หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรม | เอเชียรามา
 

"กู๋หว่าไจ๋" (1) ตำนานอีกบทหนัง "มาเฟีย" ฮ่องกง

โดย ฟ้าธานี 4 กรกฎาคม 2555 16:15 น.

กู๋หว่าไจ๋ (1) ตำนานอีกบทหนัง มาเฟีย ฮ่องกง

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กู๋หว่าไจ๋ (1) ตำนานอีกบทหนัง มาเฟีย ฮ่องกง
หลังเข้าวงการบันเทิงมาหลายปี แต่ก็ไม่ดังสุด ๆ เสียที "เจิ้งอี้เจี้ยน" เกิดสุด ๆ กับบท "ลูกพี่ห้าวหนาน" ใน "กู๋หว่าไจ๋"

กู๋หว่าไจ๋ (1) ตำนานอีกบทหนัง มาเฟีย ฮ่องกง
แก๊งนักเลงวัยรุ่น "กู๋หว่าไจ๋" กลุ่มตัวเอกของเรื่อง

กู๋หว่าไจ๋ (1) ตำนานอีกบทหนัง มาเฟีย ฮ่องกง
"เฉินเสี่ยวชุน" โด่งดังไม่แพ้กันกับบท "ไก่ป่า"

กู๋หว่าไจ๋ (1) ตำนานอีกบทหนัง มาเฟีย ฮ่องกง
ตัวร้ายบอสใหญ่ของหนังภาคแรก "อู๋เจิ้นอวี้" ขโมยซีน และเด่นทุกฉากที่ปรากฏตัวกับบท "อาคุน" จอมแสบ

กู๋หว่าไจ๋ (1) ตำนานอีกบทหนัง มาเฟีย ฮ่องกง
"ลูกพี่บี" (อู๋จื่อสง) ตัวเอกอีกคนของหนังภาคนี้

กู๋หว่าไจ๋ (1) ตำนานอีกบทหนัง มาเฟีย ฮ่องกง
"หลี่จือ" น่ารักสุด ๆ กับบทนางเอกติดอ่าง

กู๋หว่าไจ๋ (1) ตำนานอีกบทหนัง มาเฟีย ฮ่องกง
ฉากต่อยดีที่สมจริงมาก

กู๋หว่าไจ๋ (1) ตำนานอีกบทหนัง มาเฟีย ฮ่องกง
เหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง

กู๋หว่าไจ๋ (1) ตำนานอีกบทหนัง มาเฟีย ฮ่องกง
คู่หูต้องบาดหมาง

กู๋หว่าไจ๋ (1) ตำนานอีกบทหนัง มาเฟีย ฮ่องกง
บทลงโทษของ "ห้าวหนาน" ที่ทำให้ "หงซิ่ง" ต้องเสื่อมเสีย

กู๋หว่าไจ๋ (1) ตำนานอีกบทหนัง มาเฟีย ฮ่องกง
ผ่านดงหมัดดงเท้าเพื่อเคารพศพลูกพี่

กู๋หว่าไจ๋ (1) ตำนานอีกบทหนัง มาเฟีย ฮ่องกง
เพื่อนซี้รวมตัวอีกครั้ง

กู๋หว่าไจ๋ (1) ตำนานอีกบทหนัง มาเฟีย ฮ่องกง
สางหนี้แค้นกับอาคุน

กู๋หว่าไจ๋ (1) ตำนานอีกบทหนัง มาเฟีย ฮ่องกง
คืนสู่ "หงซิ่ง" อย่างสง่าผ่าเผย

กู๋หว่าไจ๋ (1) ตำนานอีกบทหนัง มาเฟีย ฮ่องกง
"เฉินห้าวหนาน" ในภาพลายเส้นการ์ตูน

กู๋หว่าไจ๋ (1) ตำนานอีกบทหนัง มาเฟีย ฮ่องกง
"ลูกพี่บี" นักเลงในจอ-นักเลงตัวจริง

ถ้าเราจะพูดถึงหนังแนวอาชญากรรมแห่งยุคสมัย เมื่อช่วง 80s ก็คงต้องนึกถึง “โหดเลวดี” ก่อน … ส่วนยุคปี 2000s ก็ต้องเป็นไตรภาค Infernal Affairs อย่างแน่นอน ... แต่สำหรับช่วง 90s ที่หลายคนบอกว่าเป็น “ยุคทองของหนังฮ่องกง” คงไม่มีหนังมาเฟียเล่าเรื่องสังคมใต้ดินของฮ่องกงเรื่องใด จะยิ่งใหญ่ได้รับการกล่าวขวัญถึงเท่ากับ “กู๋หว่าไจ๋” อีกแล้ว
       
       การเข้าฉายของ Young and Dangerous หรือ กู๋หว่าไจ๋ กลายเป็นความโด่งดังระดับปรากฏการณ์ ของวงการหนังฮ่องกงยุค 90s ที่มีส่วนปลุกหนังแนวแก็งสเตอร์ให้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง สร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการหนังที่ใกล้ซบเซาในช่วงเวลานั้น กับงานที่หยิบเอาการ์ตูนสุดฮิตของฝั่งฮ่องกงเขาที่ชื่อ Teddy Boyมาถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิล์ม
       
       ด้วยเรื่องราวมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ เพื่อนรัก 5 คน นักเลงรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวเข้ามาสร้างชื่อในยุทธจักร นำโดยตัวละครสุดฮิต อย่าง เฉินห้าวหนาน ได้ทำให้ภาพของนักเลงวัยรุ่นสุดเท่ วิ่งถือมีดพร้าเข้าหากันได้กลายเป็นภาพจำภาพหนึ่ง แห่งวงการหนังฮ่องกงเมื่อยุค 90 ไปโดยปริยาย ใครเติบโตขึ้นมาในช่วงนั้น ก็น่าจะมีโอกาสได้ผ่านตาหนังชุดนี้ ที่สร้างกันออกมาหลายภาคซักครั้ง หรืออย่างน้อยก็ต้องได้ยินคำว่า "กู๋หว่าไจ๋" กันมาบ้าง
       
       นักเลงวัยรุ่น "กู๋หว่าไจ๋"
       
       เรื่องราวของกู๋หว่าไจ่ เริ่มต้นขึ้นในปี 1985 เมื่อเด็กหนุ่มจากครอบครัวชนชั้นปากกัดตีนถีบ 5 คน ที่นำโดย "เฉินห้าวหนาน" กับเพื่อนสนิทที่ถือเป็นมือขวาอย่าง ไก่ป่า หรือ ซาจี๋ ได้ก้าวขาสู่ "หงซิ่ง" องค์กรอาชญากรรมที่แผ่ขยายอิทธิพลอยู่ในเกาะฮ่องกง ด้วยการติดตาม "พี่บี" หัวหน้าสาขาสำคัญคนหนึ่งของหงซิ่ง
       
       สิบปีต่อมา เฉินห้าวหนาน กับเพื่อน ๆ กลายเป็น "นักเลง" เต็มตัวและถูกจับตามองในฐานะดาวรุ่งแห่งแวดวงทันทีเมื่อพวกเขาตัดสินใจลงมือเด็ดชีวิต ปากัวนักเลงใหญ่อีกคนในย่านมงก๊อก ที่ถือเป็นการเปิดศึกประกาศสงครามอย่างเป็นทางการกับ "อาคุน" นักเลงขาใหญ่อีกคนในหงซิ่น พี่น้องร่วมสาบานของปากัว ชายผู้ทำทุกอย่างเพื่อเงินและอำนาจ หลังจากเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน ความขัดแย้งใน "หงซิ่ง" จึงเริ่มคุกรุ่นขึ้นเรื่อย ๆ
       
       น่าเสียดายที่เป็นฝ่ายของ ห้าวหนาน ที่เพลี่ยงพล้ำ เขาและเพื่อนถูกส่งไปติดกับดักในมาเก๊า จนเสียเพื่อนคนหนึ่งไป มิตรภาพของเขากับ ไก่ป่า ก็ขาดสะบั้นลงด้วยความเข้าใจผิดที่เกิดจากแผนการชั่วของฝ่ายตรงข้าม สุดท้าย ห้าวหนาน ถูกขับออกจากแก๊งเพราะสร้างเรื่องเสื่อมเสียที่ให้อภัยไม่ได้
       
       นับจากนั้น อาคุน ได้สร้างอิทธิพลแพร่ขยายไปมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยอำนาจเงินที่เขาหาให้กับแก๊งได้อย่างมหาศาล แม้แต่ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง "คุณเจียง" ก็ต้องหลบให้ หงซิ่น ที่อยู่ภายใต้การนำของตัวแสบคนนี้ กลายเป็นองค์กรนักเลงที่ตกต่ำเลวร้าย การต่อสู้ภายในแก๊งก็บานปลายไปแบบเกินเหตุ สุดท้าย พี่บี ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า เฉินห้าวหนาน จึงตัดสินใจกลับคืนสู่วงการ เพื่อชำระความแค้น, ตอบแทนบุญคุณ และทวงคืน "หงซิ่ง" ของเขากลับคืนมาให้ได้
       
       ดีไม่ดีไม่รู้? แต่โคตรมัน
       
       กู๋หว่าไจ๋ เข้าฉายในช่วงเวลาก่อนตรุษจีนสุดท้ายปี 1996 นิดหน่อย เป็นเวลาแห่งการนับถอยหลังสู่การส่งมอบอำนาจการปกครองเกาะให้กับจีนแผ่นดินใหญ่ เห็นได้ชัดว่าอุตสากรรมภาพยนตร์เริ่มต้นอยู่ในภาวะขาลงแล้ว แต่หนังฟอร์มกลาง ๆ ที่ไม่ได้มีดาราดังเป็นจุดขาย แม้แต่ เจิ้งอี้เจี้ยน ในขณะนั้นก็ดูจะมีภาพของนักร้อง หรือนักแสดงทีวีบี มากกว่าจะเป็นดาราใหญ่ในวงการหนัง ผู้กำกับ แอนดรูว์ เลา ก็ยังไม่ได้มีสถานะใหญ่โตเท่านั้นปัจจุบัน ไม่เคยมีหนังฮิตอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
       
       แต่สุดท้าย กู๋หว่าไจ๋ ภาคแรกสามารถทำเงินได้สูงถึง 20 ล้านเหรียญฮ่องกง ยืนโรงฉายไปอีก 3 เดือน มีภาคต่อทั้งที่เป็นภาคหลัก และภาคย่อยต่อยอดตามออกมารวมกันเป็น 10 ภาค เป็น "ตำนาน" ในช่วงท้าย ๆ ยุคทองของหนังฮ่องกง ก่อนความรุ่งโรจน์ทั้งหมด จะปิดฉากไปพร้อม ๆ กับการส่งมอบอำนาจการปกครองของเกาะให้กับแผ่นดินใหญ่ในปีต่อมา
       
       แม้จะประสบความสำเร็จทางการตลาดอย่างมากมายมหาศาล ในอีกด้านหนึ่ง กับการประเมินคุณค่าในทางภาพยนตร์ กู๋หว่าไจ๋ ก็มักจะถูกตั้งคำถามอยู่เสมอว่า "หนังเรื่องนี้ดีจริงรึเปล่า?"
       
       ซึ่งคำตอบของหลาย ๆ คน ก็มองว่างานนี้ชิ้นนี้เป็นหนังมาเฟียที่มีคุณภาพระดับกลาง ๆ เท่านั้น ในแง่เนื้อหาของหนังแล้ว กู๋หว่าไจ๋ ขาดความลึกซึ้ง และแทบไม่ได้สร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ นอกจากการนำแนวทาง หนังมาเฟียฮ่องกง แบบดั้งเดิมมานำเสนอ การหักเหลี่ยมเฉือนคม การแก้แค้น ผสมด้วย เรื่องรักหนุ่มสาว และมิตรภาพระหว่างเพื่อน กับเนื้อหาพิมพ์นิยมประเภท ความเข้าใจผิด และการพิสูจน์ความจงรักภักดี ต่อสหาย อะไรทำนองนั้น แต่พุ่งเป้าไปที่กลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก
       
       ผมเองเห็นด้วยส่วนหนึ่งกับคำวิจารณ์ที่ว่า และบางส่วนก็เห็นต่างออกไปครับ .... จริงอยู่ที่ กู๋หว่าไจ๋ ไม่ได้มีคุณค่าในทางภาพยนตร์อะไรมากมาย แต่หนังก็ไม่ถึงกับย่ำแย่จนหาความดีงามอะไรไม่ได้เลย อย่างที่หลายคนดูแคลน ที่แน่ ๆ หนังดูได้สนุก และให้ความบันเทิงกันอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แม้จะเป็นความบันเทิงที่ไม่ได้เลิศหรู มีรสนิยมอะไรก็เถอะ
       
       ที่สัมผัสได้ทันทีก็คือความดิบของหนัง, ความจริงใจกับการนำเสนอเรื่องราวอย่างเรียบง่ายซื่อตรง แต่หนักแน่น ไม่ต้องประดิษฐ์ประดอยด้วยเทคนิคหรูหราอะไรกันให้มากความ (อย่างที่หนังรุ่นหลังเรื่อง Monga เป็น)
       
       หนังไม่ได้พยายามแทรกบทเรียนศีลธรรม หรือปรัชญาอันสูงส่ง แต่ว่าด้วยเรื่องราวประเภทคุณธรรมระดับชาวบ้านมากกว่า เป็นหนังที่เล่าเรื่องของกลุ่มคนนอกกฎหมายอันแข็งกร้าวด้วยวิธีที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ทั้งเรื่องราวในแบบฮ่องกงโดยแท้ กับเนื้อหาเต็มไปด้วยการเร้าอารมณ์ ประเภทมอบชะตากรรมอันสุดรันทดให้กับตัวละคร และเฝ้ามองการกลับมาผงาดอย่างยิ่งใหญ่ของเขาในตอนท้าย
       
       การนำเสนอของ แอนดรูว์ เลา ก็ไปได้ดีกับหนังเหลือเกิน เขาพิสูจน์ว่าตัวเองเป็นผู้กำกับที่เติบโตขึ้นมากับงานสายกำกับภาพโดยแท้จริง (ก่อนหน้านี้ แอนดรูว์ เลา มีเครดิตเป็นผู้กำกับภาพให้กับหนังของ หว่องกาไว มาแล้ว) ด้วยการสร้างงานภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจ เหนือมาตรฐานของหนังฟอร์มนี้ในฮ่องกงโดยทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ถ่ายแสงสีไฟกลางคืนได้สวยเป็นพิเศษ และการเคลื่อนกล้องแฮนด์เฮลด์ในฉากพะบู๊ต่อยตีฟันแทง ก็ให้ความรู้สึกเหมือนคนดูได้ไปอยู่ในจุดศูนย์กลางของสงครามนักเลงจริง ๆ
       
       ดารากลุ่มใหญ่ก็ร่วมงานกันอย่างเข้าขารู้ใจ ทั้งกลุ่มนักแสดงหนุ่มทั้ง 5 คน ที่ให้ภาพของนักเลงวัยรุ่นที่เท่เป็นบ้า, และมิตรภาพของตัวละครก็น่าเชื่อถือเพียงพอ รวมถึงตัวละครแวดล้อมทั้งหมด แต่ที่ต้องชมเชยเป็นพิเศษก็คือ อู๋เจิ่นอวี้ ที่รับบทตัวร้ายผู้น่ารังเกียจ กับการวาดลวดลายได้อย่างเหลือกินเหลือใช้ ฉากที่อาคุน ดับความแค้นที่พี่น้องร่วมสาบานถูกฆ่าด้วย ด้วยการให้คู่ขาก้มลงไปทำ "ออรัลเซ็กส์" ให้กลางห้องเย็นนั้น ทั้งขบขัน และวิปริตไปพร้อม ๆ กัน
       
       "กู๋หว่าไจ๋" ตัวจริง
       
       ความโดดเด่นเป็นพิเศษของ กู๋หว่าไจ๋ ก็คือการสร้างโลกนักเลงขึ้นมาได้อย่างสมจริงสมจังเป็นพิเศษ แตกต่างจากหนังมาเฟียแก๊งสเตอร์ของฮ่องกงก่อนหน้านี้ ที่มักจะสร้างบรรยากาศให้ออกมาเหนือจริงดูยิ่งใหญ่เกินเหตุ ซึ่งน่าจะมีสาเหตุมาจากความสำเร็จของหนังชุด "โหดเลวดี" โดย จอห์น วู ต้นตระกูลของหนังมาเฟียยุคใหม่ของฮ่องกง ที่ใช้โครงสร้างหนังกำลังภายในมาเป็นพื้นฐาน จนโลกอาชญากรรมดูสวยเกินจริง ตัวละครเต็มไปด้วยความสง่างามน่าหลงใหล สวมสูทใส่แว่นดำเป็นเครื่องแบบ เป็นอาชญกรที่ดูดีกว่าความเป็นจริงไปเยอะ
       
       แตกต่างจากหนังชุด กู๋หว่าไจ๋ โดยสิ้นเชิง ที่ผู้สร้างเข้าถึงหัวใจของคนดูรุ่นใหม่ได้ ด้วยการสร้างโลกในหนังให้สามารถเชื่อมโยงกับผู้ชมได้ด้วยความใกล้ตัว และน่าเชื่อถือ ตั้งแต่ฉากหลัง ที่เป็นถนนหนทางในฮ่องกง แบบเดียวกับที่ผู้ชมทุกคนเคย และใช้ชีวิตเติบโตขึ้นมาในโลกแบบนี้
       
       ตัวละครในหนังก็ห่างไกลเหลือเกินกับภาพของ "วีรบุรุษนักเลง" แบบหนังรุ่นก่อน ทั้งรูปลักษณ์ที่สามารถเรียกว่ากุ้ยได้อย่างเต็มตัว ไม่มีเครื่องแบบอันสง่างาม แต่งเนื้อแต่งตัวด้วยเสื้อผ้ารสนิยมต่ำ มีรอยสักเต็มตัวเพื่อแสดงความแปลกแยกกันอย่างเต็มที่ พวกเขาเป็นชนชั้นนักเลงที่ไม่ได้หากินอยู่กับกิจการนอกกฎหมายอันยิ่งใหญ่อย่าง การพิมพ์แบ็งค์ปลอม, ค้าอาวุธเถื่อนอะไรทำนองนั้น แต่เป็นงานชั้นต่ำประเภท ถ่ายหนังโป๊, เก็บค่าคุ้มครอง, เปิดผับบา ไปตามเรื่องตามราวเสียมากกว่า
       
       นักแสดงในหนังก็ไม่รู้ไปหามาจากไหนกัน แต่ละคนเหมือนพวกนอกกฎหมายกันจริง ๆ
       
       ซึ่งอันที่จริงแล้วมีนักแสดงในเรื่องอยู่หนึ่งคน ที่เคยใช้ชีวิตในฐานะเป็น "กู๋หว่าไจ๋" มาแล้วจริง ๆ เขาก็คือ อู๋จื่อสง (แฟรงกี อู๋) ที่สวมบทบาทเป็น "พี่บี" (หรือลุงบี) ลูกพี่ของพวกห้าวหนานนั่นเอง
       
       ตามข้อมูลนักแสดงคนนี้เคยใช้ชีวิตเป็นนักเลงหัวไม้จนถึงอายุ 28 ปี หลักฐานถึงประสบการณ์ในด้านนี้ก็คือรอยสักเต็มตัว ที่เป็นของจริงล้วน ๆ ไม่ใช่รอยสักรูปลอกเหมือนนักแสดงคนอื่น ๆ ในเรื่อง ซึ่งที่เขาตัดสินใจทิ้งชีวิตด้านนี้ไปเมื่อปี 1979 ก็เพราะได้แต่งงาน และเริ่มอยากมีชีวิตธรรมดา ๆ เสียที
       
       หลังทิ้งชีวิต กู๋หว่าไจ๋ ไป อู๋จื่อสง เคยทำงานประกอบอาชีพหลาย ๆ อย่าง จนได้งานเล็ก ๆ เป็นตัวประกอบในหนังเรื่องหนึ่ง ตามมาด้วยงานแสดงต่อเนื่อง ตอนนี้มีเครดิตการแสดงมากกว่า 100 เรื่องแล้ว บทส่วนใหญ่ก็คงหนีไม่พ้นการแสดงเป็นนักเลง หรืออาชญากรตามถนัด ซึ่งความเป็นคน "วงใน" ยังทำให้เขาได้เป็นที่ปรึกษาพิเศษของหนังเรื่อง "กู๋หว่าไจ๋" ในภาคแรกด้วย
       
       
....................

       
       พูดได้ว่า กู๋หว่าไจ๋ ประสบความสำเร็จในการนำเสนอ “ภาพลักษณ์” แบบใหม่ ๆ ให้กับหนังแนวมาเฟียของฮ่องกง ด้วยการสร้างแฟนตาซีที่ว่าด้วย โลกนักเลง ให้ใกล้ตัวใกล้ความเป็นจริงคนดูขึ้นมาอีก กลายเป็นความรู้สึกที่โดนใจเป็นพิเศษสำหรับคนดูในยุคนั้นโดยเฉพาะ
       
       แม้จะต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้หนังประสบความสำเร็จ ก็ด้วยบรรดาองค์ประกอบอันฉาบฉวยทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ความเท่ของตัวละคร, การขายความรุนแรงอันดิบเถื่อน และเรื่องราวประเภทที่บอกได้ว่าเป็น "เมโลดราม่า" บีบคั้นอารมณ์กันอย่างเต็มที่
       
       ... แต่เนื้อในจริง ๆ ของ "กู๋หว่าไจ๋" ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้หนังฮิตระเบิดเช่นเดียวกัน กับความสำเร็จในการสื่อสารไปถึงคนดู เป็นหนังที่เรียกได้ว่าพูดภาษาเดียวกับคนดู
       
       
เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ""ซ้อ 7"ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย
       ระบบ dtac - เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540
       ระบบ AIS - กด *468200311 แล้วโทร.ออก
       ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000
       *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก

       
       


ข่าวล่าสุด ในหมวด
รำถึงถึง "ตัวประกอบ" ผู้จากไป
"หน้ากากเสือ" ที่เป็นได้แค่ “หน้ากากเหมียว”
กลั้นหายใจเอาไว้ให้ดี “ผีกัด” คืนชีพแล้ว
Saving General Yang หยางบอยแบนด์
อำลาปรมาจารย์ "หลิวเจียเหลียง" กับหนังกังฟูต่อต้านความรุนแรง
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 9 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 9 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 9 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดีจังเปิดให้วิจารณ์

ของต่อพงษ์ ชอบวิจารณ์มั่วๆ ติ๊ดแตก เข้าข้างนาซี อวดภูมิแค่หางอึ่ง ดูหนังช้า ดองข้ามปี

ปิดไม่ให้คนเมนท์ เผด็จการสองมาตรฐานชัดๆ

ถ้าเค้าเป็นซ้อเจ็ดจริงๆ ก็ไม่ต่างจากอีแอบ
เฮ่าหนาน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่แน่ ๆ หนังดูได้สนุก และให้ความบันเทิงกันอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
เห็นด้วยครับ เพราะมันดูสนุกทุกภาคเลย
u0438021
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณที่เปิดให้วิจารณ์ อย่าลืมเอาขึ้นให้ด้วยล่ะ โดยรวมผู้เขียนสื่อได้ดี มันต้องแบบนี้ ต้องเปิดให้แสดงความคิดเห็นไม่ใช่ปิดกั้นแบบคอลัมน์ต่อพงษ์
กาย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดและก็โตมากับหนังเรื่องนี้พอดี ในยุคนั้นวัยรุ่นในต่างจังหวัดถึงกับเอาชื่อ " หงซิง " และ " ตงซิง " มาตั้งเป็นชื่อแก๊งส์ของตัวเองกันเลยทีเดียว แถมยังมีภาพของการวิ่งไล่ฟัน ไล่ตี กันเป็นขบวนเหมือนในหนังไม่มีผิด ถือว่าหนังเรื่องนี้มีอิทธิพลมากๆ เรื่องหนึ่งสำหรับวัยรุ่นในยุคนั้น
สาวก "เฉิ่นเฮ้าหน่าน"
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หนังในตำนานอีกเรื่องหนึ่งๆ เวอร์ชั่น ที่ เซียะ ถิง ฟง เล่นก็มันส์ไม่แพ้กันนะ ต้องไปหามาดูอีกรอบซะแล้ว
โอ้ว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014