หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรม | ริมรั้วปทุมวัน
 

เปิดอกหัวหมู่ทะลวงฟัน ผ่าโผตร. เรียกคืนความชอบธรรม!

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 21 กุมภาพันธ์ 2553 06:08 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เปิดอกหัวหมู่ทะลวงฟัน ผ่าโผตร. เรียกคืนความชอบธรรม!
พ.ต.ท.สมศรี พัฒนาคม สวญ.สภ.ม่วงค่อม

เปิดอกหัวหมู่ทะลวงฟัน ผ่าโผตร. เรียกคืนความชอบธรรม!
พ.ต.ท.สมศรี เปิดอกคุยกับทีมข่าวอาชญากรรม ASTVผู้จัดการ

เปิดอกหัวหมู่ทะลวงฟัน ผ่าโผตร. เรียกคืนความชอบธรรม!
ภาพในวันที่ พ.ต.ท.สมศรี เข้ารับรางวัลชนะเลิศโครงการโรงพักเพื่อประชาชน

เปิดอกหัวหมู่ทะลวงฟัน ผ่าโผตร. เรียกคืนความชอบธรรม!
พาตรวจเยี่ยมโรงพักม่วงค่อม ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศโรงพักเพื่อประชาชนของระดับ ตร.

เปิดอกหัวหมู่ทะลวงฟัน ผ่าโผตร. เรียกคืนความชอบธรรม!
เปรียบเทียบโรงพักก่อนและหลัง พ.ต.ท.สมศรี เข้ามารับตำแหน่งสารวัตรใหญ่

เปิดอกหัวหมู่ทะลวงฟัน ผ่าโผตร. เรียกคืนความชอบธรรม!
ภาพในวันที่ พ.ต.ท.สมศรี ลงมือขับรถแบ็กโฮปรับปรุงพื้นที่ด้วยตัวเอง

เปิดอกหัวหมู่ทะลวงฟัน ผ่าโผตร. เรียกคืนความชอบธรรม!
สภ.ม่วงค่อม จ.ลพบุรี ในปัจจุบัน

เปิดอกหัวหมู่ทะลวงฟัน ผ่าโผตร. เรียกคืนความชอบธรรม!
บริเวณโดยรอบโรงพัก

นัดคุยกับ พ.ต.ท.สมศรี พัฒนาคม สวญ.สภ.ม่วงค่อม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ที่โรงพักม่วงค่อม เพราะอยากเห็นสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ของข้าราชการตำรวจที่นั่นที่มีกำลังพลแค่ราว 40 นาย แต่สามารถได้รับรางวัลชนะเลิศ "โรงพักเพื่อประชาชน" ยอดเยี่ยม ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชนะโรงพักหลายแห่งที่มีพร้อมทุกสรรพสิ่งทั่วประเทศได้อย่างขาดลอย ทั้งที่ตัวที่ทำการโรงพัก ยังเป็นโรงพักเก่าที่สร้างด้วยไม้เสียด้วยซ้ำ
       
       สาเหตุที่ต้องเลือก สภ.ม่วงค่อม เพราะว่า ในการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับรองผบก.-สว. มีเหตุให้โรงพักแห่งนี้ดังเป็นพลุแตก อันเนื่องมาจากตัวหัวหน้าโรงพัก ซึ่งมีตำแหน่งเป็นสวญ. เทียบเท่ารองผกก. ไม่ได้รับการพิจารณาให้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นผกก. ทั้งที่มีหนังสือสั่งตรงจาก พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. ให้ทางกองบัญชาการ (บช.) พิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นให้หัวหน้าโรงพักที่ชนะเลิศการประกวด"โรงพักเพื่อประชาชน" แต่ปรากฏว่า เมื่อถึงวัน "โผออก" กลับไม่มีชื่อ พ.ต.ท.สมศรี ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้น และเรื่องน่าจะจบลงแค่นั้น แต่ทว่า หลังจากนั้นไม่นาน กลับปรากฏข่าว พ.ต.ท.สมศรี เดินทางเข้าร้องเรียนถึงเรื่องนี้กับพล.ต.อ.ปทีป โดยตรง เสมือนหนึ่ง พ.ต.ท.สมศรี สวมวิญญาณ"หมูไม่กลัวน้ำร้อน" ที่มักไม่มีใครใคร่ปฏิบัติกันนักในหมู่แวดวงสีกากี
       
       เดิมทีคิดว่า พ.ต.ท.สมศรี สวมบท "หมูไม่กลัวน้ำร้อน" ก็เพียงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนเองเท่านั้น แต่เมื่อสนทนากันไปพักหนึ่ง จึงค่อยรู้ว่า นี่ไม่ใช่การเรียกร้องเพื่อตนเอง แต่เพื่อความเป็นธรรม ความถูกต้องสำหรับเป็นมาตรฐานในการโยกย้ายแต่งตั้งครั้งต่อไปที่ทั้งระดับกองบัญชาการ และระดับตร.จะต้องคำนึงถึง
       
       เราสนทนากันภายในห้องทำงานของ พ.ต.ท.สมศรี ข้างๆที่ทำการโรงพัก ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เพียง 2 ห้องติดกับห้อง สว.สส. และโรงรถ เป็นห้องแคบๆ ขนาดติดแอร์คอนดิชั่น ยังค่อนข้างร้อน ภายในห้อง นอกจากโต๊ะทำงาน โซฟารับแขกแล้ว ก็ไม่เห็นมีอะไรหรูหราฟู่ฟ่าเหมือนห้องสารวัตร รองผกก. หรือผกก.ในโรงพักนครบาล แต่ภายในห้องกลับเต็มไปด้วยหนังสือเกี่ยวกับ"กฏหมาย"แทบทั้งสิ้น มีเพียงหนังสือ"เลียดก๊ก" และ"สามก๊ก"ชุดใหญ่ ที่เจ้าตัวมั่นใจว่า จะให้ไปแข่งกับแฟนพันธุ์แท้ก็ไม่กลัว วางแทรกอยู่เท่านั้น
       
       การสนทนากันครั้งนี้ ค่อนข้างมีอุปสรรคนิดหน่อย เพราะตลอดระยะเวลาที่คุยกัน ก็จะมีโทรศัพท์ของพ.ต.ท.สมศรี ดังขึ้นตลอดเวลา ต้องหยุด ต้องรอให้พ.ต.ท.สมศรีพูดคุยโทรศัพท์เป็นระยะ ซึ่งมีอยู่เรื่องเดียวที่ทางต้นสายโทรศัพท์มา นั่นคือ ขอคำปรึกษาถึงการไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งครั้งนี้ จากตำรวจแทบทั่วประเทศ
       
       เราถามคำถามแรกว่า ใช้ระยะเวลาตกผลึกนานแค่ไหน จึงตัดสินใจเดินทางไปร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งพ.ต.ท.สมศรีบอกว่า หลังจากรู้ว่าตัวเองไม่มีชื่อในคำสั่งในวันที่ 28 ม.ค.ก็เลยไปปรึกษาผู้บังคับบัญชาระดับสูง ก็ได้รับคำแนะนำว่าให้ไปยื่นเรื่องที่ ตร. เช้าวันที่ 29 ม.ค.ก็เลยเดินทางไปยื่นเรื่องที่สำนักงานกำลังพล ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ทันที เพื่อขอความเป็นธรรมว่า ไม่ได้รับการแต่งตั้งตามกฎเกณฑ์ของตร. ซึ่งในวันนั้นก็ได้เจอและพูดคุยกับพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.ด้วย นอกจากนี้ ยังมีผู้บังคับบัญชาอีกท่านหนึ่งพาไปพบ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร.ด้วย
       
       "เรื่องนี้ตอนแรกที่รู้ว่าไม่มีชื่อในคำสั่ง ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่ผมไปปรึกษาก็บอกว่า ไม่ได้ ต้องแต่งตั้งสถานเดียว ท่านประสานมาที่ผู้บัญชาการภาค ซึ่งผู้บัญชาการก็บอกว่าให้แล้ว ให้ผมที่ 1 แล้ว ถามด้วยว่าได้ที่เท่าไหร่ ผมก็บอกว่าได้ที่ 1 ตอนนั้นก็รู้สึกใจแป้วด้วยว่า ทำไมต้องถามด้วยได้ที่เท่าไหร่ วันที่ 28 ม.ค.คำสั่งออกมา เขาก็บอกว่าให้แล้ว คือให้ที่ 1 ของภาค 1 ทางภาคตรวจเอง แต่พอบอกว่าได้อันดับที่ 1 ของตร.ด้วย ก็มีการแย้งมาว่า จเรจะมารู้ดีกว่าภาค 1 ได้ยังไง เพราะภาค 1 ลงไปตรวจถี่ ตรวจเข้ม เขาอ้างอย่างนี้ ก็เลยไม่ยอมปรับ ไม่ยอมแก้ให้ เรื่องนี้ ไม่ได้คิดนานเลย เพราะ ตามหลักเกณฑ์ในหนังสือเวียนของตร. ในวันที่ 14 ม.ค.53 ตามข้อ 7 ไม่ว่าจะเป็นลำดับอาวุโส ที่อยู่ในตำแหน่งนี้มา 6 ปี อีกทั้งการบริหารงานตั้งแต่มาอยู่ที่ สภ.ม่วงค่อม ก็ได้รับรางวัลมากมาย ประชาชนในพื้นที่ก็ได้รับการยอมรับ"
       
       พ.ต.ท.สมศรี บอกว่า ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับตร. เมื่อวันที่ 13 ต.ค.52 วันตำรวจพอดี จากนั้นมาอีก 1 วัน มีหนังสือเวียนลงวันที่ 14 ต.ค. จากตร.ถึงบช.ให้ดำเนินการแต่งตั้ง หัวหน้าสถานีตำรวจที่ครบเกณฑ์ให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น แต่หนังสือถูกสกัดกั้นไว้ หนังสือเวียนไม่มาถึงเรา มาถึงแค่กองบังคับการ พอไม่มีชื่อก็มีคนโทรมาบอกว่าเป็นไปไม่ได้ จะต้องมี เพราะมีกฎเกณฑ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาว่า ให้พิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น พอมีความมั่นใจแล้ว จึงเดินทางไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
       
       เราแย้งว่า กลัวและเกรงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองหรือไม่ สวญ.สภ.ม่วงค่อมชิงตอบทันทีว่า ในระเบียบว่าด้วยการร้องทุกข์ เรื่องร้องเรียนผู้บังคับบัญชานั้นให้ร้องเรียนข้ามไป 1 ขั้น เมื่อเราจะร้องเรียนผู้บัญชาการ ก็ต้องร้องเรียนไปที่ ตร. และเรื่องนี้หากมองในเรื่องของความรู้สึกก็ว่ากันไม่ได้ ใครจะคิดอย่างไรเราก็ห้ามเขาไม่ได้ แต่ถ้าพูดถึงระเบียบมันเป็นแบบนี้
       
       ถามว่า โดยส่วนตัว เชื่อว่าเพราะอะไร จึงไม่ได้เลื่อนตำแหน่งในการแต่งตั้งครั้งนี้ ทั้งที่ตามหนังสือเวียนของตร.ระบุว่า สวญ.หัวหน้าโรงพัก ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศนั้น จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นทุกราย พ.ต.ท.สมศรี ตอบว่า เรื่องนี้เป็นที่คนจัดทำบัญชี และโดยส่วนตัวคิดว่า ตัวท่านผู้บัญชาการภาคนั้นอาจจะดูเองไม่หมด จะดูให้ละเอียดยิบนั้นไม่หมด คนทำบัญชีอาจจะเอาไปหมกเม็ด หรือไปให้ข้อเสนอแนะที่ผิดพลาด หรือมีอคติ น่าจะเป็นแบบนั้น อีกทั้งคนทำบัญชีก็เป็นผู้กำกับที่อื่นไม่ได้อยู่ในภาค 1 เป็นที่รู้จักกันคือ พ.ต.อ......มาจากภาค 3 หนังสือพิมพ์ก็ลงว่า ชื่ออยู่ที่โน่นแล้วมาทำอะไรที่นี่ ลามาหรือมาช่วยราชการ มีคำสั่งด้วยหรือ แล้วมาทำถูกต้องหรือไม่
       
       เราถามแทรกว่า เมื่อไม่มีชื่อแบบนี้ ถือว่าโดนลักไก่ ? พ.ต.ท.สมศรีบอกว่า ถ้าพูดภาษาพื้นๆ ก็น่าจะเป็นลักษณะนั้น ถ้าไม่มีอิทธิฤทธิ์ก็แล้วไป ถ้านิ่งหรือกลัวก็จบไป แต่ตัวผมดูแล้ว ในเมื่อเราทำงานมาขนาดนี้ ทำความดีหรือผลแห่งการกระทำความดีความชอบ มันจะไม่มีการตอบสนองกันบ้างเลยหรือ ผมจึงจำเป็นจะต้องไปกราบเรียนให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้รับทราบว่า สิ่งที่ท่านสั่งไปนั้นไม่ได้ทำกัน
       
       "ไม่กลัวถูกย้ายเข้าป่าหรือ" เราแกล้งเย้าเล่น แต่พ.ต.ท.สมศรี ไม่เล่นด้วย เพราะเขาบอกว่า ประเด็นนี้ไม่ได้คิดเลย ในเมื่อเขาทำพลาดไปแล้ว ทำผิดกฎเกณฑ์ไปแล้วนั้น เขาจะมาทำผิดซ้ำอีกหรือ ในองค์กรตำรวจ มีกฏระเบียบที่คุ้มครองตำรวจที่ทำความดีหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นระเบียบ หรือ กฏ ก.ตร. แม้กระทั่งกฎหมายรัฐธรรมนูญก็คุ้มครองเราอยู่ เพียงแต่ว่า ตำรวจมีวินัย เป็นวัฒนธรรมกันมาคือ ไม่กล้าโต้แย้งคำสั่งผู้บังคับบัญชา สมัยก่อนสั่งแล้วก็จบ จะผิดจะถูกก็ไม่กล้า แต่ยุคนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว หากเราไม่กล้าแล้วจะไปดูแลประชาชนได้อย่างไร
       
       "ในความคิดของผมนั้น การแต่งตั้งจะต้องยึดหลักกฎหมาย กฎระเบียบที่มีก่อน เอาตัวนั้นมาจัด เพราะการที่มีกฎหมาย กฏระเบียบที่มีมานั้น ก็เพื่อให้ข้าราชการตำรวจที่ทำงาน ทำความดี ได้มีโอกาสเติบโตสูงขึ้น คนที่ไม่มีเส้นสายก็มีโอกาสเติบโต เจริญก้าวหน้า เช่นตำรวจที่ครบเกณฑ์จะได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ไม่จะเป็นสารวัตรมา 5 ปี หรือเป็นรองผู้กำกับการมา 3 ปี หากจะเลื่อนตำแหน่งขึ้นข้ามคนอื่นไปอีกเยอะ คนนั้นก็จะต้องมีความรู้ความสามารถเป็นที่ประจักษ์ เป็นกรณีพิเศษ แต่ทุกวันนี้ เขาไม่ได้เอาหลักเกณฑ์ตัวนี้มาจัด ผมพูดได้เลยว่า ไม่ได้ใช้หลักเกณฑ์ตัวนี้ แต่อยู่ที่ว่าเป็นคนของใคร ส่วนเรื่องอื่นนั้นไม่ขอออกความคิดเห็น ขอบอกแต่เพียงว่า คนขอใครแค่นั้น"
       
       การแต่งตั้งครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานให้การแต่งตั้งครั้งต่อๆ ไปดีขึ้นแน่นอน ต่อไปผู้บังคับบัญชาระดับสูงจะแต่งตั้งใคร ก็จะต้องมาเอาความรู้ ความสามารถ และต้องมาเอากฎเกณฑ์ของตร.ที่มีมากมายทั้งกฎระเบียบ ข้อบังคับกฎหมาย เป็นตัวจัด ถ้าทำแล้วผมว่าไม่มีเรื่องร้องเรียน ยกตัวอย่างเรื่องย้ายข้ามภาค ลูกเมียไม่รู้เรื่องด้วยมันเดือดร้อนตำรวจ เพราะเงินเดือนน้อย ต้องไปกลับหาครอบครัว เพราะไม่ได้เอาครอบครัวไปด้วย เนื่องจากเมียทำงานอีกที่หนึ่ง ลูกเรียนอยู่อีกที่หนึ่ง ผมจึงอยากให้ยกเลิกเรื่องการย้ายข้ามภาค แม้คนนั้นจะไม่ดีมากๆ ก็สำรองหาตำแหน่งว่างให้อยู่ในบก.ไปเลย ไม่ต้องให้ครอบครัวเขาเดือดร้อนไปด้วย
       
       "ตั้งแต่มีเรื่องขึ้นมาจนถึงวันนี้ ทุกๆวันจะมีโทรศัพท์เข้ามาไม่ได้หยุดจนหลังเที่ยงคืนไปแล้วถึงจะไม่มีใครโทรเข้ามา ซึ่งแต่ละสายที่โทรเข้ามาก็มีทั้งให้กำลังใจ และขอคำปรึกษา บางคนก็ชมเชยว่า ต้องมีคนกล้าแบบนี้ ถ้าไม่มีคนกล้าแบบนี้ก็จะอยู่ในยุคมืดเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ผมทำไปนั้นไม่ได้คิดว่าถึงขนาดว่า ตัวเองจะกลายเป็นคนมีชื่อเสียง ผมทำตามความถูกต้อง เพียงแต่บังเอิญไปถูกใจ และมีผลกระทบไปทุกภาค ลักษณะเหมือนไปเปิดเกม เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน เขาก็เลยตามกัน ได้อานิสงฆ์กันเป็นจำนวนมาก ยังมีคนบอกว่าผมเป็นเหมือนผู้เสียสละเลยทีเดียว นี่บังเอิญว่าเขาไม่ได้ทำร้ายผมไปมากกว่านี้ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงก็คืนความชอบธรรมให้ ชื่อล่าสุดไปเป็น ผกก.ฝ่ายอำนวยการ 2 บก.อก.ภ.1
       
       สุดท้ายอยากฝากถึงข้าราชการตำรวจว่า "อย่าไปท้อแท้ท้อถอย แต่ผมก็ไม่ได้ยุให้ไปโต้แย้งคำสั่งผู้บังคับบัญชา เพราะมันต้องมีเหตุผลว่าเราโดนผลกระทบจริงๆ ว่าเราทำแล้ว ทำดีแล้ว แต่ในเมื่อมีกฏเกณฑ์ตรงนี้ก็ควรจะให้เรา ถ้าทำดีแล้ว ไม่มีกฎเกณฑ์ก็ไม่ว่ากัน ผมก็ไม่เคยเรียกร้อง รางวัลผมได้มาเยอะแยะ ผมก็ไม่เคยเอาตรงนี้ไปเรียกร้องว่า ทำไมไม่ให้ผมเป็นผู้กำกับ ปล่อยผมไว้ตั้ง 6 ปี แต่ในเมื่อกฎเกณฑ์ตรงนี้ ก็ต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์"
       
       "ฝากเพื่อนข้าราชการตำรวจคนอื่นด้วยว่า ถ้าเราทำดี ความดีนั้นเป็นพลังอย่างหนึ่งที่ผลักดันเรา ผมก็ไม่เคยคิดว่าจะใช้ความดีตรงนี้ แต่ทำไปเพราะหน้าที่ และจากสามัญสำนึกของตัวเอง เมื่อเราเป็นหัวหน้าสถานี ดูแลทุกข์สุขของประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ คุมอาชญากรรมได้ เขาก็ประทับใจเรา"

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เตรียมกวาดแก๊งเงินกู้ V8 ดอกโหด เบื้องหลังตั้ง “บิ๊กตำรวจ” เป็นที่ปรึกษา
เด็ก “วงษ์สุวรรณ” ผงาด ยึดเรียบ “ผู้การนครบาล”
“บิ๊กกุ้ย” เซ็นซื้อเครื่องบินพันล้าน โปรเจกต์ทิ้งทวนก่อนเกษียณอายุ?
ฝุ่นตลบ! ชิง “ผบช.” เดือด “หัวหน้า รปภ.แม้ว” คืนสีกากี
คสช.รื้อโครงสร้างตำรวจ “ปฏิรูป” หรือ “วังวน” เดิม?
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 74 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 67 คน
91 %
ไม่เห็นด้วย 7 คน
9 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014