลป์ เนรมิตตุ๊กตาเซรามิกแฮนเมดโฉมใหม่
ผลงานตุ๊กตาดินเผา

บัณฑิตพัฒนศิลป์ เนรมิตตุ๊กตาเซรามิกแฮนเมดโฉมใหม่
ผลงานการออกแบบตุ๊กตาแฮนเมด

บัณฑิตพัฒนศิลป์ เนรมิตตุ๊กตาเซรามิกแฮนเมดโฉมใหม่
ผลงานการออกแบบตุ๊กตาแฮนเมด

สาขาเครื่องเคลือบดินเผา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ร่วมโชว์ผลงานตุ๊กตาดินเผาในกิจกรรมพิเศษ "ปั้นดิน ปั้นใจ ให้หนังสือ" ที่จะมีขึ้นในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 39 (25 มี.ค. - 6 เม.ย.) เจาะลึกเทคนิคเคลือบรากุที่กำลังเป็นที่นิยม พร้อมหนุนเครื่องเคลือบสไตล์ผสมผสานออกสู่ตลาดมากขึ้น
       
       สินค้าประเภทหัตศิลป์กำลังเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นถักสาน แกะสลัก ผ้าทอ หรือเครื่องเคลือบต่างๆ ล้วนแต่มีความสวยงาม เหมาะสำหรับการใช้งานและเป็นของประดับตกแต่งไปพร้อมๆกัน โดยเฉพาะเครื่องเคลือบดินเผาเป็นสินค้าที่มีกำลังผลิตมากเป็นอันดับต้นๆของไทยเพื่อส่งขายทั้งในไทยและต่างประเทศ
       
       แต่กว่าจะมาเป็นเครื่องเคลือบสวยๆไว้ตั้งโชว์ในบ้าน ต้องผ่านการออกแบบที่สร้างสรรค์และกรรมวิธีอย่างไรบ้าง วันนี้ Life On Campus จะพาไปล้วงลึกวิธีการทำและการออกแบบเครื่องเคลือบเหล่านี้ รวมถึงการเรียนการสอนสาขาเครื่องเคลือบดินเผาและเทรนของเครื่องเคลือบสมัยใหม่อีกด้วย
       
       "เบียร์" ทวิช โพธิ์เจริญกิจ หนึ่งในนักศึกษาสาขาเครื่องเคลือบดินเผา ชั้นปีที่3 คณะศิลปวิจิตร สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เล่าว่า ส่วนตัวชอบงานออกแบบศิลปะเกี่ยวกับเครื่องเคลือบมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว โดยเฉพาะงานปั้นแฮนเมดต่างๆ เช่น แก้วหรือตุ๊กตาจะชอบเป็นพิเศษ จึงสนใจมาเรียนในสาขาที่ตนเองชื่นชอบ
       
       "งานปั้นตุ๊กตานี้ก็อยู่ในส่วนของเครื่องเคลือบ ผมชื่นชอบเกี่ยวกับตัวการ์ตูนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เห็นว่าสาขานี้เน้นงานแฮนเมดตัวการ์ตูนต่างๆก็เลยเลือกมาเรียน โดยอาจารย์ก็จะให้เราหาคอนเซปในงานของเราก่อน พอได้แรงบันดาลใจของตัวเองแล้วเอามาคิดเป็นงาน มีทั้งเป็นแนวผลิตภัณฑ์แบบโรงงาน เน้นทำพิมพ์เยอะๆ ผลิตจำนวนมากๆ ส่วนงานแฮนเมดก็จะเน้นผลงานที่โชว์ความงามทางศิลปะ ส่วนตัวชอบแนวแฮนเมดมากกว่า ปั้นด้วยมือมันสนุกดี"
       
       เบียร์ เล่าต่อว่า ในส่งนของตุ๊กตาที่จะนำมาร่วมในกิจกรรม"ปั้นดิน ปั้นใจ ให้หนังสือ" นั้น เขาได้มีส่วนร่วมในการเผาดินตุ๊กตาและเคลือบสีให้ตุ๊กตามีความสวยงาม เบียร์ออกปากว่า เป็นขั้นตอนที่ทำยากและสำคัญที่สุดในงานเครื่องเคลือบเลยทีเดียว
       
       "ขั้นตอนการทำคร่าวๆคือ ต้องซื้อดินปั้นซึ่งเป็นดินสำหรับงานเซรามิก แล้วลงมือปั้นตามฟอร์มที่คิดไว้ แล้วปล่อยให้ดินแห้งในที่ร่ม ไม่ต้องตากแดด ถ้าตากแดดดินจะแตก จากนั้นก็เข้าเตาเผาที่อุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียส ซึ่งเราต้องคอยดูอยู่เรื่อยๆ ไม่มีการกำหนดเวลาตายตัว โดยเผาครั้งแรก เรียกว่าการเผาดิบ (Bisquit Firing) พอเผาดิบเสร็จก็เอาออกมาไปจุ่มเคลือบ แบบที่เราทำมาโชว์นี้เรียกว่าเคลือบลากุ เป็นการเผาใช้ความร้อนต่ำอยู่ที่ 1,040 องศาเซลเซียส แต่แบบอื่นจะอยู่ที่ 1,200 องศาเซลเซียส"
       
       เบียร์บอกอีกว่า เมื่อจุ่มสีเคลือบเสร็จ ก็นำเข้าเตาเผารอบสองที่อุณหภูมิประมาณ 1,100 องศาเซลเซียส พอได้ที่แล้ว จึงคีบชิ้นงานออกมาจากเตาและในขณะที่ชิ้นงานยังร้อนอยู่ จะนำผลงานไปชุบแกลบ หรือเรียกว่า สโมคงาน เพื่อให้ชิ้นงานโชว์สีสันออกมา ซึ่งชิ้นงานแต่ละชิ้นจะให้สีที่แตกต่างกัน ไม่มีชิ้นไหนที่มีสีซ้ำกัน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเคลือบแบบรากุ
       
       "งานเครื่องเคลือบพวกนี้จะมีสารตะกั่วเยอะ เราก็ต้องหาผ้าปิดจมูกตอนรมควัน พอรมควันสีมันจะโชว์ขึ้นมาเอง เป็นปฏิกิริยาทางเคมีของมัน รวมระยะเวลาทั้งหมดในการทำตั้งแต่ปั้นชิ้นงานประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ผมว่ามันเป็นงานที่มีเสน่ห์นะ เวลาเราเอางานออกมาจากเตาแล้วไปสโมคงาน สีมันจะเปลี่ยนแปลงเองโดยที่เราไม่รู้ว่ามันจะออกมาเป็นสีอะไร คือมันจะลุ้นว่าจะออกมาสวยหรือป่าว มันเอาแน่เอานอนไม่ได้เลย ต้องทดลองไปเรื่อยๆ ซึ่งผลงานที่ได้จะใช้ไม่ได้ทั้งหมด มันมีแตกบ้างอะไรบ้าง ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ 100 % ทำออกมา 100 ตัว อาจจะใช้ได้จริงๆแค่ 50 ตัวใน 1 เตา"
       
       เบียร์มองว่า การเรียนในสาขาเครื่องเคลือบดินเผาหรืองานเซรามิกนี้ สามารถยึดเป็นอาชีพได้อย่างมั่นคงเพราะเป็นสินค้าที่ยังเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่เสมอไม่ตกเทรน อีกทั้งยังมีการพัฒนาชิ้นงานก้าวไปข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอไม่มีหยุด ทำให้เบียร์มั่นใจได้ว่าเครื่องเคลือบเหล่านี้จะไม่หายไปจากตลาดสินค้าของประดับทั้งในไทยและในต่างประเทศแน่นอน
       
       "ก็ยึดเป็นอาชีพได้ครับ ตอนแรกผมก็คิดว่าจะปั้นแก้ว หรือไม่ก็รับงานประเภทดีไซน์งานแล้วไปจ้างโรงงานให้พิมพ์แบบออกมา หาลูกค้าตามโรงแรมก็ได้ เค้าก็จะมาจ้างให้เราออกแบบจานชาม แก้ว เซรามิก ให้เป็นเซตเดียวกันยกชุด ทำจำนวนมากๆทีเดียวเลย ซึ่งการเรียนด้านนี้เราได้เรียนรู้ระบบโรงงานด้วยครับ คือเรียนทั้งด้านอุตสาหกรรมและด้านอาร์ต ด้านอาร์ตก็คืองานขึ้นมือ ปั้นชิ้นงานด้วยมือต่างๆ แล้วหาลูกค้าของเราเอง แต่ถ้าระบบอุตสาหกรรมก็ต้องมองถึงการใช้ในชีวิตประจำวันด้วย ออกแบบให้ตอบสนองการใช้งานของคนทั่วไป ก็ต้องติดตามเทรนตลอดเวลา ซึ่งเทรนเซรามิกบ้านเราตอนนี้ มันมาเร็วไปเร็วครับ ดีไซน์มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ"
       
       นอกจากนี้ เบียร์มองว่า ในอนาคตเซรามิกไทยยังต้องพัฒนาให้ก้าวหน้าไปอีก หากต้องการให้ผลงานเป็นที่ยอมรับเหมือนกับงานเซรามิกของญี่ปุ่น เราก็ต้องให้ความสำคัญกับผลงาน หรือชิ้นงานที่ทำออกมาสู่มือผู้บริโภค อย่างคนญี่ปุ่นจะชื่นชมถ้วยชาเซรามิกที่เขาใช้ดื่มชา และให้ความสำคัญกับแก้วที่จะใช้มาเป็นอันดับแรกก่อน รวมทั้งต้องพัฒนาระบบของโรงงานที่ผลิตเครื่องเคลือบเหล่านี้ด้วยว่ามีมาตรฐานแค่ไหน การออกแบบเป็นอย่างไร ถูกใจผู้บริโภคในตลาดหรือไม่ ต้องต่อยอดไปเรื่อยๆ
       
       ด้าน โอภาส นุชนิยม อาจารย์ประจำสาขาวิชาเครื่องเคลือบดินเผา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กล่าวว่า การต่อยอดองค์ความรู้สาขาเครื่องเคลือบในไทยนั้น ได้มีการจัดทำโครงการเตาฟืน 4 สถาบัน ขึ้น ซึ่งเป็นความร่วมมือของ 4 สถาบันทางด้านงานศิลปะ เพื่อจัดแสดงเรื่องเทคนิคของเครื่องปั้นดินเผา เป็นการกระตุ้นให้นักศึกษาออกมาใช้พลังความคิดสร้างสรรค์ในงานเครื่องเคลือบที่เป็นสินค้าส่งออกของไทยที่สำคัญอย่างหนึ่งให้คนทั่วโลกได้รู้จักมากขึ้น
       
       "วงการเซรามิกบ้านเราเคลื่อนไหวค่อนข้างดี รูปแบบที่ศิลปินนำเสนอผมว่ามันมีอะไรที่มีการก้าวหน้า ทั้งเรื่องเทคนิกการปั้น และเรื่องการผสมผสานในเนื้องาน มันไกลออกไปจากอดีตเยอะขึ้น ถ้าเทียบกับนานาชาติ ของเราก็ไปในระดับอินเตอร์ได้เช่นกัน หากเทียบกับญี่ปุ่น คือเขามีรากเหง้าเป็นต้นตำรับของเขา แต่เรากำลังจะผลักดันรากเหง้าในเรื่องของศิลปะสุโขทัยของเราเช่นกัน ให้กลับมามีชีวิตในยุคนี้อีกครั้ง ซึ่งนักศึกษาไทยเราก็มีศักยภาพในงานออกแบบผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่แพ้ชาติอื่น"
       
       ในส่วนของเทคนิคการออกแบบชิ้นงานนั้น อาจารย์ประจำสาขาเครื่องเคลือบมองว่า เทคนิคต่างๆเริ่มเยอะขึ้น เราอยู่โลกตะวันออกแต่ก็มองเห็นโลกตะวันตก เห็นการเชื่อมโยงตรงนี้ ซึ่งมีความสำคัญ นำมาซึ่งเทรนใหม่ของงานเซรามิกอย่างการMixed Media เพิ่มความน่าสนใจให้ชิ้นงาน แถมเป็นเอกลักษณ์ของไทยออกสู่สายตาตลาดโลก
       
       "ผมกำลังมองในเรื่องของการ Mixed Media ถ้าเล่นเซรามิกเพียวๆอย่างเดียวมันจะตาย ถ้าเกิดว่ามีผสมกับวัสดุอื่นๆขึ้นมา มันจะดึงความน่าสนใจ โดยที่พระเอกก็ยังเป็นเซรามิกอยู่ แต่ว่ามีการเคลื่อนไหวโดยMixed Media เข้ามาเสริม เช่น ผสมกิ่งไม้ โลหะ หรือ แก้ว ไม่เช่นนั่น ถ้าเราปั้นมาเป็นแจกันใบหนึ่งมันก็จบอยู่ในฟอร์มของมัน แต่ถ้าเกิดเรามีโลหะมาเสริมก็จะดี เพราะเซรามิกมันมีข้อจำกัดของมัน คือ ถ้าเราปั้นส่วนที่เล็กๆก็จะหักง่าย ตรงนี้มันเป็นข้อสำคัญ แต่ถ้าเราเปลี่ยนส่วนที่เล็กๆตรงนั้น มาใช้โลหะแทนก็จะขจัดข้อจำกัดออกไปได้"
       
       อาจารย์ประจำสาขาเครื่องเคลือบ ทิ้งท้ายว่า เทรน Mixed Media เป็นสิ่งที่อยากเห็นในบ้านเรามากขึ้น เพราะงานแนวเครื่องเคลือบยังสามารถเติบโตได้อีกเยอะ ยกตัวอย่างผลงานที่เคยทำ คือ งานเซรามิกที่นำมาผสมผสานกับไม้ ที่เลือกใช้วัสดุเป็นไม้เพราะเป็นวัสดุเหลือใช้ สามารถหามาได้จากธรรมชาติทั่วๆไป ชิ้นงานไม่จำเป็นจะต้องเป็นเซรามิกเพียวๆ ซึ่งตัวนี้มันจะเป็นตัวสร้างจุดเด่นได้อย่างหนึ่ง เทรนตอนนี้หากเรามีการผลิตแบบMixed Mediaออกมาเยอะๆก็สามารถสร้างกระแสขึ้นมาได้เองโดยมาในแนวผสมผสาน มั่นใจว่าเราสามารถสร้างกระแสนี้ให้เกิดขึ้นมาในวงการเซรามิกได้แน่นอน

ข่าวล่าสุด ในหมวด
21 พิพิธภัณฑ์อึ้ง..ทึ่ง..เสียว..จากทั่วโลก
7 โรงเรียนกวดวิชายอดนิยม ที่เด็กไทยยกนิ้วให้!
สุดยอดงานประจำปี “เที่ยวเพลิน เดินทัวร์ ในรั้วมหา'ลัย”
ชุดนักศึกษาไทย โผล่เว็บขายสินค้าคอสเพลย์แดนปลาดิบ!!
สุดเศร้า! ชาวโซเชียลร่วมอาลัย “น้องอาร์ท” บัณฑิตพิเศษ ป่วยมะเร็งเสียชีวิตแล้ว
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014