หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรม | Live-Lite
 

Music Shines : โนราห์ โจนส์ ‘...Featuring’ ในอ้อมโอบกอดทางดนตรีของเธอและคนอื่นๆ / พอล เฮง

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 22 มกราคม 2554 20:32 น.
       paulheng_2000@yahoo.com

Music Shines : โนราห์ โจนส์ ‘...Featuring’ ในอ้อมโอบกอดทางดนตรีของเธอและคนอื่นๆ / พอล เฮง
       สัมพันธภาพทางดนตรีที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ล้วนเกิดจากความชื่นชมให้เกียรติซึ่งกันและกันของคนดนตรีหรือนักร้อง แล้วจึงลงมือทำงานด้วยกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยอย่างได้ดุลยภาพ เพื่อให้งานออกมาดีและลงตัวที่สุด
       
       ปฏิสัมพันธ์ทางหัวใจของบทเพลงของคนดนตรี 2 ชื่อ มาทำงานร่วมกันจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก และยิ่งยากเย็นแสนเข็ญมากขึ้น หากคนดนตรีนั้นเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากมาย ยิ่งดังเท่าไหร่ก็ยิ่งมีอัตตาและความหลงตัวผยองเดชในศักดิ์ศรีและฝีมือตัวเองมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งเป็นวิสัยของศิลปินในทุกแขนง หาน้อยนักที่จะเป็นคนที่ใจกว้างเปิดทางสร้างสรรค์และร่วมงานกับคนอื่นอย่างเย็นใจและสบายๆ ในความผูกพันและแลกเปลี่ยนทักษะฝีมือ ความคิดทางดนตรีในบทเพลงที่จะทำร่วมกัน
       
       แต่ในยุคปัจจุบันสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะแนวดนตรีที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะวัฒนธรรมฮิพฮอพ ที่บทเพลงส่วนมากจะมีการฟีเจอริ่งหรือเชิญพรรคพวกหรือเพื่อนนักดนตรีมาทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสีสันในดนตรีและตัวเพลง จนเป็นเรื่องปกติสามัญและเป็นแฟชั่นดนตรีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
       
       อัลบั้ม ‘...Featuring’ ของ โนราห์ โจนส์ (Norah Jones) จึงมีความน่าสนใจเป็นอย่าง น่าสนใจกับการที่เธอพยายามจะเล่นนัยกับอัลบั้มรวมเพลงชุดนี้ของเธอ ผ่านคำว่า ฟีเจอริ่ง กับเทรนด์การทำเพลงของยุคสมัยที่นิยมชมชื่นและชอบกันจังกับ การฟีเจอริ่ง
       
       ไม่เว้นในแวดวงดนตรีของเมืองไทย ที่ปัจจุบันนักร้องทุกคนในทุกแนวดนตรีจะฟีเจอริ่ง ไม่งั้นเชย...
       
       ทั้งที่คุณค่าและความหมายของคำว่า ฟีเจอริ่ง มันมีมากมายในฐานะคนดนตรีที่ร่วมมือกันทำงานที่ไปไกลกว่าคำว่า แฟชั่นการทำเพลงให้ตลาดชอบ

Music Shines : โนราห์ โจนส์ ‘...Featuring’ ในอ้อมโอบกอดทางดนตรีของเธอและคนอื่นๆ / พอล เฮง
       1. ฟีเจอริ่ง
       
       ดูหน้าฉากเพียงผิวเผิน แฟชั่นทางดนตรีซึ่งเป็นแนวโน้มของยุคสมัย ผ่านทางดนตรียอดนิยมกระแสหลัก คือ ฮิพฮอพและเออร์เบิ้น แบล๊ค มิวสิค ในสังคมดนตรีอเมริกันก็คือ การฟีเจอริ่ง (Featuring) ซึ่งนิยมเขียนคำย่อใช้กันในโลกดนตรี โดยเฉพาะในชื่อเพลงบนปกอัลบั้ม คือ feat. บ้าง ft. หรือ f บ้าง ซึ่งหมายถึงนักร้องหรือนักดนตรีที่ไม่ใช่ศิลปินหลักหรือเจ้าของอัลบั้มมาร่วมทำงานด้วยไม่ว่าขับร้องหรือเล่นดนตรีในบทเพลงของอัลบั้ม ซึ่งถือว่าเป็นแนวโน้มหรือเทรนด์ดนตรีในยุค 2000s
       
       การฟีเจอริ่งก็เปรียบเสมือนการเชื้อเชิญเพื่อนๆ นักดนตรีที่รู้จักสนิทชิดเชื้อหรือชื่นชอบ รวมถึงนักร้องนักดนตรีรุ่นใหญ่อาวุโสที่ต้องการแสดงความคารวะ มาทำงานร่วมกันในเชิงสร้างสรรค์รสนิยมและแนวดนตรีให้หลอมรวมกัน ซึ่งส่วนมากการทำงานในแง่นี้บทเพลงจะถูกตัดเป็นซิงเกิลด้วยความพิเศษที่น่าสนใจและค้นหาทางดนตรี
       
       จากกระแสฟีเจอริ่งของวงการดนตรีโลก ที่มีวงการเพลงอเมริกันร่วมสมัยคอยกำหนดทิศทางอยู่ เพราะในแง่ของการฟีเจอริ่งนั้นเป็นเรื่องที่ปกติธรรมดา เป็นวิธีการทำงานที่ใช้กันอยู่สม่ำเสมอของศิลปินที่ทำงานในแนวดนตรีฮิพฮอพและแร๊พ รวมถึงในแวดวงดนตรีเต้นรำหรือแด๊นซ์ มิวสิคด้วย
       
       จุดสังเกตที่เห็นได้ชัดก็คือ อัลบั้มของนักร้องและวงดนตรีสายแอฟริกัน-อเมริกันที่อยู่ในหมวดหมู่ที่เรียกว่า เออร์เบิ้น แบล๊ค มิวสิค ซึ่งทำงานในแบบพันทางผสมผสานทั้งดนตรีแร๊พ โซล อาร์แอนด์บี ฟังค์กี้ พ๊อพ แจ๊ซ อัลเทอร์เนทีฟ ฯลฯ จะมีความต้องการและนิยมที่จะนำแขกรับเชิญมาร่วมทำงานเชิงดนตรีเพื่อให้เกิดความหลากมิติและหลายอารมณ์ความรู้สึก ที่ผิดกลิ่นผิดสีแตกต่างออกไปในอัลบั้ม เพราะข้อจำกัดของดนตรีแร๊พหรือฮิพฮอพ รวมถึงดนตรีแด๊นซ์ที่ส่วนมากใช้เสียงสังเคราะห์มากกว่าการโชว์ทักษะฝีมือทางดนตรี จึงต้องถมเติมเต็มด้วยไอเดียและสีสันทางดนตรีที่แตกต่างออกไปของคนอื่นมาผสมเขย่ารวมกับของตัวเอง โดยไม่สูญเสียความเป็นตัวเองที่ยังเป็นหัวใจหลักอยู่ในอัลบั้ม

Music Shines : โนราห์ โจนส์ ‘...Featuring’ ในอ้อมโอบกอดทางดนตรีของเธอและคนอื่นๆ / พอล เฮง
       2. ตัวตนโนราห์ โจนส์
       
       หลายคนอาจหยิบอัลบั้มชุดนี้ขึ้นมาแล้วมองข้ามไป โดยคิดเพียงตื้นเขินและเบาสมองอย่างง่ายๆ เพียงว่าเป็นแค่อัลบั้มรวมเพลงไม่มีอะไรให้น่าค้นหาและใส่ใจ
       
       แต่ชื่อของโนราห์ โจนส์ นั้นไม่ธรรมดา ย่อมมีนัยซ่อนอยู่ในการรวมเพลงของเธอ แน่นอนแม้จะมีเสียงครหานิดๆ หน่อยๆ ถึงแต้มต่อในฐานะเป็นสายเลือดและลูกสาวนอกสมรสของปรมาจารย์ซีตาร์ชาวอินเดีย ระวี แชงการ์ ซึ่งเป็นคุรุทางดนตรีแห่งแดนภารตะและของโลกดนตรีร่วมสมัยยุคปัจจุบัน ในช่วงแรกที่เข้าวงการและออกงานชุดแรกออกมา
       
       ปัจจุบัน โนราห์ โจนส์ (Norah Jones) มีรางวัลแกรมมี่อยู่ในมือ 9 รางวัล
       
       อัลบั้ม ‘Come away with me’ งานชุดแรกในชีวิตของเธอที่ออกมาในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2002 (พ.ศ.2545) สามารถทำยอดขายได้มากกว่า 20 ล้านก็อปปี้ทั่วโลก และกวาดรางวัลแกรมมี่ไปถึง 8 รางวัลในปีต่อมา และได้อีก 1 รางวัล ในการทำงานฟีเจอริ่งกับ เรย์ ชาร์ลส์ (Ray Charles)
       
       หากย้อนกลับไป ในขณะที่เธอเรียนในระดับมัธยมฯ ปลายหรือไฮสคูล โนราห์ โจนส์ ได้ฉายแววความเป็นนักร้อง/นักดนตรี ซึ่งเธอชนะเลิศรางวัลดนตรีนักเรียน เดอะ ดาวน์บีท ซึ่งเป็นนิตยสารดนตรีแจ๊ซของอเมริกาที่มีชื่อเสียง ในสาขาขับร้องแจ๊ซยอดเยี่ยมถึง 2 ปีซ้อน และสาขาเบสท์ ออริจินัล คอมโพสสิชัน และต่อมาก็เข้าเรียนสาขาเปียโนแจ๊ซที่ดิ ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ นอร์ธ เท็กซัส หรือยูเอ็นที ซึ่งถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยดนตรีแจ๊ซที่ดีที่สุดในโลก และเป็นนักร้องเพลงแจ๊ซของมหาวิทยาลัย
       
       โนราห์ โจนส์ เป็นคนที่ทำให้สุนทรียศาสตร์ทางดนตรีแจ๊ซได้คืบขยายเข้าสู่รสสัมผัสทางดนตรีพ๊อพที่รื่นหูฟังง่ายสบายอารมณ์ ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงหลอมรวมอย่างลงตัวและน่าสนใจผ่านอัลบั้มชุดแรกของเธอ ‘Come Away with Me’ ซึ่งประสบความสำเร็จทั้งยอดขาย รางวัลสร้างสรรค์ทางดนตรี และแรงตอบรับอย่างอบอุ่นทั้งคนฟังและนักวิจารณ์ทั้งสายแจ๊ซและพ๊อพกระแสหลัก
       
       ชื่อเต็มๆ ของเธอคือ จีธาลี โนราห์ โจนส์ แชงการ์ ปัจจุบันอายุ 32 ปีเป็นวัยที่จะมีไฟและสามารถดึงพลังความสดทางความคิดและการสร้างสรรค์ได้อีกมากมาย
       
       เธอมีสตูดิโออัลบั้มออกมาแล้ว 4 ชุด ซึ่งแสดงออกถึงแนวความคิดและพัฒนาการทางด้านความคิดและดนตรีที่ต้องการหาสิ่งใหม่เพื่อมาตอบสนองตัวเอง มากกว่าการเอาใจตลาดอย่างที่เคยทำให้ตลาดชอบงานของเธอแบบสุดในชุดแรก

Music Shines : โนราห์ โจนส์ ‘...Featuring’ ในอ้อมโอบกอดทางดนตรีของเธอและคนอื่นๆ / พอล เฮง
       3. แขกรับเชิญทางดนตรีของคนอื่น และคนอื่นคือแขกรับเชิญทางดนตรีของเธอ
       
       ดนตรีและบทเพลงเป็นเรื่องของความสุขความสนุกสนาน เป็นเรื่องของรสนิยมและความชอบของผู้ที่สร้างสรรค์กระแสเสียงออกมา วันใดที่นักร้องหรือวงดนตรีรู้สึกว่าต้องฝืนตัวเองเพื่อจะอยู่กับมันและเล่นเพื่อตอบสนองสิ่งที่ไม่ใช่ความชอบและความสุข แต่เพื่อให้ตลาดชอบ โดยไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องจิตวิญญาณข้างใน
       
       การกัดกร่อนตัวเองผ่านความน่าเบื่อหน่าย จนเลยเถิดกลายเป็นความทุกข์ทนลำบากใจของดนตรีสำหรับนักดนตรีหรือนักร้องจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย
       
       ยิ่งประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ก็ยิ่งอาจเดินหลงทางและติดกับดักได้มากเท่านั้น คล้ายเป็นเงาที่เดินตามตัวอย่างมิยอมแยกจากอัตตาที่คับพอง
       
       การเคลื่อนตัวทางเสียงดนตรีของ โนราห์ โจนส์ นอกจากงานของตัวเองแล้ว เธอยังค้นหาตัวตนทางดนตรีของเธอกับคนอื่นๆ ด้วย เล่นดนตรีไม่จำกัดกรอบอย่างที่ตัวเองอยากทำด้วยความสุข และการสานสัมพันธ์กับเพื่อนนักดนตรีก็คือความสนุกสนาน ดังเช่นไซด์ โปรเจคท์ หรือวงดนตรีหรืองานเฉพาะกิจที่ทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการและความอยากของตัวเธอเอง ซึ่งจะเห็นและรับรู้ได้ถึงการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนฝูงและคนดนตรีที่สนิทชิดเชื้อที่มีหัวใจและคอเดียวกัน
       
       เดอะ ลิตเติล วิลลี่ส์ (The Little Willies) วงดนตรีที่นำเธอหวนกลับไปสู่ดนตรีที่ชอบและแรงบันดาลใจของรากเหง้าทางดนตรีของอเมริกัน ทั้งคันทรีและร๊อคแอนด์โรล และวงเอล แมดโม (El Madmo) ที่เธอและพรรคพวกเล่นดนตรีกันในแนวอินดี้ร๊อคและอัลเทอร์เนทีฟร๊อค ในแนวทางของวงดนตรีร๊อคสมัยใหม่ จึงมีความหมายสำคัญในฐานะสัมพันธภาพระหว่างเพื่อนและความผูกพันทางด้านดนตรี
       
       เธอได้ปล่อยหัวใจสนองความอยากในการทดลองเล่นในบทบาทของหนึ่งในสมาชิกวงดนตรี โดยเป็นการทำงานอย่างไม่เคร่งเครียดแบบเอาเป็นเอาตายเพื่อชื่อเสียงและเงินทอง แต่เป็นการทำงานเพื่อความสนุกและผ่อนคลายตัวเอง วงเดอะ ลิตเติล วิลลี่ส์ เคยออกอัลบั้มในปี 2006 (พ.ศ.2549) และวงเอล แมดโม่ (El Madmo) ออกอัลบั้มมาในปี 2008 (พ.ศ.2550)
       
       และบทเพลงของวงดนตรี 2 วงนี้ที่เธอเป็นสมาชิกอยู่ก็ถูกเลือกมาวงละ 1 เพลงบรรจุในอัลบั้ม ‘…Featuring’ ชุดนี้ด้วยเช่นกัน
       
       งานเพลงทั้ง 18 เพลงที่โนราห์ โจนส์ ไปเป็นแขกรับเชิญให้คนอื่น และคนอื่นมาเป็นแขกรับเชิญของเธอ จะเห็นถึงขอบเขตทางดนตรีที่มีขอบข่ายความชอบและถนัดในตัวเธอเอง ผ่านทักษะฝีมือและความทะยานอยากในการเล่นอย่างคึกคะนอง ทดลองข้ามสายและสไตล์ดนตรีที่ไม่ห่างกันจนเกินไปและหลอมรวมกันได้อย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็น แจ๊ซ, บลูส์, พ๊อพ, บลูส์-อายด์ โซล (ดนตรีโซลที่ร้องและเล่นโดยคนขาวหรือผิวสีอื่น) โฟล์ค, คันทรี, สมูธ แจ๊ซ, ฟิวชั่นแจ๊ซ และอัลเทอร์เนทีฟร๊อค
       
       ด้วยความที่เธอเป็นคนเขียนเพลงและนักร้องทำให้งานที่ผ่านจากตัวเธอและร่วมงานกับคนอื่นๆ จึงดูไม่อิหลักอิเหลื่อประดักประเดิดด้วยความไม่ลงตัว แต่เป็นสัมผัสนอกกระทบในที่กลั่นออกมาอย่างครุ่นคิดและทบทวนว่า ใช่
       
       งานเพลงในอัลบั้ม ‘…Featuring’ จะเห็นสิ่งที่มีทิศทางอยู่ในตัวเพลงต่างๆ คือแนวดนตรีทอร์ช ซองส์ (Torch Songs) รวมถึงวิธีการขับร้องที่ยืนหลักหนักแน่นในสายคอนเทมโพรารี่ แจ๊ซ โวคอล รสนิยมแบบอเมริกันในความเป็นพ๊อพที่เน้นสุนทรียศาสตร์ทางเสียงขับร้องและฝีมือทางดนตรีแต่ได้ใจตลาดเพลง ซึ่งจำแนกแยกแนวเพลงเรียกว่า ทอร์ช ซองส์ คล้ายเป็นสัมผัสพิเศษที่มีอยู่ในตัวของโนราห์ โจนส์
       
       เพราะจากการฟังเพลงที่เธอร่วมฟีเจอริ่งในฐานะแขกรับเชิญ หรือเชิญคนอื่นมาร่วมร้องเพลงในอัลบั้มของเธอเอง โดยเฉพาะบทเพลงแนวบัลลาดที่เนิบซึ้งกินใจ ซึ่งเป็นบทเพลงที่รับอิทธิพลมาจากการคลี่คลายตัวของพ๊อพมาตรฐานแบบอเมริกัน ซึ่งมีกลิ่นอายแจ๊ซในระดับที่พอเหมาะพองามละมุนหู ที่สำคัญที่สุดคือ เสียงร้องที่นุ่มนวลอ่อนหวานมีพลังที่ดึงดูดอย่างยั่วยวนใจแฝงความโรแมนติคหรือโศกครวญจากเรื่องราวอกหัก ซึ่งคนร้องคือ โนราห์ โจนส์ สามารถสร้างสรรค์วิธีการร้องและดึงอารมณ์เพลงออกมาจากหัวใจได้ดีเยี่ยม
       
       หากคำว่า ปฏิสัมพันธ์ (Interactive) คือ การกระทำหรือการประกอบกิจกรรมระหว่างสิ่งสองสิ่งหรือสิ่งหลายสิ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ ไม่ว่าผลลัพธ์นั้นจะออกมาในทางที่ดีมีประโยชน์หรือออกมาในทางที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสิ่งที่กำลังกระทำหรือตอบโต้อยู่นั้น
       
       งานเพลงในชุดนี้แสดงถึงผลในด้านบวกที่เบ่งบานในโลกดนตรี
       
       แม้มองอีกมุม ดูเหมือนการเป็นแขกรับเชิญร่วมร้องเพลงให้กับคนอื่นหรือวงดนตรีอื่นๆ รวมถึงการเชิญคนอื่นมาร่วมงานในแบบเดียวกัน คล้ายเป็นข้อจำกัดในการสร้างสรรค์ทางดนตรี แต่โนราห์ โจนส์ ได้ก้าวข้ามผ่านไปสู่ในมุมกลับ เธอสามารถหาดุลยภาพทางดนตรีซึ่งกันและกันให้นวลเนียนกลืนกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน
       
       จากบทเพลงทั้งหมดที่นำมารวบรวมไว้ในอัลบั้ม ‘…Featuring’ สามารถกำซาบได้ถึงรสของเสียงดนตรีและการขับร้องที่เท่าเทียมและสมดุลกันเป็นส่วนมาก เติมเมื่อขาดหรือพร่อง และลดลงเมื่อล้นหรือเต็ม
       
       ความสดเปี่ยมด้วยพลังและชีวิตชีวาในอารมณ์เพลงที่สื่อถึงทักษะและฝีมือทางดนตรีที่แยบคาย พบได้ถึงสัมผัสของนักดนตรีและนักร้องที่มีปฏิภาณในการต่อล้อโต้ตอบทางดนตรีที่ทัดเทียมและงดงาม เห็นได้จากหลายๆ เพลงแม้จะมีแนวดนตรีที่ต่างกัน แต่สามารถซึมซับทางดนตรีของกันและกันได้อย่างลงตัว นี่คือความสามารถอันเอกอุของโนราห์ โจนส์ ที่มีปฏิสัมพันธ์ทางดนตรีกับคนอื่นได้อย่างเข้าถึงและคมคายในการหลอมรวมมิติทางดนตรีและอารมณ์เพลง กลายเป็นความน่าประทับใจในความสมดุลสอดคล้องแห่งดนตรี มีความลื่นไหลจนหารอยต่อทางดนตรีแทบจะไม่เจอ
       
       ความสามารถในการร้องที่น่าประทับใจและเหนือขึ้นอีกหนึ่งระดับได้สะท้อนออกมาชัดเจนในการทำงานร่วมกับคนอื่น เปี่ยมไปด้วยความสว่างสดใสอย่างปล่อยวางตามธรรมชาติ มีจริตของความเปราะบางแบบผู้หญิงอยู่หน่อยๆ แต่ไม่มีอาการเกร็งหรือหวาดหวั่นในเนื้อและน้ำเสียง เป็นการก้าวผ่านขอบเขตของความพื้นๆ ธรรมดาสามัญ บรรยากาศในเสียงร้องที่ให้ความหวานในแนวทางของแจ๊ซแต่ง่ายต่อการฟัง ซึ่งแสดงให้เห็นความเข้าใจในการใช้เสียง เทคนิคการร้องที่ถนัด และการตีความอารมณ์เพลงให้สอดบรรสานกับดนตรีและการทำงานในแนวทางของคนอื่นที่ย่อยหลอมรวมกันกับตัวเธอ
       
       ‘Here We Go Again’ เป็นการดูเอทหรือขับร้องคู่กันถือเป็นการดวลทางเสียงและเปียโนแบบให้เกียรติซึ่งกันและกัน ระหว่างผู้อาวุโสในฐานะปูชนียบุคคลสายอาร์แอนด์บีและโซล เรยฺ ชาร์ลส์ ซึ่งอยู่ในโลกมืดและอยู่ในช่วงปลายของชีวิต กับตัวของโนราห์ โจนส์เอง ที่มาแรงที่สุดในชั่วโมงนั้น และบทเพลงนี้ก็ได้รับรางวัลแกรมมี่ สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยมแห่งปี ในปี 2005 (พ.ศ.2548) และทำให้เรย์ ชาร์ลส์ นอนตายตาหลับอย่างสมบูรณ์ส่งท้าย
       
       อัลบั้ม ‘… Featuring’ แสดงถึงกึ๋นและความเก๋าตามชั่วโมงบินบนเส้นทางดนตรีของโนราห์ โจน์ ว่ามีความเจนจัดและเชี่ยวกรำเพียงใด แม้จะเป็นอัลบั้มรวมเพลงก็ตาม แต่เป็น 18 บทเพลงที่รวบรวมมาในเวลา 9 ปีของการทำงาน ซึ่งจะเห็นอารมณ์เพลงในแขนงดนตรีที่ครอบคลุมเหวี่ยงครอบตั้งแต่คันทรีไปถึงเสียงของยุคสมัยอย่าง ฮิพฮอพ
       
       อิทธิพลทางดนตรีที่เธอชื่นชอบและกระหายที่จะเข้าไปมีประสบการณ์ร่วมในการร้องเพลงและเชื่อมโยงทางดนตรีถูกนำเสนอผ่านเสียงร้องที่ทอดจังหวะเว้นระยะกับเปียโนที่เธอบรรเลงคลอเคล้าในจริตน้อยแต่มาก ร้องช้าอ้อยสร้อยแต่เปล่งขับขานอารมณ์ในถ้อยคำและรูปประโยคอย่างลึกซึ้งดำดิ่ง ซึ่งทำให้เธอเป็นที่ชื่นชอบของแฟนเพลงตั้งแต่งานชุดแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล
       
       แต่ในรวมเพลงฟีเจอริ่งชุดนี้ จะกำซาบได้ถึงการทำงานที่มีเสียงร้องซึ่งผ่อนคลายเปิดกว้างหลากลูกเล่นและลีลาที่แข็งแกร่งและดีขึ้นในแง่ของความหลากหลายที่ไม่จำกัดตัวเองในกรอบของความสำเร็จแบบพิมพ์นิยมมากนัก
       
       เธอช่วยพาเดฟ โกรห์ล (Dave Grohl) แห่งวงฟู ไฟเตอร์ และอดีตมือกลองของวงเนอวาน่า ข้ามเข้าสู่ความเป็นบัลลาดร๊อคที่มีกลิ่นอายของบอสซาโนว่าอบอวลในบทเพลง ‘Virginaia Moon’ ถอดรื้อและแชร์ความคิดที่พลิกผันกับทางเพลงฮิพฮอพให้กระจ่างใสกับ เอ้าท์คาส์ท ในบทเพลงเท่ๆ ‘Take Off Your Cool’
       
       ในแนวทางของแจ๊ซ โดยเฉพาะการบรรเลงเปียโนที่โต้ตอบปฏิภาณทางดนตรีและเสียงร้องกับ เฮอร์บี้ แฮนค๊อค (Herbie Hancock) หนึ่งในยอดฝีมือเปียโนแจ๊ซ ถ้าใครลุ่มหลงแนวทางเปียโนและโวคอลแจ๊ซแบบโนราห์ โจนส์ มิควรพลาด 7.36 นาที ในบทเพลง ‘Court & Spark’
       
       อีกบทเพลงที่กระเดียดออกไปในทางนิวออร์ลีน แจ๊ซ ที่มีกลุ่มเครื่องเป่าเข้ามาอย่างจุใจ ‘Ruler Of My Heart’ ที่ได้วงเดอร์ตี้ โดเซ่น บราสส์ แบนด์ (Dirty Dozen Brass band) มาร่วมแจม
       
       คงไม่ต้องขยายความหมดทั้ง 18 เพลง เพราะหลายๆ บทเพลงก็เคยผ่านหูจากงานอัลบั้มต่างๆ ของโนราห์ โจนส์ เอง และอัลบั้มของคนอื่นที่มีเพลงเหล่านี้บรรจุอยู่ ทำให้กระจ่างชัดเมื่อเอามารวมกันในที่เดียวว่า เสียงร้องอันอ่อนหวานและดึงดูดใจมีความละม้ายออกกลิ่นไปในแนวทางของโวคอล แจ๊ซ ให้ความรู้สึกถึงชีวิตชีวาของดนตรีที่เธอเข้าไปหลอมรวม ไม่ว่า คันทรี, แจ๊ซ, ร๊อค และฮิพฮอพ ซึ่งข้ามเส้นพรมแดนทางดนตรีไปอย่างกลมกลืน
       
       เพลิดเพลินในการฟังอย่างเต็มที่แม้จะมียาวถึง 18 บทเพลง และพบว่าการฟีเจอริ่งคือ การค้นหาความหมายของดนตรีและความสุขของการทำงานร่วมกันของคนดนตรี สะท้อนอออกมาอย่างเอิบอิ่มผ่านงานชุดนี้ของโนราห์ โจนส์
       
       ‘…Featuring’ น่าจะเป็นบทสรุปถึงอาชีพทางดนตรีในยุคแรกของ โนราห์ โจนส์ ในการพบปะและได้มีปฏิสัมพันธ์ทางดนตรีและขับร้องร่วมกับนักร้องและวงดนตรีที่เชื้อเชิญเข้ามา เป็นมาตรวัดถึงประสบการณ์ สัมพันธภาพที่งดงามของเส้นเสียง และเป็นการทดลองสู่แนวทางดนตรีเพื่อกำหนดทิศทางใหม่ๆ ในอนาคต
       >>>>>>>>>>>>

       บทเพลงในอัลบั้ม ‘...Featuring’ ของ โนราห์ โจนส์

Music Shines : โนราห์ โจนส์ ‘...Featuring’ ในอ้อมโอบกอดทางดนตรีของเธอและคนอื่นๆ / พอล เฮง
       1. ‘Love Me’
       2. ‘Virginia Moon’
       3. ‘Turn Them ‘
       4. ‘Baby It's Cold Outside’
       5. ‘Bull Rider’
       6. ‘Ruler Of My Heart’
       7. ‘The Best Part’
       8. ‘Take Off Your Cool’
       9. ‘Life Is Better’
       10. ‘Soon The New Day’
       11. ‘Little Lou, Ugly Jack, Prophet John’
       12. ‘Here We Go Again’
       13. ‘Loretta’
       14. ‘Dear John’
       15. ‘Creepin' In’
       16. ‘Court & Spark’
       17. ‘More Than This’
       18. ‘Blue Bayou’
       
        >>>>>>>>>>
       ………

       ฟังมาแล้ว

Music Shines : โนราห์ โจนส์ ‘...Featuring’ ในอ้อมโอบกอดทางดนตรีของเธอและคนอื่นๆ / พอล เฮง
       25 / a-ha
        
       
       จากบทเพลง ‘Take On Me’ ที่แสดงถึงการลงหลักปักฐานในฐานะเพลงฮิตและแจ้งเกิดของวงดนตรีทริโอจากนอร์เวย์ ที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลก ผ่านมาเศษเสี้ยวหรือ 1 ส่วน 4 ของศตวรรษ บุคลิกทางดนตรียุคโมเดิร์นพ๊อพในทศวรรษที่ 80 รูปแบบดนตรียูโรพ๊อพ ซินธิ์พ๊อพ นิวโรแมนติก ของยุคนิวเวฟที่พวกเขาจัดจ้านเจนบรรจบ
       
       เสียงร้องหนาสากกระด้างของมอร์เท่น ฮาร์เก็ต เข้าได้ดีอย่างไม่ดูขัดแย้งกับเสียงสังเคราะห์ของดนตรีพ๊อพที่โยกย้วยเต้นรำได้อีกโสตหนึ่ง พลังในการสื่อสารอารมณ์เพลงของเขาโดดเด่นมาก
       
       39 บทเพลงที่บรรจุอยู่ในซีดี 2 แผ่น ถือเป็นการรวบรวมงานที่ครบถ้วนครบเครื่องครอบคลุมหลากหลาย และสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานในแนวทางของวงได้เด่นชัดละเอียดถี่ถ้วนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รวมถึงบรรจุเพลงฮิตไว้อย่างเต็มอิ่ม

Music Shines : โนราห์ โจนส์ ‘...Featuring’ ในอ้อมโอบกอดทางดนตรีของเธอและคนอื่นๆ / พอล เฮง
       Going Back / Phil Collins
       
       สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 8 หลังจากที่ออกอัลบั้มแรกในฐานะศิลปินเดี่ยวในปี 1981 (พ.ศ.2524) รวมแล้ว 30 ปีเต็ม ทำงานออกมา 8 อัลบั้ม
       
       ใครจะเชื่อว่า ฟิล คอลลินส์ ในนามของวงเจเนซิส วงโปรเกรสสีฟร๊อคที่เป็นตำนาน และศิลปินเดี่ยวที่ประสบความสำเร็จในสไตล์ดนตรีพ๊อพร๊อคและซอฟต์ร๊อคอย่างมากมาย จะหวนกลับสู่รากเหง้าความชอบทางดนตรีของคนที่เติบโตในยุคเบบี้บูม ทสวรรษที่ 50 เชื่อมต่อ 60
       
       การเลือกที่จะกลับไปสู่ยุคของความประทับใจในทศวรรษที่ 60 ซึ่งบทเพลงแบบโมทาวน์และโซลกำลังครอบครองโลกดนตรียอดนิยม ทำให้เห็นแรงงานของความรักในเชิงขั้นทางดนตรี และความอุตสาหะที่ยากเสมอเหมือน ด้วยการกลับไปเอาบุคลากรทางดนตรีในยุคนั้นกลับมารื้อฟื้นทำงานกันใหม่ในแบบของฟิล คอลลินส์
       
       ทำให้งานล้นหลากพลังงานทั้ง 18 บทเพลงมีคุณภาพและได้ซาวด์ดนตรีที่เรโทรกลับสู่ความรุ่งเรืองของอดีต ความศรัทธาและความชื่นชอบช่วยรื้อฟื้นวันชื่นคืนสุขให้มีชีวิตชีวาผ่านฝีมือของตัวเอง เป็นการสนองความอยากที่ลดช่องว่างและเงื่อนทางเวลาของดนตรีให้ซ้อนทับกลับมาอีกครา

Music Shines : โนราห์ โจนส์ ‘...Featuring’ ในอ้อมโอบกอดทางดนตรีของเธอและคนอื่นๆ / พอล เฮง
       Angels & Demons / Hans Zimmer
       
       หนังที่โด่งดังมาจากนวนิยายของแดน บราวน์ และเป็นภาคต่อของ ‘The Da vinci Code’ การตีความเพื่อสร้างดนตรีประกอบภาพยนตร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากตัวอักษรและภาพเคลื่อนไหวที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ย่อมเป็นงานที่ยากอีกขั้นหนึ่ง โดยเฉพาะกับธีมตัวเรื่องที่ผูกโยงกับประวัติศาสตร์ของคริสตจักร
       
       แต่งานชุดนี้ทำได้ดีมาก ผสมผสานดนตรีในยุคหลายร้อยปีก่อน โดยใช้ดนตรีคลาสสิคผสมกับดนตรีอิเล็กโทรนิคส์ที่โหมกระพือพัดสาดซัดย้อนแย้งกันอย่างกลมกลืน โดยมีการร้องประสานเสียงแบบในโบสถ์เป็นบรรยากาศฉากหลัง การได้ไวโอลิน โซโล่อิสต์ Joshua Bell ที่ใช้ชิ้นดนตรีเป็นไวโอลิน Stradivarius ที่ชื่อ the Gibson ex Huberman อายุ 300 ปีมาบรรเลงเป็นตัวนำยิ่งทำให้เห็นถึงอารมณ์ที่ยอดเยี่ยมของการจัดวางทางดนตรี

Music Shines : โนราห์ โจนส์ ‘...Featuring’ ในอ้อมโอบกอดทางดนตรีของเธอและคนอื่นๆ / พอล เฮง
       Blue Blood Tour : Bakuhatsu Sunzen Gig / X japan
       
       ตำนานวงดนตรีร็อคญี่ปุ่น ที่นำดนตรีร็อคและเมทัลของตัวเองถล่มหูคนฟังในทวีปเอเชีย ถูกใจและกระแทกชีพจรคนฟังเพลงวัยรุ่นหนุ่มสาว ด้วยการแต่งตัวและแต้มปรุงเสริมหน้าตาในแบบร็อคสำอางหรือแกลมร็อค และเล่นดนตรีในแนวเฮฟวี่เมทัล พาวเวอร์เมทัล สปีดเมทัล และโปรเกรสสีฟเมทัล ด้วยภาษาญี่ปุ่น มีแทรกอังกฤษบ้างเป็นยาดำ ชั้นเชิงและฝีมือทัดเทียมวงจากตะวันตกแต่มีเสน่ห์มากกว่า
       
       คอนเสิร์ตครั้งนี้ถูกจัดได้ว่า เป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตที่ดีที่สุดของพวกเขาครั้งหนึ่ง ด้วยแนวความคิดหรือคอนเซ็ปท์ที่วางไว้คือ ไซเคเดลิค, ไวโอแลนซ์, ไคร์ม ออฟ วิช่วล ช็อค โดยทำการแสดงในวันที่ 16 มีนาคม 2532 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดและเป็นมีพลังการสร้างสรรค์ที่รุ่งโรจน์สุกสกาวที่สุดในอาชีพ โดยเฉพาะการโชว์โซโล่ในชิ้นดนตรีของสมาชิกแต่ละคน แสดงให้เห็นถึงกึ๋นและการฝึกฝนอย่างหนักจนเป็นทักษะในสัญชาตญาณ น่าดูชมเป็นอย่างยิ่ง
       
       >>>>>>>>>>
       ………

Music Shines : โนราห์ โจนส์ ‘...Featuring’ ในอ้อมโอบกอดทางดนตรีของเธอและคนอื่นๆ / พอล เฮง
       สัมมนาเชิงปฏิบัติการในงาน TIJC 2011
        
       
       วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เจ้าภาพจัดงานเทศกาลดนตรีแจ๊สนานาชาติเพื่อการเรียนรู้ประจำปี 2554 (Thailand International Jazz Conference 2011-TIJC 2011) ขนขบวนนักดนตรีแจ๊สดาวเด่นในเวทีโลกมาร่วมให้ความรู้ ความสนุกสนานด้วยการทำสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ร่วมกับเด็ก ๆ ในช่วงกลางวัน ก่อนที่จะขึ้นแสดงฝีมือในช่วงค่ำ หวังให้เยาวชนได้สัมผัสและเรียนรู้จากประสบการณ์จริงเพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาความสามารถทางด้านดนตรีให้แก่เยาวชนไทย
       
       ดริน พันธุมโกมล อาจารย์ประจำวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในคณะกรรมการจัดงาน กล่าวถึงงานปีนี้ว่า ศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศที่เราคัดเลือกมานั้น นอกจากจะให้ความสำราญ คือเล่นแล้วสนุก ยังต้องช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน รวมทั้งจะต้องเป็นครูที่ให้การศึกษาได้ด้วย ในปีนี้เรามีศิลปินทั้งรุ่นเก๋าฝีมือหาตัวจับยาก ศิลปินที่กำลังมาแรง และรุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวขึ้นมาอยู่ในฐานะนักดนตรีแถวหน้า
       
       โปรแกรมที่น่าสนใจก็คือ วงแอนเดรส โอเบิร์ก ทริโอ (Andreas Oberg Trio) สามนักดนตรีชื่อดังของฝั่งยุโรป จะร่วมเวิร์คช็อป และแสดงคอนเสิร์ตในวันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2554 เคิร์ท โรเซนวิงเกิล ทริโอ (Kurt Rosenwinkel Trio) ของนักกีตาร์ฝีมือระดับพระกาฬที่ได้ชื่อว่าเป็นนักกีตาร์รุ่นใหม่ที่โดดเด่นที่สุดของวงการแจ๊สในขณะนี้ จะร่วม Workshop และแสดงคอนเสิร์ตในวันเสาร์ที่ 29 มกราคม 2554 และปิดท้ายด้วย วงแดนิโล เปเรซ ทริโอ (Danilo Perez Trio) ผู้ประสานชีพจรลาตินเข้ากับฮาร์มอนีร่วมสมัยของแจ๊ส ในวันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม 2554
       
       ภายในงานเดียวกันนี้ ยังมีพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ Lifetime Achievement Awards ซึ่งในปีนี้มอบแด่ ศรายุทธ สุปัญโญ แห่ง วงอินฟินิตี้ ในฐานะนักดนตรีผู้บุกเบิกการสร้างสรรค์บทเพลงสไตล์ ‘ฟิวชั่น แจ๊ซ’ ที่เติมกลิ่นอายความเป็นไทยลงในรูปแบบดนตรีแจ๊ซสากล รวมทั้งเปิดเวทีให้นักดนตรีแจ๊ซมือสมัครเล่นจากทั่วโลก ทั้งรุ่นใหญ่ รุ่นเล็ก ขึ้นแสดงความสามารถและทักษะอันจัดเจน
       
       ผู้สนใจกิจกรรมดนตรีดีๆ เพื่อการเรียนรู้ เตรียมตัวไปสัมผัสประสบการณ์คุณภาพได้ในงาน Thailand International Jazz Conference 2011 บัตรราคา 500 / กิจกรรม / วัน มีจำหน่ายที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา
       >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

ข่าวล่าสุด ในหมวด
คนดังผู้รับคำท้า Ice Bucket Challenge ที่น่าชมที่สุด (ชมคลิป)
แฉยับ รถลอยฟ้าเมืองกรุง?? ห่วยเกินทน ยกให้ "แอร์พอร์ตลิงก์"
ซวยหรือโชคดี? พระถูกหวย...ความรวยบนหนทางแห่งความฉิบหาย
เลิกรอ! เปิดระดมทุนฉาย “หนังสารคดีที่คนไทยควรได้ดู”
ดวงประจำวันพุธที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๗
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 9 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014